“เอกนัฏ” ชี้มติกพช.ล่าสุด ตอกย้ำรัฐบาลทำจริง นโยบายพลังงานเสรี ปลดแอกผู้ผลิตไฟฟ้า แยกค่าไฟสาธารณะลดภาระปชช.

“เอกนัฏ” กลไกนำเงินโรงกลั่น กองทุนน้ำมัน มาคุมราคาน้ำมันในประเทศ พร้อมแฉ! ที่มาค่าไฟแพง ผลัก ดันมติ 7 กพช. ปรับโครงสร้างไฟฟ้าสู่ระบบเสรี แยกค่าไฟสาธารณะออกจากบิลประชาชน ย้ำ ลดค่าไฟ 200 หน่วยแรกเหลือ 3 บาท ครอบคลุม 23 ล้านครัวเรือน

“เอกนัฏ” ชี้มติกพช.ล่าสุด ตอกย้ำรัฐบาลทำจริง นโยบายพลังงานเสรี ปลดแอกผู้ผลิตไฟฟ้า แยกค่าไฟสาธารณะลดภาระปชช. – Top News รายงาน

 

เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ให้สัมภาษณ์ในรายการ TOP NEWS TALK ถึงมติ 7 ข้อ ของที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ หรือ กพช. ที่มีเป้าหมายปลดแอกโครงสร้างผู้ผลิตไฟฟ้า สู่ระบบพลังงานเสรี และลดภาระค่าไฟฟ้าของประชาชน โดยเฉพาะการแยกค่าไฟสาธารณะออกจากค่าไฟฟ้าภาคครัวเรือน

นายเอกนัฏ กล่าวว่า หากย้อนดูประวัติการประชุมของ กพช.ที่ผ่านมา ไม่เคยมีครั้งใดที่มีการผลักดันเรื่องสำคัญจำนวนมากเพื่อประชาชนในเวลาเดียวกัน โดยหลังเข้ารับตำแหน่ง 3 เดือนที่ผ่านมา ได้เตรียมแนวทางเรื่องนี้มาโดยตลอด พร้อมย้ำว่า เป็นสิ่งที่เคยประกาศไว้ตั้งแต่ช่วงหาเสียงเลือกตั้ง และต้องทำให้เกิดขึ้นจริง“พูดแล้วต้องทำ ไม่เคยลืมสิ่งที่เคยพูด” โดยรัฐบาลมีเป้าหมายลดค่าไฟสำหรับประชาชนกลุ่มบ้านอยู่อาศัย ค่าไฟ 200 หน่วยแรก จากปัจจุบันเฉลี่ยประมาณ 3.50 บาทต่อหน่วย จะลดเหลือ 3 บาท ครอบคลุมประชาชนกว่า 23 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ

 

ข่าวที่น่าสนใจ

นายเอกนัฏ กล่าวว่า ที่ผ่านมาแนวทางดังกล่าว เคยพยายามดำเนินการมาแล้ว แต่ติดข้อจำกัดเรื่องรายได้ของการไฟฟ้า ซึ่งทำให้เกิดแนวคิดการปรับขึ้นค่าไฟกับกลุ่มผู้ใช้ไฟปริมาณมาก แต่ส่งผลกระทบต่อประชาชนบางส่วนที่ไม่ได้มีฐานะร่ำรวย เพียงแต่เป็นครอบครัวขนาดใหญ่ที่ใช้ไฟเกิน 400-500 หน่วยต่อเดือน คนใช้ไฟมากไม่ได้แปลว่าเป็นคนรวยเสมอไป บางบ้านมีสมาชิกหลายคน แต่กลับต้องแบกรับค่าไฟสูงขึ้น ซึ่งไม่เป็นธรรม หลังจากมติ 7 ข้อของ กพช. จะไม่มีแนวทางแบบเดิมอีก” พร้อมยืนยันว่าประชาชน 23 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ ไม่ว่าจะใช้ไฟจำนวนเท่าใด จะได้รับส่วนลดค่าไฟ 200 หน่วยแรกในอัตรา 3 บาท ส่วนการใช้ไฟเกิน 200 หน่วย จะยังใช้อัตราเดิม และได้รับประโยชน์เพิ่มเติมจากการปรับลดภาระค่าไฟสาธารณะ ซึ่งมาตรการดังกล่าวครอบคลุมถึงกลุ่มบ้านเช่า อพาร์ตเมนต์ และหอพักด้วย

 

