เส้นทางพลังงานใหม่สำหรับ “แอฟริกา” โครงการท่อส่งก๊าซไนจีเรีย–โมร็อกโก เดินหน้าต่อด้วยการสนับสนุนจาก ECOWAS

A New Energy Corridor for Africa: Nigeria–Morocco Gas Pipeline Moves Forward with ECOWAS Support

 

 

The Nigeria–Morocco African Atlantic Gas Pipeline has taken another step forward after leaders of the Economic Community of West African States (ECOWAS) endorsed the project’s Intergovernmental Agreement (IGA) during their summit held on July 19, 2026, in Freetown, Sierra Leone.

The endorsement reflects growing regional backing for what has evolved from a bilateral initiative between Morocco and Nigeria into one of Africa’s most ambitious projects. Conceived by King Mohammed VI of Morocco and former Nigerian President Muhammadu Buhari, the pipeline is jointly developed by Morocco’s National Office of Hydrocarbons and Mines (ONHYM) and the Nigerian National Petroleum Company Limited (NNPC Ltd.).

The agreement sets the stage for the project’s next phase, including the establishment of a project company in Casablanca and a Pipeline Higher Authority in Abuja. The initiative, which continues to enjoy the support of Nigerian President Bola Ahmed Tinubu, will culminate in a final signing ceremony in Morocco. During this ceremony, Morocco and Mauritania will also formalize the agreement in the presence of the President of Nigeria.

Liberian President Joseph Nyuma Boakai said that “this project is not only about energy, but also a transformative investment in the collective future of the entire region,” underscoring the Nigeria–Morocco African Atlantic Gas Pipeline’s broader significance as a catalyst for regional integration, sustainable development, and shared prosperity across West Africa. Speaking during the summit, ECOWAS Commission President Omar Alieu Touray described the pipeline as one of the most transformative initiatives undertaken in the West African region, highlighting its potential to strengthen regional cooperation and economic connectivity. Sierra Leone’s Minister of Foreign Affairs Timothy Kabba also emphasized the project’s strategic importance, noting its capacity to contribute to deeper integration across West Africa.

Stretching nearly 6,800 kilometers across 13 countries along Africa’s Atlantic coast, the pipeline will connect Nigeria to Morocco before linking with the European gas network. With an annual capacity of 30 billion cubic meters, the project is expected to improve regional energy security, integrate West African gas markets, support industrialization and electricity generation, while creating a strategic export corridor to Morocco and Europe.

Estimated at around $25 billion, the African Atlantic Gas Pipeline is entering its operational development phase following the completion of its engineering, environmental and technical studies, according to ONHYM and NNPC Ltd.

Beyond its energy dimension, the initiative is increasingly viewed as a catalyst for regional economic integration and long-term investment, reinforcing West Africa’s position within Africa’s evolving economic landscape and strengthening the continent’s role in global energy supply chains.

 

 

 

ข่าวที่น่าสนใจ

 

ระเบียงพลังงานใหม่สำหรับแอฟริกา: โครงการท่อส่งก๊าซไนจีเรีย–โมร็อกโกเดินหน้าต่อด้วยการสนับสนุนจาก ECOWAS (Economic Community of West African States)

 

