“นายกสมาคมผู้ประกอบธุรกิจอาวุธปืนฯ” ไม่เห็นด้วยถ้ายกเลิกใบป.12 ชี้ปัจจุบันห้ามนำเข้าแต่ปัญหาอาชญากรรมไม่ลด แนะรัฐต้องแก้ไขจากจุดเริ่มต้น

สมาคมผู้ประกอบธุรกิจอาวุธปืนแห่งประเทศไทย ชี้คุมเข้ม ป.12 ไม่ช่วยลดอาชญากรรม แต่ผู้ประกอบการต้องแบกรับ สภาวะขาดทุนตั้งแต่ปี 66 หลังแก้กฎหมาย พ.ร.บ.อาวุธปืน จี้รัฐบาลควรเร่งแก้ปม "ปืนมรดก-ปัญหาสังคม" ที่ต้นเหตุ หมั่นดูแลสุขภาพจิต กลุ่มวัยรุ่น ซึ่งอยู่ภาวะอารมณ์แปรปรวน สร้างจิตสำนึก และความตระหนักรู้ ในการป้องกันเหตุร้าย ซึ่งเป็นการลดปัญหาความรุนแรงที่ต้นเหตุ ในระยะยาว

“นายกสมาคมผู้ประกอบธุรกิจอาวุธปืนฯ” ไม่เห็นด้วยถ้ายกเลิกใบป.12 ชี้ปัจจุบันห้ามนำเข้าแต่ปัญหาอาชญากรรมไม่ลด แนะรัฐต้องแก้ไขจากจุดเริ่มต้น – Top News รายงาน

 

 

 

จากกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีคำสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินมาตรการกวดขัน กรณีการขออนุญาต ซื้อขาย และพกพาอาวุธปืน ใบป.3 , ป,4 และ ป.12 หลังเกิดเหตุการณ์ กัดยิงภายในโรงเรียน และยิงนายกอบจ.ย่านนนทบุรี เสียชีวิต เป็นเหตุให้ทางรัฐบาลต้องเร่งวางมาตรการป้องกันและปราบปรามอย่างเร่งด่วนเพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย

วันนี้ ( 11 ส.ค.69) ทีมข่าว Top news ได้ลงพื้นที่ บริเวณย่านพาหุรัด ซึ่งเป็นย่านที่มีการขออนุญาตค้าขายอาวุธปืนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อสังเกตการค้าขายอาวุธปืน ในช่วงหลังมีออกกฎหมายควบคุมใบ ป.12 ตั้งแต่ปี 2566 จนถึงปัจจุบัน รวมไปถึงการขับเคลื่อนตามคำสั่งคุมเข้มของนายกรัฐมนตรี ว่าส่งผลอย่างไรบ้าง

โดย นายฐิติธร บุพพารัมณีย์ เจ้าของร้าน หจก.ปืนหัสดินทร์ ย่านพาหุรัดซึ่งดำรงตำแหน่ง นายกสมาคมผู้ประกอบธุรกิจอาวุธปืนแห่งประเทศไทย และเป็นตัวแทนผู้ค้าอาวุธปืน ได้ตอบถึงประเด็นดังกล่าวกับทีมข่าวว่า หลังจากมีการปรับแก้ไขกฎหมายอาวุธปืน ทางร้านค้าและทางสมาคมฯได้ให้ความร่วมมือกับทางภาครัฐมาโดยตลอด การอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน เป็นส่วนของผู้อนุญาต เมื่อผู้ซื้อได้รับอนุญาต จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็จะนำเอกสารมาประกอบกับการขอซื้ออาวุธปืนจากทางร้านค้า ซึ่งจะจำหน่ายให้ผู้ที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องเท่านั้น ดังนั้นการควบคุมใบอนุญาต จึงเป็นหน้าที่ของนายทะเบียนที่ดูแลมาตั้งแต่ต้น

 

