“หมอเจด” เตือน “ตับอักเสบ” ไม่มีอาการ! เช็กเลย ค่าตับแบบไหน บอกความเสี่ยงได้จริง!

"หมอเจด" แพทย์ผู้เชี่ยวชาญและอินฟลูเอนเซอร์สายสุขภาพชื่อดัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก โดยระบุว่า.. ตับอักเสบไม่มีอาการ! เช็กเลย ค่าตับแบบไหนบอกความเสี่ยงได้จริง!

“หมอเจด” เตือน “ตับอักเสบ” ไม่มีอาการ! เช็กเลย ค่าตับแบบไหน บอกความเสี่ยงได้จริง! – Top News รายงาน

 

 

 

เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2569 “หมอเจด” หรือนายแพทย์เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญและอินฟลูเอนเซอร์สายสุขภาพชื่อดัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก โดยระบุว่า.. ตับอักเสบไม่มีอาการ! เช็กเลย ค่าตับแบบไหนบอกความเสี่ยงได้จริง!

ปีนี้ใครยังไม่ได้ตรวจสุขภาพ ถ้ามีโอกาสผมอยากชวนให้ลองตรวจดูครับ โดยเฉพาะ “ค่าตับ”
เพราะตับมีอย่างหนึ่งที่ผมว่าน่ากลัว คือมันอดทนมากครับ
ต่อให้เริ่มมีไขมันพอก เริ่มอักเสบ หรือเริ่มมีพังผืด บางคนก็ยังไม่เจ็บ ไม่ปวด ไม่ตัวเหลือง ใช้ชีวิตได้เหมือนเดิม กว่าจะรู้ตัวอีกที บางคนไปตรวจเพราะเรื่องอื่น แล้วถึงเพิ่งเห็นว่า “อ้าว ค่าตับสูงมาตั้งแต่เมื่อไหร่” เพราะฉะนั้นถ้ามีผลตรวจเลือดอยู่ในมือ ลองหยิบขึ้นมาดูพร้อมกันครับ ไม่ต้องจำศัพท์ทั้งหมด เดี๋ยวผมเล่าให้ฟังว่าแต่ละค่ามันกำลังบอกอะไรเรา

ข่าวที่น่าสนใจ

 


1️⃣ ALT ตัวนี้ถ้าสูง ผมจะเริ่มมองที่ตับก่อน
ALT เป็นค่าที่ขึ้นได้เวลาที่เซลล์ตับกำลังถูกทำร้ายครับ
สาเหตุมีได้หลายอย่าง ตั้งแต่ไขมันพอกตับ ดื่มแอลกอฮอล์ ไวรัสตับอักเสบ ไปจนถึงยาหรืออาหารเสริมบางชนิด
ดูแบบง่าย ๆ
• ALT ต่ำกว่าประมาณ 40 U/L = มักยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ
• มากกว่า 40 U/L = เริ่มต้องดูแล้วว่าสูงจากอะไร
• ถ้าสูงขึ้นหลายเท่า = ยิ่งไม่ควรปล่อยผ่าน ต้องหาสาเหตุให้ชัด
แต่ตัวเลขของแต่ละแล็บอาจไม่เท่ากันเป๊ะนะครับ ให้ดูเกณฑ์ที่เขาพิมพ์มากับผลตรวจของเราด้วยนะ

2️⃣ AST คล้าย ALT แต่ไม่ได้มาจากตับอย่างเดียว
เวลาเห็น AST สูง อย่าเพิ่งตกใจว่า “ตับพังแล้วหรือเปล่า”
เพราะ AST มีอยู่ในกล้ามเนื้อด้วยครับ คนที่เพิ่งออกกำลังกายหนัก ยกเวทหนัก หรือกล้ามเนื้อบาดเจ็บ ค่านี้ก็ขึ้นได้
โดยทั่วไป
• AST ต่ำกว่าประมาณ 40 U/L = มักยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ
• เกิน 40 U/L = ต้องเริ่มดูร่วมกับ ALT และประวัติอื่น ๆ
เพราะฉะนั้นหมอจะไม่ดู AST ตัวเดียวครับ จะดูว่า ALT ขึ้นด้วยไหม ดื่มแอลกอฮอล์ไหม เพิ่งออกกำลังกายหนักหรือเปล่า แล้วค่อยต่อภาพเข้าด้วยกัน