ส่วนกรณีการนำ “ค่าไฟสาธารณะ” ออกจากบิลค่าไฟประชาชน นายเอกนัฏ กล่าวว่า   จากการตรวจสอบพบว่าที่ผ่านมาประชาชนต้องรับภาระค่าไฟในส่วนนี้โดยไม่รู้ตัว เนื่องจากมีการนำค่าไฟสาธารณะ เช่น ไฟทางหลวง ไฟของหน่วยงานท้องถิ่น และไฟสาธารณะต่างๆ มารวมไว้ในบิลค่าไฟมานานกว่า 30-40 ปี ปัญหาเกิดจากหน่วยงานเจ้าของพื้นที่ และการไฟฟ้ามีข้อถกเถียงเรื่องผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย ทำให้ไม่มีฝ่ายใดรับภาระอย่างชัดเจน และสุดท้ายถูกนำมารวมเป็นภาระของประชาชน

นายเอกนัฏ เปิดเผยว่า การดึงค่าไฟสาธารณะออกจากบิลประชาชน จะช่วยลดภาระค่าไฟประชาชนได้เบื้องต้นประมาณ 18,000 ล้านบาทต่อปี โดยภาระนี้ให้ 3 การไฟฟ้า ได้แก่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ร่วมกันบริหารจัดการ โดยรัฐบาลเตรียมหาแหล่งเงินชดเชย ผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพระบบไฟฟ้า ลดต้นทุนโครงสร้างพลังงาน และส่งเสริมการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ เพื่อให้การลดภาระค่าไฟเกิดขึ้นอย่างยั่งยืนต่อประชาชนในระยะยาวด้วย

 

 

 

 

นายเอกนัฏ ยังกล่าวถึง เรื่องการควบคุมราคาน้ำมันว่า   กรณีเหตุการณ์ในตะวันออกกลางกลับมาเริ่มอีกครั้งทำให้เกรงว่าราคาน้ำมันจะปรับตัวสูงขึ้นนั้น หากเราบริหารดีไม่ต้องกลัวว่าราคาน้ำมันจะแพงขึ้นลักษณะการปรับแบบกระชาก อย่างแรกน้ำมันต้องเพียงพอในประเทศ เท่าที่ตรวจสอบน้ำมันดิบในประเทศยังไม่มีปัญหา ปริมาณน้ำมันสำเร็จรูปสำรองในแท็งก์ยังมีปริมาณเพียงพอ พร้อมยืนยันได้ว่าเราไม่มีปัญหาการขาดแคลนน้ำมันแน่นอน แต่สิ่งที่มีปัญหาก่อนหน้านี้คือหลังจากน้ำมันที่ออกจากโรงกลั่นทำไมไปไม่ถึงหน้าสถานีปั๊มน้ำมัน จะต้องตรวจสอบจัดการว่ามีการลักลอบส่งออกน้ำมันไปขายต่างประเทศหรือไม่ อันนี้ต้องตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมาย

ส่วนเรื่องราคาจะต้องประเมินสถานการณ์ราคา ที่ผ่านมาประเทศไทยยังใช้กลไกการลดราคาหน้าโรงกลั่น เพื่อนำเงินจากโรงกลั่นมาลดราคาหน้าปั๊ม ประกอบกับยังมีกองทุนน้ำมันที่จะบริหารราคาให้เหมาะสมกับราคาตลาด อีกทั้งเราก็ไปลดราคาด้วยการนำเงินจากโรงกลั่น มาลดราคาหน้าปั๊ม โดยใช้กลไก พ.ร.ก.แก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงฯ ในการลดราคา

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

ตำรวจเมืองคอน อบรม “หนี ซ่อน สู้” รับมือเหตุรุนแรงในโรงเรียน
บก.สส.ภ.8 ยึดยาบ้า 1 แสนเม็ด ซุกพัสดุ 4 กล่อง ส่งร้านชำสุราษฎร์ฯ เร่งล่าตัวเจ้าของ
อำเภอนาน้อยแจ้งเตือนเฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก เร่งติดตามสถานการณ์น้ำ ตรวจสอบจุดเสี่ยง พร้อมสั่งการหน่วยงานเตรียมพร้อมช่วยเหลือประชาชน
อำเภอเมืองน่านคุมเข้มยาเสพติดและอาวุธปืน เดินหน้าตั้งจุดตรวจ–จุดสกัดเชิงรุก ยกระดับความปลอดภัยในพื้นที่
"โฆษกอสส." แจงคืบหน้าคดีครอบครัว "จึงรุ่งเรืองกิจ" รุกป่าสงวนฯราชบุรี ยื่นฟ้องศาลแล้ว เฉพาะเคส "นางสมพร"!!
เติมฝันหนูน้อย 8 ขวบ! วัดสมานฯ มอบจักรยานคันใหม่ ปั่นไปโรงเรียน-กลับมาช่วยแม่ดูแลน้องพิการ

ดู LIVE รายการ