“ศุภชัย” สวนเดือด “ยิ่งชีพ ไอลอว์” ควรวางตัวเป็นกลาง ยันข้อกล่าวหาเลื่อนลอย ไร้หลักฐานใส่ร้าย “ภูมิใจไทย” ฮั้วสว.


ข่าวที่น่าสนใจ
22 กรกฎาคม 2569 ที่รัฐสภา นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย แถลงข่าวกรณี นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการ iLaw ยื่นหนังสือต่อประธานวิปฝ่ายค้าน อ้างว่ามีการทุจริตฮั้ว สว. โดยมีสมาชิกพรรคภูมิใจไทยเกี่ยวข้อง 9 คน ซึ่งหนึ่งในนั้นมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รวมถึงการอ้างถึงรัฐมนตรีหลายคน

นายศุภชัยชี้แจงถึงกรณีที่ iLaw อ้างว่า ได้สืบสวนและรวบรวมข้อเท็จจริงมาเป็นเวลานานเพื่อนำมาตั้งข้อกล่าวหากับบุคคลต่างๆ โดยระบุว่า สิ่งที่ iLaw นำมาพูดเป็นเพียงข้อกล่าวหาเฉพาะตัวบุคคล แต่ไม่มีพยานหลักฐานใดที่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจน ว่ามีการกระทำความผิดจริง และเรื่องที่นำมาอ้างนั้นจริงเท็จ ประการใดก็ยังไม่มีข้อสรุป สืบเนื่องจากที่ตนได้โพสต์ข้อความผ่าน Facebook เมื่อช่วงเช้าว่า iLaw ควรจะต้องได้รับการตรวจสอบด้วยเช่นกัน เนื่องจากมองว่าแม้ iLaw จะเป็นองค์กรภาคประชาสังคม (NGO) ที่ได้รับเงินสนับสนุนจากทั้งภายในและต่างประเทศ ซึ่งกฎหมายไม่ได้ห้าม / แต่ในฐานะ NGO จำเป็นต้องมีจุดยืนสำคัญในการวางตัวเป็นกลาง จึงขอเรียกร้องให้มีการตรวจสอบ iLaw เพราะในกรณีการเลือก สว. ที่ผ่านมา iLaw ได้ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอดกับกลุ่มก้าวหน้า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ทำให้เกิดข้อสงสัยถึงความเป็นกลางในการเคลื่อนไหวดังกล่าว
นายศุภชัย กล่าวถึงกรณีบทบาทขององค์กร iLaw ว่า iLaw ไม่ได้อยู่ในจุดที่เป็นกลาง โดยในช่วงที่มีการเลือกตั้ง สว. ได้ออกมานำแคมเปญรณรงค์เชิญชวนประชาชนทั่วประเทศที่มีคุณสมบัติครบถ้วนและมีเงินค่าสมัคร 2,500 บาท ให้ลงสมัคร สว. 67 ซึ่งสิ่งที่ทำนั้นจะต่างหรือเหมือนกับการนัดเจอกันเพื่อเลือก สว. หรือไม่ ตนก็ไม่ทราบ แต่ยืนยันว่า iLaw เป็นผู้มีส่วนร่วมในการทำงานลักษณะนี้ โดยในขณะนั้น นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ก็ได้ออกมารณรงค์และเดินทางไปทั่วประเทศ รวมถึงชวนประชาชนมาสมัครเพื่อโหวต ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่าง iLaw กับคณะก้าวหน้า
นายศุภชัย กล่าวต่อว่า ความสัมพันธ์ระหว่าง iLaw กับคณะก้าวหน้า พรรคอนาคตใหม่ พรรคประชาชน หรือพรรคการเมืองในสายนี้ มีลักษณะแนบแน่นเป็น “คอหอยกับลูกกระเดือก” จึงอย่าอ้างว่าทำหน้าที่เพื่อความบริสุทธิ์ / เพราะได้ออกมารณรงค์เรื่อง สว. คู่ขนานมากับกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับพรรคประชาชนมาตลอด ทั้งนี้ ผลจากการรณรงค์ดังกล่าวก็ทำให้มีผู้สมัครบางส่วนได้เป็น สว. และบางส่วนได้เป็น สว. สำรอง แต่เมื่อผลการเลือกตั้งไม่ได้เป็นไปตามที่ต้องการ จึงขอตั้งคำถามว่าเป็นเรื่องผลประโยชน์ขัดกัน หรือ Conflict of Interest