3️⃣ ALP กับ GGT ถ้าขึ้นพร้อมกัน ผมจะเริ่มคิดถึงทางเดินน้ำดี
สองตัวนี้หลายคนไม่ค่อยรู้จัก แต่จริง ๆ มีประโยชน์มากครับ
ALP ในผู้ใหญ่โดยทั่วไปอยู่ประมาณ
• 40–129 U/L = ยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ
• ถ้าสูงกว่านี้ = ต้องดูว่ามาจากตับ ทางเดินน้ำดี หรือกระดูก
แล้วถ้า ALP สูง พร้อมกับ GGT สูงด้วย ผมจะยิ่งสงสัยว่าต้นเหตุน่าจะมาทางตับหรือทางเดินน้ำดีมากขึ้น
เช่น มีน้ำดีคั่ง หรือมีอะไรไปขวางทางเดินน้ำดีครับ

4️⃣ Bilirubin ตัวนี้ถ้าสูงมาก เราอาจเริ่มเห็นตาเหลือง ตัวเหลือง
Bilirubin คือของเสียที่เกิดขึ้นตอนร่างกายจัดการกับเม็ดเลือดแดงเก่า แล้วตับต้องช่วยเปลี่ยนและขับออก
โดยทั่วไป
• Total Bilirubin ประมาณ 0.2–1.2 mg/dL = มักยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ
• ถ้าสูงเกิน = ต้องหาว่าเกิดจากตับ ทางเดินน้ำดี หรือเม็ดเลือดแดง
เวลาค่านี้สูงขึ้นมาก บางคนจะเริ่มสังเกตได้ว่า ตาเหลือง ตัวเหลือง ปัสสาวะเข้ม
แต่ไม่ใช่เห็น Bilirubin สูงแล้วสรุปว่าเป็นตับแข็งนะครับ มันมีสาเหตุอื่นได้เหมือนกัน

5️⃣ Albumin ค่านี้ผมใช้ดูอีกมุมว่า ตับยังสร้างโปรตีนได้ดีแค่ไหน
ตับไม่ได้มีหน้าที่แค่กำจัดของเสียครับ มันยังต้องสร้างโปรตีนสำคัญหลายอย่างให้ร่างกายด้วย หนึ่งในนั้นคือ Albumin
โดยทั่วไป
• Albumin ประมาณ 3.4–5.4 g/dL = ยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ
• ถ้าต่ำกว่าเกณฑ์ = ต้องหาสาเหตุเพิ่ม
ในคนที่เป็นโรคตับเรื้อรัง ถ้า Albumin เริ่มต่ำ ผมจะสนใจมากขึ้น เพราะอาจสะท้อนว่าตับเริ่มสร้างโปรตีนได้ลดลง แต่ก็ต้องย้ำว่า Albumin ต่ำไม่ได้มาจากตับอย่างเดียวครับ โรคไต ขาดสารอาหาร หรือการอักเสบเรื้อรังก็ทำให้ต่ำได้

6️⃣ อย่าลืมเช็ก “ไขมันพอกตับ” ด้วย
อันนี้ผมอยากย้ำมากครับ
หลายคนดู ALT ปกติ AST ปกติ แล้วปิดกระดาษเลย
“โอเค ตับดี”
ยังครับ
เพราะคนที่มี ไขมันพอกตับ บางคน ค่าตับก็ยังไม่ได้สูงมากในช่วงแรก และถ้าปล่อยให้ไขมันสะสมต่อเนื่อง บางคนจะเริ่มเกิดการอักเสบ แล้วตามมาด้วย พังผืดในตับ
โดยเฉพาะคนที่
• มีพุงหรือน้ำหนักเกิน
• เป็นเบาหวานหรือน้ำตาลสูง
• ไตรกลีเซอไรด์สูง
• ไขมันในเลือดผิดปกติ
• ไม่ค่อยออกกำลังกาย
กลุ่มนี้ผมอยากให้ระวังไว้หน่อยครับ
ถ้ามีความเสี่ยง หมออาจดูต่อด้วยอัลตราซาวนด์ หรือประเมินเรื่องพังผืดเพิ่ม เช่น FIB-4 ที่ใช้ อายุ AST ALT และเกล็ดเลือดมาช่วยคำนวณความเสี่ยง หรือในบางคนอาจตรวจ FibroScan เพิ่มครับ

