“ผบ.เหล่าทัพ” ประชุมนโยบาย “ยกระดับกองทัพยุคใหม่” รุกเชื่อมโยงข้อมูล Data Link ใช้บัญชาการทำศึก เสริมเทคโนฯการรบ บก-น้ำ-อากาศ

ผบ.เหล่าทัพ นัดประชุมนโยบาย ยกระดับกองทัพยุคใหม่ ผสานระบบ Data Link เชื่อมโยง 3 เหล่าทัพ - ตร. แบบเรียลไทม์ พร้อมปรับโครงสร้างสอบ คัดกำลังพล และเตรียมจัดหาฝูงบินใหม่ เสริมศักยภาพการรบและการบรรเทาสาธารณภัย

“ผบ.เหล่าทัพ” ประชุมนโยบาย “ยกระดับกองทัพยุคใหม่” รุกเชื่อมโยงข้อมูล Data Link ใช้บัญชาการทำศึก เสริมเทคโนฯการรบ บก-น้ำ-อากาศ – Top News รายงาน

 

 

ผบ.เหล่าทัพ

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 เวลา 11.30 น.ที่กองบัญชาการกองทัพไทย ถนนแจ้งวัฒนะ จัดการประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพ (ผบ.เหล่าทัพ) ครั้งที่ 6/2569 โดยมี พลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วย พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก, พลเรือเอก ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ, พลอากาศเอก เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ และ พลตำรวจเอก กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เข้าร่วมการประชุม

ภายหลังการประชุมหารือแนวทางการปฏิบัติงาน และนำเสนอนโยบายขับเคลื่อนงานแก่กองทัพและกำลังพล คณะทีมโฆษกทุกเหล่าทัพได้ร่วมกันแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนถึงผลสรุปการประชุม โดย พลตรี วิทัย ลายถมยา โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย แถลงว่า กองบัญชาการกองทัพไทยได้นำเสนอในหลายประเด็นด้วยกัน

ประกอบด้วย การพัฒนาระบบควบคุมบังคับบัญชาและการเชื่อมโยงข้อมูลด้านการรบในหลายมิติ โดยเน้นการปฏิบัติการโดยใช้เครือข่ายเป็นศูนย์กลาง และใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมาเชื่อมโยง 3 ส่วนที่สำคัญ คือ เซ็นเซอร์หรือระบบตรวจจับ (เช่น เรดาร์หรือโดรน) เชื่อมโยงกับส่วนผู้ตัดสินใจ หรือผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้น พร้อมกับเชื่อมโยงกับหน่วยปฏิบัติหรืออาวุธ ทั้งกำลังพล ครอบคลุมไปถึงรถ เรือ และรถถังต่างๆ

 

 

ข่าวที่น่าสนใจ

ทั้งนี้ เมื่อการเชื่อมต่อทั้ง 3 ส่วนสำคัญประสบผลสำเร็จ จะทำให้ผู้บังคับบัญชากับหน่วยปฏิบัติงานในพื้นที่สามารถมองเห็นภาพเดียวกัน ทั้งภาพทางอากาศ, ภาพทางทะเล, ภาพทางบก, ภาพทางอวกาศ และข้อมูลทางไซเบอร์ รวมทั้งจะพัฒนาสร้างขีดความสามารถด้านคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและป้องกันสงครามข่าวสาร

นอกจากนี้ ในอนาคตจะมีการพัฒนาระบบที่สามารถเชื่อมต่อข้อมูลได้อย่างเรียลไทม์กับเครื่องบินรบ เรือรบ รวมถึงหน่วยรบทางบก ซึ่งเป็นการเชื่อมต่อข้อมูลอัตโนมัติด้วยความเร็วสูง ทำให้กองกำลังในทุกภาคส่วนสามารถมองเห็นภาพเป้าหมายเดียวกัน

ด้าน พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวต่อว่า ในส่วนของกองทัพบก ได้เสนอให้มีการปรับระบบการสอบคัดเลือกกำลังพลรูปแบบใหม่ ซึ่งแบ่งการสอบออกเป็น 3 ขั้น ประกอบด้วย สอบภาค ก., สอบภาค ข. และสอบภาค ค. นอกจากนี้ ยังได้เสนอให้มีการพัฒนาขีดความสามารถของกำลังพล โดยจะมีการปรับโครงสร้างกำลังพลและยุทโธปกรณ์ให้เหมาะสมกับภัยคุกคามและภารกิจในปัจจุบัน

พร้อมกันนี้ ต้องเตรียมความพร้อมยกระดับขีดความสามารถในด้านการบรรเทาสาธารณภัย พัฒนาหลักสูตร รวมถึงมาตรฐานและพื้นที่ฝึกการบรรเทาสาธารณภัย เพื่อเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะสถานการณ์อาคารถล่ม แผ่นดินไหว และการค้นหากู้ภัยในเขตเมือง เป็นต้น