นายกสมาคมผู้ประกอบธุรกิจอาวุธปืนฯ  

ข่าวที่น่าสนใจ

สำหรับ การพิจารณาคุณสมบัติของผู้ขออนุญาต ในส่วนของใบ ป.12 ในกรณีบุคคลที่ได้รับการอนุญาตพกพาอาวุธปืน ภายหลังจากที่ขอใบ ป.3 และซื้ออาวุธปืนเสร็จ หากจำเป็นต้องพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะจริง ก็จะต้องดำเนินการขอใบ ป.12 ซึ่งเรื่องนี้ทางร้านค้าและสมาคมฯ ไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใดกับการที่บุคคลที่มีความประสงค์จะขอใบ ป.3 และ ป.12 ตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว เนื่องจากไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการอนุญาต เพียงแต่ให้ประชาชนทั่วไปที่มีความจำเป็นยื่นขอใบอนุญาต สิ่งเหล่านี้ต่างหากที่จะกระทบต่อประชาชนที่มีเหตุหรือมีความจำเป็นจริงๆในการมีอาวุธปืนไว้เพื่อดำเนินการตรงนั้น

ตามหลักการซื้ออาวุธปืนของประชาชน สิ่งที่นายทะเบียน จะพิจารณาก็คือ บุคคลที่ต้องการซื้อต้องยื่นขอต่อนายทะเบียนว่า ขออนุญาตซื้อ และขออนุญาตมี และใช้ปืนตามแบบใบ ป.1 โดยแจงความจำนงและเจตนาว่าต้องการเพื่ออะไร บางคนก็ซื้อเพื่อการกีฬา บางคนก็ซื้อเพื่อป้องกันชีวิตและทรัพย์สิน หลังจากยื่นแล้วนายทะเบียน ก็จะพิจารณาจากคุณสมบัติ ของบุคคลผู้นั้น โดยอาจจะมีการตรวจสอบพิมพ์ลายนิ้วมือ ตรวจสอบประวัติอาชญากรรม และก็ตรวจสอบอาชีพการงาน รวมถึงเหตุความจำเป็น เมื่อนายทะเบียนพิจารณาแล้ว บุคคลผู้นั้นมีความเหมาะสม นายทะเบียนก็จะอนุญาตให้ซื้ออาวุธปืนได้

 

 

 

 

นายฐิติธร ยังกล่าวว่า ปัจจุบันบุคคลที่ซื้ออาวุธปืน หรือประชาชนทั่วไป อาจจะไม่มีการเรียกไปตรวจอาวุธปืนตามใบ ป.4 เนื่องจาก มีรายชื่อผู้ซื้อหรือผู้ครอบครอง อยู่ในฐานทะเบียน สามารถตรวจสอบได้อยู่แล้ว แต่ในกรณีของปืนมรดก ปืนเก่าที่พ่อ-แม่เคยครอบครองอยู่ ทายาทมักไปขอโอนปืนเป็นชื่อของตนเองก็มี บางคนที่ไม่ได้ต้องครอบครองไว้ ก็จะนำไปจำหน่าย ซึ่งหลักการจำหน่ายคือ ประเด็นปัญหาที่ทำให้ปืนถูกกฎหมาย กลายเป็นปืนผิดกฎหมาย เนื่องจากผู้ซื้อต่อไป จะไม่ได้รับอนุญาตให้มีใบรับโอน ส่งผลให้ปืนถูกกฎหมายกลายเป็นปืนผิดกฎหมาย ซึ่งปัจจุบันมีเยอะ

 

 

ดังนั้น สิ่งที่รัฐต้องทำก็คือให้ความรู้ ให้ประชาชนส่วนหนึ่งที่เข้าใจว่า หากมีปืนถูกกฎหมายในครอบครัว สามารถโอนเป็นชื่อทายาทต่อ หากทายาทมีคุณสมบัติตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน และหากต้องการจำหน่ายให้กับคนผู้อื่น จำเป็นจะต้องจำหน่ายให้แก่บุคคลที่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนก่อน ถึงจะจำหน่ายปืนกระบอกนั้นได้ กรณีใบ ป.12 การพกพาอาวุธปืน บางคนอาจจะมีเหตุจำเป็นเช่น กลุ่มข้าราชการ กลุ่มตุลาการ กลุ่มผู้พิพากษา หรืออัยการ ในการที่ท่านจะมีอาวุธปืนไว้เพื่อพกพานั้น ก็ต้องยื่นขออนุญาตตามกฎหมาย เช่นเดียวกัน เพราะตามมาตรา 8 ทวิวรรค 3 จะให้เฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ทหาร หรือเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ในขณะระหว่างปฏิบัติหน้าที่มีอาวุธปืนพกติดตัวได้เท่านั้น

