เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 ต่อเนื่องถึงช่วงเช้าวันที่ 16 กันยายน 2569 สถานการณ์ฝนตกหนักในพื้นที่จังหวัดน่านยังคงน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอบ่อเกลือ อำเภอปัว อำเภอท่าวังผา และพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งมีปริมาณฝนสะสมสูง ขณะที่กรมทรัพยากรน้ำได้ส่งสัญญาณเตือนภัยเฝ้าระวังในหลายจุด เช่น บ้านท่าล้อ ตำบลแงง อำเภอปัว โดยพบปริมาณฝนสะสม 12 ชั่วโมง สูงถึง 87 มิลลิเมตร ส่งผลให้ระดับน้ำในลำน้ำมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

ล่าสุด ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน จึงสั่งการให้นายอำเภอปัวและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งแจ้งเตือนประชาชนผ่านระบบเสียงตามสายและผู้นำชุมชน โดยเน้นย้ำพื้นที่เฝ้าระวังพิเศษ 3 จุด ได้แก่ บ้านเฮี้ย ตำบลศิลาแลง, บ้านร้อง และบ้านขอน ตำบลปัว พร้อมสั่งการให้สำรวจและเคลื่อนย้ายกลุ่มเปราะบาง ทั้งผู้สูงอายุ เด็ก ผู้ป่วย และผู้พิการ ออกไปยังจุดพักพิงที่ปลอดภัยเป็นลำดับแรก ทั้งนี้ยังได้มอบหมายให้ทหารพรานที่ 32 ลงพื้นที่บ้านขอน เพื่อเฝ้าระวังและสนับสนุนภารกิจช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง

นอกจากนี้ ทางจังหวัดน่านยังได้เตือนให้ประชาชนสังเกตสัญญาณอันตราย เช่น น้ำเปลี่ยนเป็นสีขุ่น มีเศษไม้ไหลมากับน้ำ หรือมีเสียงน้ำดังผิดปกติ หากพบให้รีบออกจากพื้นที่ทันที ห้ามฝ่ากระแสน้ำโดยเด็ดขาด พร้อมประสานเตรียมความพร้อมเครื่องมือ ยานพาหนะ และเปิดสายด่วน ปภ. 1784 เพื่อรับแจ้งเหตุและช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง

ล่าสุดวันนี้ (16 ก.ย.) เวลา 07.00 น. นายธีระพล บุญตัน ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครองอำเภอปัว รักษาราชการแทนนายอำเภอปัว ได้มอบหมายให้ นายอมรชัย วิไลรัตน์ ปลัดอำเภอ พร้อมสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนอำเภอปัวที่ 4 ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์น้ำ 8 จุดสำคัญ ได้แก่ ถนนหน้าวัดบ้านขอน ตำบลปัว, สะพานบ้านต้นแหลง ตำบลไชยวัฒนา, สะพานคลองสวยน้ำใส บ้านปรางพัฒนา 1 ตำบลปัว, บริเวณบ้านแก้มราษฎร์พัฒนา ตำบลวรนคร, สะพานบ้านร้องแง ตำบลวรนคร, สะพานบ้านตึ้ด ตำบลวรนคร, สะพานบ้านเฮี้ย ตำบลศิลาแลง และสะพานบ้านฝาย ตำบลวรนคร

จากการตรวจสอบพบว่า ลำน้ำสายหลักอย่าง ลำน้ำขว้าง ลำน้ำกูน และลำน้ำปัว ปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยระดับน้ำส่วนใหญ่ยังอยู่ห่างจากตลิ่งประมาณ 2 เมตร มีเพียงบริเวณถนนหน้าวัดบ้านขอนที่มีน้ำจากลำห้วยทรายเอ่อล้นขึ้นมาเล็กน้อย แต่ยานพาหนะยังคงสัญจรผ่านได้ตามปกติ

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากปริมาณน้ำสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาหากมีฝนตกหนักบริเวณพื้นที่ต้นน้ำ ทางอำเภอปัวจึงขอแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้ลำน้ำ ลำห้วย พื้นที่ลุ่มต่ำ และเชิงเขา ให้เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก หากสังเกตเห็นสัญญาณอันตราย เช่น น้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว สีน้ำเปลี่ยนเป็นสีขุ่น หรือมีเศษไม้ไหลมากับน้ำ ให้เตรียมพร้อมอพยพไปยังจุดปลอดภัยทันที และประสานขอความช่วยเหลือจากผู้นำชุมชนหรือเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ได้ทันที