ขณะที่ นาวาเอก นรา คุณโฑถม ผู้ช่วยโฆษกกองทัพเรือ กล่าวว่า ในส่วนของกองทัพเรือ วันนี้ได้รายงานภารกิจการปฏิบัติงานในห้วง 1 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ภารกิจพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ ความปลอดภัยในการรับเสด็จภารกิจต่างๆ รวมถึงการจัดทำโครงการพระราชดำริ และภารกิจอื่นๆ ตามเขตพื้นที่ความรับผิดชอบทางทะเล ตลอดจนการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ซึ่งรวมถึงการปฏิบัติการเข้าจับกุมและปราบปรามแก๊งยาเสพติด การลักลอบเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย การลำเลียงสิ่งผิดกฎหมายข้ามแดน การช่วยเหลือประชาชนจากเหตุอุทกภัย และอื่นๆ ซึ่งภารกิจที่กองทัพเรือได้รับมอบหมายนั้นสำเร็จลุล่วงด้วยดี

ส่วนการเสนอแนวทางหรือนโยบายของกองทัพเรือ คือการพัฒนาระบบขีดความสามารถอย่าง Data Link ที่จะทำให้ผู้บังคับบัญชาสามารถรับรู้และเห็นภาพสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วและทันท่วงที เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพในระดับศูนย์ปฏิบัติการแบบเรียลไทม์ สำหรับหน่วยปฏิบัติในพื้นที่ก็จะมีการพัฒนาระบบให้สามารถแลกเปลี่ยนเป้าหมายที่อยู่ในเครือข่ายได้อย่างครอบคลุมและเห็นภาพเดียวกันอย่างแม่นยำ

 

 

นอกจากนี้ กองทัพเรือจะพัฒนาระบบให้รองรับการป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์และรองรับปริมาณข้อมูลจำนวนมาก เพื่อให้สามารถรองรับข้อมูลสถานการณ์ทางทะเลทั้งของไทยและภายนอก รวมถึงสถานการณ์ระหว่างประเทศ ให้สามารถเชื่อมโยงกับฐานข้อมูลระบบเศรษฐกิจที่กำลังจะเกิดขึ้นใหม่ รวมถึงมีความสามารถในการพัฒนาเรือและอากาศยานให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น

ส่วนด้านกองทัพอากาศ พลอากาศโท จักรกฤษณ์ ธรรมวิชัย โฆษกกองทัพอากาศ ระบุว่า ในส่วนของกองทัพอากาศได้เสนอให้มีการยกระดับขีดความสามารถการปฏิบัติการทางอากาศและการพึ่งพาตนเองของกองทัพอากาศไทย  เช่น ระบบการสั่งการและควบคุม โดยพัฒนาระบบควบคุมบัญชาการซึ่งเป็นหัวใจสำคัญอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของผู้บัญชาการทหารสูงสุด ช่วยให้เห็นภาพสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ครอบคลุมทุกมิติ เช่น ในเหตุการณ์ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา รวมทั้งการเชื่อมโยงข้อมูล “Data Link” และการจัดหาเครื่องบินขับไล่ฝูงใหม่ รวมถึงการพัฒนา Link-T (ระบบเชื่อมโยงข้อมูลทางยุทธวิธีของไทย) เพื่อนำมาติดตั้งกับเครื่องบินและระบบต่างๆ ให้รองรับการทำงานร่วมกับทุกเหล่าทัพในอนาคต

ทั้งนี้ ยังรวมถึงการยกระดับเครื่องบินควบคุมและแจ้งเตือน จากเดิมที่เป็นเพียง “เรดาร์ลอยฟ้า” ให้กลายเป็น “ศูนย์บังคับบัญชาและแจ้งเตือนทางอากาศ” ที่สามารถสั่งการได้ทันที สำหรับการวิจัย พัฒนา และส่งกำลังบำรุง จากบทเรียนความขัดแย้งในยุคปัจจุบัน กองทัพอากาศมุ่งเน้นการวิจัย พัฒนา และสร้างระบบส่งกำลังบำรุง (Logistics) เพื่อให้พึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน พร้อมทั้งบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างอากาศยานและระบบขีปนาวุธให้สอดรับกันและมีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

เชียงใหม่ – กรมส่งเสริมสหกรณ์ลงพื้นที่เยี่ยม “ร้านสหกรณ์ มช.” หนุนใช้เทคโนโลยี–Delivery พัฒนาธุรกิจสู่ความยั่งยืน
คนกรุงเตรียมเฮ! "รถไฟฟ้า" ค่าโดยสารสูงสุด 45 บาท ทุกสาย ตั้งเป้าเริ่ม 1 ม.ค. 70
พิษณุโลก-กองบิน 46 มอบประกาศนียบัตรนักบินพร้อมรบ BT-67 พร้อมรางวัลบุคคลดีเด่น
อันตราย ! "สหรัฐ" เตือน พลเมืองอเมริกันเที่ยวกัมพูชา ระวังอาชญากรรมชุกชุม “ห้ามเดินทาง” ชายแดน ระเบิดตกค้างพร้อมทำงาน!??
นายอำเภอพนัสฯ ลุยตรวจโรงงานหลอมอลูมิเนียม หลังชาวบ้านร้องลักลอบผลิตกลางคืน ส่งกลิ่นเหม็น-น้ำเสีย
กมธ.พลังงาน สภาฯ ถก Data Center กลางชุมชน กทม. หวั่นกระทบไฟฟ้า-น้ำประปา

ดู LIVE รายการ