โครงการท่อส่งก๊าซแอฟริกันแอตแลนติก ไนจีเรีย–โมร็อกโก (Nigeria–Morocco African Atlantic Gas Pipeline) ได้ก้าวหน้าไปอีกขั้น หลังจากผู้นำของประชาคมเศรษฐกิจแห่งรัฐแอฟริกาตะวันตก (ECOWAS) ให้การรับรองข้อตกลงระหว่างรัฐบาล (Intergouvernemental Agreement: IGA) ของโครงการ ในระหว่างการประชุมสุดยอดที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2569 ณ กรุงฟรีทาวน์ ประเทศเซียร์ราลีโอน (Sierra Leone)
การรับรองดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการสนับสนุนโครงการจากประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคที่เพิ่มมากขึ้นซึ่งเดิมทีเป็นความร่วมมือระดับทวิภาคีระหว่างโมร็อกโกและไนจีเรีย จนปัจจุบันกลายเป็นหนึ่งในโครงการที่มีการพัฒนาการมากที่สุดโครงการหนึ่งของทวีปแอฟริกา โครงการนี้ริเริ่มโดยสมเด็จพระราชาธิบดีโมฮัมเหม็ดที่ 6 แห่งโมร็อกโก และอดีตประธานาธิบดีของไนจีเรีย นายมูฮัมมาดู บูฮารี โดยมีการพัฒนาร่วมกันระหว่างสำนักงานไฮโดรคาร์บอนและเหมืองแร่แห่งชาติโมร็อกโก (National Office of Hydrocarbons and Mines : ONHYM) และบริษัทปิโตรเลียมแห่งชาติของไนจีเรีย (Nigerian National Petroleum Company Limited ซ NNPC Ltd.)
ข้อตกลงดังกล่าวถือเป็นการปูทางสู่การดำเนินงานในระยะต่อไปของโครงการ ซึ่งรวมถึงการจัดตั้งบริษัทดูแลโครงการที่เมืองคาซาบลังกา และการจัดตั้งหน่วยงานระดับสูง เพื่อกำกับดูแลโครงการท่อส่งก๊าซ ที่เมืองอาบูจา โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนต่อเนื่องมาถึงยุคสมัยของประธานาธิบดีของไนจีเรีย นายโบลา อาห์เหม็ด ตินูบู และจะมีพิธีลงนามขั้นสุดท้ายที่ประเทศโมร็อกโก โดยในโอกาสดังกล่าว โมร็อกโกและมอริเตเนียจะร่วมลงนามในข้อตกลงอย่างเป็นทางการต่อหน้าประธานาธิบดีไนจีเรีย
ด้านประธานาธิบดีโจเซฟ นิวมา โบอาไก แห่งไลบีเรีย กล่าวว่า “โครงการนี้ไม่ได้เป็นเพียงโครงการด้านพลังงานเท่านั้น แต่ยังเป็นการลงทุนที่สำคัญต่ออนาคตร่วมกันของทั้งภูมิภาค” พร้อมชี้ว่าโครงการจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการบูรณาการระดับภูมิภาค การพัฒนาที่ยั่งยืน และการสร้างความมั่งคั่งร่วมกันของประเทศต่าง ๆ ในแอฟริกาตะวันตก ระหว่างการประชุมสุดยอด ECOWAS นายโอมาร์ อาลิอู ตูราย ประธานคณะกรรมาธิการ ECOWAS กล่าวว่า โครงการท่อส่งก๊าซแอฟริกันแอตแลนติก ไนจีเรีย–โมร็อกโก ถือเป็นหนึ่งในโครงการที่มีศักยภาพในการพลิกโฉมภูมิภาคแอฟริกาตะวันตกมากที่สุด โดยจะช่วยเสริมสร้างความร่วมมือของภูมิภาคให้แน่นแนยิ่งขึ้น และเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจ ขณะที่นายทิโมธี คับบา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเซียร์ราลีโอน กล่าวเน้นย้ำถึงความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ของโครงการ โดยระบุว่าโครงการนี้จะมีบทบาทสำคัญในการผลักดันการบูรณาการของภูมิภาคให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
ท่อส่งก๊าซแห่งนี้มีความยาวเกือบ 6,800 กิโลเมตร พาดผ่าน 13 ประเทศตามแนวชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกของทวีปแอฟริกา ท่อส่งก๊าซนี้เชื่อมต่อไนจีเรียไปยังโมร็อกโก ก่อนจะเชื่อมเข้ากับระบบก๊าซธรรมชาติของยุโรป โดยจะมีกำลังการลำเลียงก๊าซประมาณ 30 พันล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี โครงการนี้คาดว่าจะช่วยยกระดับความมั่นคงด้านพลังงานของภูมิภาค เชื่อมโยงตลาดก๊าซธรรมชาติของแอฟริกาตะวันตก สนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรม และการผลิตไฟฟ้า รวมถึงสร้างเส้นทางการส่งออกก๊าซเชิงยุทธศาสตร์ผ่านโมร็อกโกไปยังทวีปยุโรป

โครงการท่อส่งก๊าซแอฟริกันแอตแลนติกมีมูลค่าการลงทุนประมาณ 25 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และกำลังก้าวเข้าสู่ระยะการพัฒนาเพื่อการดำเนินงาน ซึ่งจะเกิดขึ้นภายหลังการเสร็จสิ้นการศึกษาด้านวิศวกรรม, ด้านสิ่งแวดล้อม และด้านเทคนิคต่างๆ ตามกฏเกณฑ์ของ ONHYM และ NNPC Ltd.
นอกเหนือจากบทบาทด้านพลังงาน โครงการนี้ยังได้รับการมองว่าเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมการ บูรณาการทางเศรษฐกิจของภูมิภาค และจะสามารถดึงดูดการลงทุนระยะยาว ซึ่งจะช่วยยกระดับบทบาทของแอฟริกาตะวันตก ภายใต้กรอบทางเศรษฐกิจที่มรีวิวัฒนาการของแอฟริกา พร้อมเสริมความสำคัญของแอฟริกาในฐานะส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานพลังงานโลก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

สสจ.อุตรดิตถ์ บูรณาการ รพ.สต.ไผ่ล้อม ออกหน่วยทันตกรรมเคลื่อนที่ ณ รร.ลับแลศรีวิทยา ให้บริการตรวจ-รักษาฟันฟรี
น้ำป่าไหลหลาก 3 อำเภอ ขุนยวม-แม่สะเรียง-แม่ลาน้อย อ่วมกลางดึก คอสะพานบ้านสารภี-ป่าหมากขาด เร่งสำรวจความเสียหายเช้านี้
กมธ.กฎหมายฯ วุฒิสภา เปิดเวทีถกบังคับโทษทางอาญา เร่งลดแออัดเรือนจำ-คุ้มครองสิทธิผู้ต้องขัง
ฝนตกหนัก น้ำป่าหลากท่วมปั๊ม PT แม่ลาน้อยและชุมชนบางจุด ต้นไม้ล้มขวางถนน 108 รร.แม่สะเป่ใต้ ขุนยวม ท่วมซ้ำแล้วซ้ำอีก รอบ 4
สจป.3 สาขาแพร่ สนธิกำลังเข้ม! จับมอดไม้ลักลอบตัดไม้ในเขตป่าสงวน ยึดไม้ประดู่–กระพี้เขาควาย 7 ท่อน มูลค่ากว่า 1.2 แสนบาท
จังหวัดกำแพงเพชร แถลงข่าวจัดงาน "สารทไทย-กล้วยไข่ และของดีเมืองกำแพง 2569 ชูซอฟต์พาวเวอร์เมืองชากังราว ยิ่งใหญ่ 10 วัน 10 คืน

ดู LIVE รายการ