ไม่อยากให้ตับอักเสบ ไขมันพอกหนักจนกลายเป็นพังผืด ดูแลตัวเองแบบนี้ครับ
• ลดน้ำหวาน ของหวาน และแป้งขัดสี โดยเฉพาะคนที่กินทุกวัน เพราะพลังงานที่เหลือใช้มีโอกาสไปสะสมเป็นไขมันในตับ
• ถ้าน้ำหนักเกิน ค่อย ๆ ลดลง ไม่ต้องอด ไม่ต้องหักโหม แต่ต้องทำให้ต่อเนื่อง เพราะน้ำหนักที่ลดลงช่วยลดไขมันในตับได้
• ขยับร่างกายให้มากขึ้น เดิน คาร์ดิโอ หรือเวทก็ได้ เพราะกล้ามเนื้อช่วยดึงน้ำตาลและพลังงานไปใช้ ไม่ให้เหลือไปกองที่ตับมากเกินไป
• ลดหรือเลี่ยงแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะถ้ารู้แล้วว่าค่าตับสูงหรือมีไขมันพอกตับ อย่าเพิ่มงานให้ตับอีกครับ
• กินอาหารให้หลากหลายขึ้น เน้นผัก ปลา ถั่ว ไขมันดี รวมถึงอาหารที่มีโอเมก้า-3 และโคลีน ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดการไขมันของร่างกาย แต่ไม่ใช่กินอย่างใดอย่างหนึ่งแล้วไขมันพอกตับจะหายนะครับ ต้องปรับพฤติกรรมร่วมด้วย
• ยาชุด สมุนไพร อย่ากินแบบไม่รู้ที่มา คำว่า “ธรรมชาติ” ไม่ได้แปลว่าตับจะชอบทุกตัว บางอย่างทำให้ตับอักเสบได้จริง

สุดท้าย ปีนี้ใครยังไม่ได้ตรวจสุขภาพ ผมไม่ได้จะบอกว่าต้องรีบไปตรวจเดี๋ยวนี้นะครับ แต่ถ้ามีโอกาสก็ลองเช็กไว้ โดยเฉพาะคนที่มีพุง น้ำหนักเกิน เบาหวาน ไขมันสูง หรือเคยมีค่าตับผิดปกติ เพราะเรื่องของตับ ยิ่งรู้ตอนที่ยังไม่มีอาการ เราก็ยิ่งมีเวลาปรับได้เยอะกว่ารอจนมันส่งสัญญาณออกมาแล้ว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

พลัง “บวร” สุโขทัยคึกคัก! หลวงพี่นาค นำทีมจัดครัวเคลื่อนที่ ตักบาตรโรงทานเลี้ยงพระ-บุคลากร โครงการวัดประชารัฐสร้างสุข
"วินธัย" แจง 5 ข้อ โต้กลับ "สส.ส้ม" วิจารณ์ "ทหารวิ่งแกร็บ" โครงการสร้างรายได้เสริม ทภ.2 โยงแซะกองทัพ ยันทบ.คงมุ่งมั่นพัฒนาสวัสดิการกำลังพล ชี้เป็นไปโดยสมัครใจทำอาชีพสุจริตเพิ่ม
น่าน–แพร่ เดินหน้าบูรณาการงานวิจัยและนวัตกรรม PM2.5 สู่การใช้ประโยชน์ในระดับพื้นที่
ชาวบ้านทิยาเพอ อ.สบเมย ยืนยันไม่เอาเหมืองแร่ ร้องอำเภอเร่งตรวจสอบ หลังจากที่ชาวบ้านเคยค้านมาแล้ว 2 ครั้ง รวมถึงปัญหาสารปนเปื้อน
กำแพงเพชร-รพ.เอกชนเมืองกำแพง เปิดอาคารกุมารเวชกรรม 24 ชั่วโมง ดูแลผู้ป่วยเด็ก
น่านชวนสัมผัส “เส้นทางภูษาล้านนา” พาเที่ยวผ่านขุนเขา ชุมชน และผืนผ้า เปิดมุมมองเมืองน่านผ่านวิถีชีวิตพื้นบ้านและภูมิปัญญาผ้าทอ

ดู LIVE รายการ