หากเจ้าหน้าที่รัฐ จะถูกยกเลิกใบ ป.12 ด้วยนั้น เชื่อว่า สังคมจะได้รับผลกระทบแน่นอน ตนมองว่า การที่เจ้าหน้าที่ พกพาอาวุธปืนนอกเหนือเวลาการปฏิบัติหน้าที่ ยังมีความจำเป็น ที่บางหน่วยอาจจะต้องได้รับการอนุญาตให้พกพาอาวุธประจำตัว ตามหลักใบ ป.12 หากถามว่าเหตุใด ทางสมาคมฯถึงมองว่าการออกใบอนุญาต ป.12 มีข้อดีอยู่ คือ

1. สามารถตรวจสอบบุคคลที่มีอาวุธปืน หากบุคคลผู้นั้นนำปืนไปก่อเหตุไม่ชอบด้วยกฎหมาย สามารถแทร็กกิ้งติดตามและกลับมาหาตัวผู้ก่อเหตุได้เลย ถามว่าในอดีตผู้พิพากษาอัยการหรือบุคคลที่มีความจำเป็นต้องมีอาวุธปืนไว้ติดตัว ก็ต้องยื่นขอแบบใบ ป.12 อย่างถูกต้องตามกฎหมาย รวมถึงข้าราชการตำรวจที่เกษียณอายุ ก็มีความจำเป็น เพราะท่านดำรงตำแหน่งมาหลายปีในการปราบปรามจับโจรนับไม่ถ้วน แต่วันหนึ่งรัฐบอกว่าเมื่อท่านเกษียณแล้ว ท่านไม่ต้องมีอาวุธปืนปกป้องตนเอง หากเกิดโจรเหล่านั้นคิดจะมาแก้แค้น ท่านก็อยู่ในความเสี่ยงเช่นกัน ดังนั้นตนก็ยังมองว่า ตามหลักแล้วควรที่จะต้องเปิดทำให้มันถูกระบบ ก็คืออนุญาต นับแต่อนุญาตอย่างมีขอบเขตและควบคุมได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า การค้าขายอาวุธปืน ในช่วงที่มีการปรับแก้ไขกฎหมายนั้น นายฐิติธร เผยว่า ปัจจุบัน ร้านค้าอาวุธปืนถูกห้ามนำเข้ามาเป็นระยะเวลาเกือบ 3 ปีแล้วตั้งแต่ตุลา 2566 จนถึงปัจจุบัน จึงแทบจะไม่มีสินค้าขาย ผู้ประกอบการ ต้องประสบปัญหาขาดทุนมาจนถึงปัจจุบันนี้ แต่สิ่งหนึ่งที่ได้ตอกย้ำให้เห็นก็คือ “ปัญหาอาชญากรรมอาวุธปืนไม่ได้ลดลงเลยตั้งแต่มีคำสั่งห้าม” เพราะปืนที่ก่อเหตุโดยมากจะเป็นปืนเก่าที่เก็บรักษาอย่างไม่ถูกต้อง นอกจากนี้การเอาอารมณ์ชั่ววูบของอดีตเจ้าหน้าที่ ซึ่งเคยมีอาวุธประจำกายและได้รับอนุญาตให้มี เป็นอาวุธปืนอย่างถูกต้องก่อนไปก่อเหตุ

อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนการคัดกรองในอนาคต น่าจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงมากกว่านี้ เพราะความสูญเสียเป็นสิ่งที่สังคมยอมรับไม่ได้ หากยกตัวอย่างนโยบายจากสหรัฐอเมริกา เช่น 1. ผู้ครอบครองปืนจำเป็นจะต้องเก็บอาวุธปืนในเซฟ เพื่อความปลอดภัย โดยเฉพาะบ้านที่มีเยาวชนหรือมีเด็ก เพื่อให้เด็กเหล่านั้นไม่สามารถเข้าถึงอาวุธปืนได้ 2. มาตรการอื่นๆที่เข้ามาเกี่ยวข้องได้แก่การเฝ้าระวัง การตรวจสุขภาพจิตของเด็กในโรงเรียน คอยสังเกตเด็กที่อยู่โรงเรียนเป็นประจำ เพื่อให้เด็กที่อยู่ใกล้เคียงกับคนที่รู้สึกมีความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ การใช้อารมณ์ การใช้ความรุนแรงในโรงเรียนสูงขึ้น หากพบเห็นก็จะมีการเฝ้าระวัง แล้วเมื่อเกิดเหตุจะต้องทำยังไงในการเมื่อเผชิญเหตุและการยับยั้งเหตุอย่างไร

 

ซึ่งตรงนี้รัฐบาลจำเป็นจะต้องเรียกหลายๆหน่วยงานมาให้ข้อมูลรวมถึงการพูดคุยเพื่อหาทางแก้ เพราะสิ่งสำคัญคือ ณ ปัจจุบัน การซื้อขายอาวุธปืนอย่างถูกต้องไม่ได้เป็นปัญหา เพราะถ้าเด็กมีมีดก็เกิดความสูญเสียได้ การที่เด็กโดดตึกตายที่โรงเรียนก็เกิดความสูญเสียได้ แต่สิ่งสำคัญคือ รัฐบาลต้องทำยังไงให้ประชาชนสามารถรับรู้ถึงปัญหาเหล่านี้ และเข้าไปแก้ไขปัญหาที่จุดเริ่มต้น ปัญหาเหล่านี้ก็น่าจะลดและเบาบางลง มันคือปัญหาทางด้านครอบครัวและปัญหาความรุนแรงที่ใช้ในกลุ่มเยาวชนหรือแม้กระทั้งผู้ใหญ่ ที่มีการใช้ความรุนแรงสูงขึ้น ดังนั้น การลดโทษไม่ใช่การแก้ปัญหา แต่การทำยังไงให้เด็กเหล่านี้กลับมาเป็นเยาวชนที่ดีของสังคม อันนี้ต่างหากที่เป็นสิ่งที่เราควรส่งเสริม

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

"เวียตเจ็ทไทยแลนด์" คว้ารางวัล "Best Companies to Work for in Asia 2026" 2 ปีซ้อน
ความเหมือน(แต่)แตกต่าง!! บ่นยับ "ดอนเมืองโทล์ลเวย์" อ้างน้ำลดให้ย้ายรถพ้นทางยกระดับ เสียงชื่นชมกระหึ่ม "ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์คและสเปลล์-ศูนย์การค้าเซียร์ รังสิต" ขยายเวลานำรถออก บรรเทาเดือดร้อนผู้ได้รับผลกระทบ "น้ำท่วมรังสิต-ปทุมฯ"
MEA แท็กทีม "ช่างไฟจิตอาสา MEA" พร้อมลงพื้นที่! เปิดรับสมัครภาคีเครือข่ายช่างไฟจิตอาสา เพิ่มพลังน้ำใจ ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย
เช็กด่วน! สิทธิเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม นายจ้างและผู้ประกันตน อย่าลืมตรวจสอบรายชื่อและสถานที่เลือกตั้ง พร้อมยื่น เพิ่ม–ถอนชื่อ
ในวิกฤตมีเซอร์ไพรส์!! "หมอพรทิพย์" เปิดประสบการณ์เผชิญน้ำท่วมสัมมากร บังเอิญเจอ "ก้อง สหรัถ" เป็นอาสาขับรถช่วยผู้คน แถม พบ "จอห์น นูโว" มาส่งขนมปังลูกค้า ในวันเสบียงหมดครัว!!
"นายกฯอนุทิน" สั่งระดมสูบน้ำ ยันไม่ท้อลงพื้นที่น้ำท่วม เจอเสียงด่า ลั่นโชคดีแล้วโดนบ่นแค่นี้ ยินดีกราบขออภัย นำทุกเสียงวิจารณ์ผ่านสองรูหู หาทางแก้ไขให้พรุ่งนี้ดีขึ้น!!

ดู LIVE รายการ