



เมื่อวันที่ 15 ก.ย. 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวนายมินธาฎา อายุ 23 ปี ชาวจังหวัดกาญจนบุรี หลังขับรถตู้พยายามหลบหนีการติดตาม ก่อนเสียหลักพุ่งชนกำแพงรั้วบ้านบริเวณสี่แยกดอนทราย ถนนเกาะหลักตัดถนนสุขจิต เขตเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ โดยมีตำรวจทางหลวง ตำรวจปราบปรามยาเสพติด บก.ปส. ชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และตำรวจ สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ ร่วมควบคุมพื้นที่ ตรวจสอบรถตู้ฮุนได รุ่นทัวริ่ง สีบรอนซ์เงิน กรุงเทพมหานคร ซึ่งได้รับความเสียหายจากการชนกำแพงรั้วบ้าน 2 ช่วงเสา ก่อนพบกระสอบบรรจุยาเสพติดภายในห้องโดยสาร เจ้าหน้าที่จึงนำรถไปตรวจสอบอย่างละเอียดที่สถานีตำรวจทางหลวง 3 กองกำกับการ 2 ประจวบคีรีขันธ์









ต่อมา พ.ต.อ.ประสงค์ พันธ์สวัสดิ์ ผกก.กก.4 บก.สกส.บก.ปส. พร้อม พ.อ.ประกาศ จันจะนะ รอง ผบ.ฉก.จงอางศึก กองกำลังสุรสีห์ และเจ้าหน้าที่ สขว.กอ.รมน. ร่วมตรวจสอบของกลาง พบกระสอบ 23 กระสอบ ภายในบรรจุห่อไอซ์น้ำหนักประมาณ 1 กิโลกรัม รวม 464 ห่อ น้ำหนักรวม 464 กิโลกรัม มูลค่าประมาณ 464 ล้านบาท จากการสืบสวนก่อนเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ ปส.แกะรอยขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจาก อ.แม่สาย จ.เชียงราย มุ่งหน้าจังหวัดสงขลา และประสานตำรวจทางหลวงเข้าสกัดเมื่อรถต้องสงสัยเข้าสู่พื้นที่ ต.บ่อนอก อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ โดยผู้ขับขี่พยายามเร่งความเร็วหลบหนี เปลี่ยนเส้นทางเข้าสู่ตัวเมือง แต่ไม่ชำนาญพื้นที่ ก่อนเสียหลักบริเวณสี่แยกดอนทรายและถูกควบคุมตัวได้





จากการสอบสวนเบื้องต้น นายมินธาฎารับว่าเคยรับจ้างขนยาเสพติดมาแล้ว 2 ครั้ง ได้ค่าจ้างครั้งละประมาณ 150,000 บาท ส่วนครั้งล่าสุดเป็นครั้งที่ 3 ได้ค่าจ้าง 500,000 บาท โดยเดินทางจากแม่สายด้วยรถตู้โตโยต้า คอมมิวเตอร์ ก่อนแวะพักที่ จ.ลำปาง และเปลี่ยนมาใช้รถตู้ฮุนได เอช 1 ขับลงใต้ แวะพักค้างคืนที่โรงแรมแห่งหนึ่งใน จ.ราชบุรี ก่อนถูกติดตามจับกุมที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยอ้างว่าเงินค่าจ้างเตรียมนำไปใช้จัดพิธีแต่งงานกับแฟนสาว หลังตรวจยึดของกลาง เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมรถตู้และไอซ์ทั้งหมดส่งกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ดำเนินคดีและขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการ ผู้สั่งการ รวมถึงเส้นทางและเครือข่ายที่เกี่ยวข้องต่อไป ทั้งนี้ ผู้ต้องหายังคงเป็นผู้ต้องหาตามกระบวนการยุติธรรม และต้องได้รับการพิสูจน์ความผิดตามขั้นตอนของกฎหมาย

พิสิษฐ์ รื่นเกษม ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.ประจวบคีรีขันธ์

