“ดร.โอฬาร” ย้ำผลลัพธ์ “นายกฯอนุทิน” เยือนจีน นำไทยเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ “เศรษฐกิจ-เทคโนฯ-ภูมิรัฐศาสตร์โลก”

นักวิชาการชี้ นายกฯ-ครม. เยือนจีน เปลี่ยนประเทศสู่ยุคอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ย้ำลงนาม 15 ฉบับ จับมือ 2 ชาติแนบแน่นทุกมิติ ดันเศรษฐกิจ-เทคโนโลยี-ความมั่นคงไทย ไม่กังวล ญี่ปุ่น ตะวันตก หนีห่าง ชี้ ไทยเชี่ยวชาญเรื่องบาลานซ์ดุลอำนาจ

“ดร.โอฬาร” ย้ำผลลัพธ์ “นายกฯอนุทิน” เยือนจีน นำไทยเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ “เศรษฐกิจ-เทคโนฯ-ภูมิรัฐศาสตร์โลก” – Top News รายงาน

 

 

เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว นักรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวว่า การเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะรัฐมนตรี ถือเป็นภารกิจที่มีความสำคัญต่อประเทศไทยอย่างยิ่ง เพราะไม่ใช่เพียงการพบปะผู้นำระหว่างประเทศตามกำหนดการทางการทูต แต่เป็นการวางตำแหน่งของประเทศไทยท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และภูมิรัฐศาสตร์โลก

รศ.ดร.โอฬาร กล่าวว่า การที่นายกรัฐมนตรีนำคณะรัฐมนตรีเดินหน้าผลักดันความร่วมมือกับจีน จนนำไปสู่การลงนามความร่วมมือระหว่างสองประเทศรวม 15 ฉบับ สะท้อนว่ารัฐบาลกำลังวางรากฐานความร่วมมือระยะยาว ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การลงทุน เทคโนโลยี อุตสาหกรรมสมัยใหม่ การศึกษา สาธารณสุข เกษตรกรรม ไปจนถึงความมั่นคงทางการเงิน อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศในหลายมิติ

 

ข่าวที่น่าสนใจ

ในด้านความมั่นคง รศ.ดร.โอฬาร เห็นว่า การมีช่องทางสื่อสารโดยตรงกับจีนช่วยเพิ่มพื้นที่ทางการทูตของไทย โดยเฉพาะในสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา เนื่องจากจีนมีความสัมพันธ์อันดีกับทั้งสองประเทศ จึงสามารถมีบทบาทสนับสนุนการลดความตึงเครียดและเอื้อต่อการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี

ขณะเดียวกัน ความร่วมมือด้านการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ทั้งการฟอกเงิน บัญชีม้า การหลอกลวงออนไลน์ และอาชญากรรมไซเบอร์ จะส่งผลโดยตรงต่อความปลอดภัยของประชาชน เพราะการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างไทยและจีนจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการติดตามเส้นทางการเงินและดำเนินคดีกับเครือข่ายอาชญากรรมได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

สำหรับด้านเศรษฐกิจ รศ.ดร.โอฬาร ระบุว่า จีนยังคงเป็นตลาดสำคัญของสินค้าไทย โดยเฉพาะสินค้าเกษตร อาหาร และผลิตภัณฑ์แปรรูป ความร่วมมือด้านมาตรฐานและสุขอนามัยจะช่วยลดอุปสรรคทางการค้า เพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเข้าถึงตลาดจีน และสร้างรายได้ให้ภาคการผลิตของประเทศ

นอกจากนี้ จุดเด่นของการเยือนครั้งนี้คือการผลักดันความร่วมมือสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต ทั้งยานยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ หุ่นยนต์ ปัญญาประดิษฐ์ เซมิคอนดักเตอร์ และเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งหากสามารถเชื่อมโยงการลงทุนจากจีนเข้ากับผู้ประกอบการไทย มหาวิทยาลัย และการพัฒนาบุคลากรของประเทศ ก็จะช่วยยกระดับฐานการผลิตและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยในระยะยาว

พร้อมกันนี้ ความร่วมมือด้านดาวเทียม อวกาศ ปัญญาประดิษฐ์ และนิวเคลียร์ฟิวชัน ยังเปิดโอกาสให้ประเทศไทยเข้าถึงองค์ความรู้และเทคโนโลยีใหม่ เพื่อนำมาต่อยอดในด้านการเกษตร การแพทย์ การขนส่ง การบริหารจัดการภัยพิบัติ และการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ

 

รศ.ดร.โอฬาร ยังเห็นว่า ความร่วมมือด้านการศึกษาและการวิจัยจะช่วยเตรียมกำลังคนไทยให้สอดรับกับตลาดแรงงานยุคใหม่ ทั้งวิศวกรรมขั้นสูง วิทยาการข้อมูล ระบบอัตโนมัติ และเทคโนโลยีอวกาศ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจในอนาคต

“การเยือนจีนครั้งนี้ยังช่วยเพิ่มอำนาจต่อรองของไทยบนเวทีโลก เพราะประเทศไทยสามารถใช้ความสัมพันธ์กับจีนควบคู่กับการรักษาความร่วมมือกับสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น สหภาพยุโรป อินเดีย และอาเซียน เพื่อเพิ่มทางเลือกด้านตลาด เงินทุน เทคโนโลยี และความมั่นคง” รศ.ดร.โอฬาร กล่าว

อย่างไรก็ตาม รศ.ดร.โอฬาร ระบุว่า ความสำเร็จของการเยือนครั้งนี้จะเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมก็ต่อเมื่อรัฐบาลสามารถผลักดันข้อตกลงทั้ง 15 ฉบับไปสู่การปฏิบัติจริง พร้อมกำหนดเป้าหมายที่ตรวจสอบได้ ทั้งการสร้างงานทักษะสูง การถ่ายทอดเทคโนโลยี การเพิ่มการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศ การยกระดับรายได้เกษตรกร และการเปิดโอกาสใหม่ให้ผู้ประกอบการไทย

ทั้งนี้ รศ.ดร.โอฬาร มองว่า ภารกิจของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสสำคัญในการเปลี่ยนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศให้เป็นผลประโยชน์ของประชาชน เปลี่ยนการลงทุนให้เป็นองค์ความรู้ และเปลี่ยนข้อตกลงระหว่างรัฐให้เกิดผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจและการพัฒนาประเทศที่ประชาชนสามารถสัมผัสได้ในระยะยาว

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

ทวิภาคีผนึก 3 ภาคี! วิทยาลัยเทคนิคฉะเชิงเทรา จับมือสถานประกอบการ-ชุมชน สร้างนวัตกรรมตอบโจทย์ผู้ใช้
ตำรวจบัวเชดบูรณาการฝ่ายปกครอง–ตชด.214 เดินหน้าปราบยาเสพติด ล่อซื้อจับผู้ต้องหา 2 ราย พร้อมของกลาง 200 เม็ด
เดินหน้าสอบ!! "คกก.ชุดที่ 26" ส่ง 3 สำนวน"ฮั้วสว.ส้ม" ถึงมือกกต.แล้ว โดนสั่งค้นหลักฐานเส้นเงินเพิ่ม เหตุพยานปากสำคัญเลื่อนให้ปากคำบ่อยครั้ง!!?
ฝนถล่มหนัก "อ.พนม" สุราษฎร์ฯ น้ำป่าหลาก เอ่อล้นสะพาน ดินไหลทับเส้นทาง ไม่สามารถใช้สัญจรผ่านได้
"ป.ป.ช. ตราด" ลงพื้นที่เชิงรุก ติดตาม-เฝ้าระวังโครงการขุดลอกอ่างเก็บน้ำคลองมะนาว งบกว่า 9.7 ล้านบาท เพื่อให้มั่นใจว่าเงินภาษีทุกบาทถูกเปลี่ยนเป็นแหล่งน้ำที่แก้ปัญหาให้เกษตรกรได้จริง
ฉะเชิงเทรารวมใจพสกนิกร ร่วมวัดสมานรัตนารามฯ บำเพ็ญกุศล 100 วัน น้อมรำลึกพระกรุณาธิคุณ “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ”

ดู LIVE รายการ