“หรือเพราะเสียประโยชน์ จึงออกมาเคลื่อนไหวกล่าวหาบุคคลอื่นไม่หยุด การออกมากล่าวพาดพิงพรรคภูมิใจไทย หัวหน้าพรรค สมาชิกพรรค และรัฐมนตรี จึงเป็นกระบวนการที่มีเจตนาซ่อนเร้น ไม่ใช่เจตนาบริสุทธิ์ แต่เป็นการร่วมมือส่งลูกต่อกันตามแนวทางการทำงานที่เคยทำมาเป็นประจำ”
นายศุภชัย ตั้งคำถามว่า สังคมไม่รู้หรือว่า iLaw กับพรรคประชาชน คณะก้าวหน้า ในการเลือก สว. ที่ผ่านมา มีบทบาทอย่างมากในการส่งข้อมูลและวิธีการสรรหาคนมาสมัคร เป็นแคมเปญว่า สว. ประชาชน ซึ่งจริงๆ ก็คือ สว. สีส้ม มีการรณรงค์เพื่อให้มี สว. สีส้ม แล้วก็มากล่าวหาเรื่อง สว. สีน้ำเงิน คำว่าฮั้ว สว. ก็เป็นคำที่ประดิษฐ์ขึ้นมาตั้งแต่ยุคนั้น กระบวนการที่ iLaw ทำคู่ขนานกับก้าวหน้าจึงต้องตั้งคำถามว่า นั่นคือกระบวนการในการทำเรื่องฮั้ว สว. หรือไม่ แต่ทำแล้วไม่สำเร็จจึงมากล่าวหาพรรคภูมิใจไทย
นายศุภชัย กล่าวต่อว่า วันนี้กระบวนการอยู่ในขั้นตอนของ กกต. และ DSI ซึ่งดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย หากบอกว่าไม่ไว้วางใจ กกต. ก็ต้องไปว่าที่ กกต. ไม่ใช่บอกว่า กกต. มีปัญหาแล้วมาสรุปว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล หรือ นายทรงศักดิ์ ทองศรี ทุจริต การกล่าวหาไปถึงนายกรัฐมนตรีว่าฮั้ว สว. หรือทุจริตเลือกตั้ง สว. ถือเป็นเรื่องใหญ่ การจัดเวทีเคลื่อนไหวซ้ำๆ ทำโดยมีวาระซ่อนเร้น ไม่ให้ความเป็นธรรมและไม่เคารพกฎหมาย หากเคารพกฎหมายก็ต้องปล่อยให้กระบวนการยุติธรรมเดินหน้าไป
นายศุภชัย กล่าวยืนยันว่า หากจัดเวทีใดแล้วมีพฤติการณ์หมิ่นประมาทหรือกระทบต่อพรรคภูมิใจไทย จะดำเนินคดีอย่างแน่นอน ถ้าคิดว่ามั่นใจว่าทำโดยติชมด้วยความเป็นธรรมก็ทำไป แต่เราได้รับความเสียหาย กรณีนี้ไม่ใช่กฎหมายปิดปากหรือ SLAPP อย่างที่อ้าง เพราะ SLAP แปลว่าตบ แต่ตนมีหน้าที่ทำหน้าที่เมื่อเห็นว่าใครกระทำผิดต่อพรรค ไม่ได้เป็นการปิดปากแต่อย่างใด
ขอให้อยู่ในขั้นตอนตามกฎหมาย อย่ามากระทบกับคนอื่น โดยหวังว่าตนเองกำลังเป็นผู้มีอภิสิทธิ์จะด่าใครหรือกล่าวหาใครก็ได้ แล้วพอจะถูกฟ้องก็บอกว่าเป็นกฎหมายปิดปาก อย่าอ้างเรื่องพวกนี้แล้วมาหาโอกาสด่า เพราะจริงๆ แล้วก็รู้ว่ามีความใกล้ชิดกัน ซึ่งหมายถึงทาง iLaw ไม่ว่าจะชื่อ iLaw หรืออะไรก็ตาม ยิ่งต้องเคารพกฎหมาย อย่าไปทำงานใกล้ชิดกับพรรคการเมือง แล้วมาเล่นงานฝ่ายตรงข้ามของพรรคการเมืองนั้น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวล่าสุด
เราใช้ คุ้กกี้ เพื่อให้ทุกคนได้ประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น