เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 เวลา 14.00 น. ที่ องค์การบริหารส่วนตำบลบ่อ อำเภอเมือง จังหวัดน่าน นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ตรวจติดตาม การตั้งศูนย์อำนวยความสะดวกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ในระดับตำบล ในการบริการประชาชน อำนวยความสะดวก ยืนยันตัวตนทางอิเล็กทรอนิกส์ การยื่นคำขอทบทวนสิทธิ์ รวมถึงการให้ความช่วยเหลือที่ครอบคลุม โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ทั้งผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง และผู้ที่มีข้อจำกัดด้านสุขภาพและการเดินทาง

ซึ่งศูนย์อำนวยความสะดวกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ในระดับตำบล จะตั้ง ณ องค์การบริหารส่วนตำบล หรือเทศบาล ทุกแห่งของจังหวัดน่าน มีเจ้าหน้าที่บริการให้คำปรึกษา เอกสาร แบบฟอร์ม บริการอินเทอร์เน็ต อุปกรณ์ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
หากประสงค์จะเดินทาง ไปยืนยันสิทธิ์ หรืออุทธรณ์สิทธิ์ อบต. และเทศบาล จัดรถรับ-ส่ง อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ธนาคาร สำนักงานที่ดิน หรือสำนักงานขนส่งจังหวัด รวมทั้งให้ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และอาสาสมัครในพื้นที่ เพื่อเร่งกระจายข้อมูลข่าวสารอย่างทั่วถึง เพื่อยกระดับการบริหารจัดการโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐในพื้นที่จังหวัดน่าน ให้มีความรวดเร็ว ทั่วถึง


นอกจากนี้ให้มีชุดปฏิบัติการประจำตำบลที่มีปลัดอำเภอเป็นหัวหน้าชุด หรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ปฏิบัติการเชิงรุก ลงพื้นที่เคาะประตูบ้านทุกหมู่บ้านทุกตำบล เพื่อดูแลประชาชนที่ไม่อาจเดินทางมายังจุดบริการด้วยตนเอง ให้สามารถเข้าถึงสิทธิ์ได้อย่างเป็นธรรมและไม่ตกหล่น
โดยผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ได้ออกหนังสือด่วนที่สุด ส่งตรงถึงนายอำเภอทั้ง 15 อำเภอ เร่งจัดตั้งศูนย์บริการร่วมแบบเบ็ดเสร็จ หรือ One Stop Service พร้อมทั้งประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการจัดจุดให้บริการระดับตำบล ตั้งแต่วันที่ 22 กรกฏาคม 2569 เป็นต้นไป

สำหรับจังหวัดน่าน มีผู้ขอรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 216,666 ราย เป็นผู้ที่ผ่านเกณฑ์เงื่อนไข จำนวน 97,800 ราย จำนวนนี้ต้องทำการยืนยันตัวตนด้วยการสแกนใบหน้าที่ธนาคารของรัฐ หรือ ผ่านแอปพลิเคชัน เป๋าตัง ทางรัฐ และ ThaID หากไม่สะดวกใช้แอป สามารถไปยืนยันตัวตนผ่านธนาคารของรัฐ และมีจำนวน 118,866 ราย ที่ไม่ผ่านเงื่อนไข ต้องมีการอุทธรณ์สิทธิ์ ทั้งเรื่อง กรรมสิทธิ์การครอบครองทางทะเบียนรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และ การถือกรรมสิทธิ์ที่ดิน การจัดตั้งศูนย์ One Stop Service ในทุกอำเภอและระดับตำบล มีเป้าหมายเพื่อลดอุปสรรคในการเข้าถึงสิทธิของประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในพื้นที่ทุรกันดาร









