“พล.อ.รังษี” เปิดลับ “เฉิน จื้อ” ยอมสารภาพ “ฮุนเซน” ถือหุ้น 90% ธุรกิจสแกมเมอร์ เตือนเขมรจ้องบุกยึดคืนเนิน 350

“รังษี” อ้างข้อมูลจีน “เฉิน จื้อ” สารภาพ “ฮุน เซน” ถือหุ้นฐานสแกมเมอร์ 90% ชี้เหตุ “กัมพูชา” จ้องยึดเนิน 350 คืน หวังรักษาผลประโยชน์–เพิ่มแต้มต่อก่อนเจรจา JBC

“พล.อ.รังษี” เปิดลับ “เฉิน จื้อ” ยอมสารภาพ “ฮุนเซน” ถือหุ้น 90% ธุรกิจสแกมเมอร์ เตือนเขมรจ้องบุกยึดคืนเนิน 350 – Top News รายงาน

 

 

 

 

เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 พลเอก รังษี กิติญาณทรัพย์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐสภา พร้อมด้วย นายพีรพล กนกวลัย เลขาธิการพรรคเศรษฐกิจ และโฆษก กมธ.ความมั่นคงฯ รวมถึง นางสาวอังสณา เนียมวณิชกุล รองเลขาธิการพรรคเศรษฐกิจ และโฆษก กมธ.ฟอกเงินฯ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ก่อนเดินทางขึ้นเนิน 350 เพื่อสดุดีวีรชนผู้เสียสละในการปกป้องอธิปไตยของชาติ

โดยคณะได้ร่วมวางดอกกุหลาบสีขาว ณ อนุสรณ์สถาน พลตรีสำเริง คลังประโคน หรือ “จ่าเริง” และร้อยตรีภานุพัฒน์ เสาร์สา วีรชนผู้พลีชีพบนเนิน 350 เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2568 โดยบริเวณอนุสรณ์สถานมีข้อความว่า “ผมจะปักธงชาติบนนั้นให้ได้ ถ้าผมทำไม่ได้ก็เอาธงชาติคลุมผมลงมา”

 

ข่าวที่น่าสนใจ

พล.อ.รังษี ระบุว่า ก่อนที่ฝ่ายไทยจะเข้าควบคุมพื้นที่ ยังไม่มีใครทราบแน่ชัดว่าอาคารต่าง ๆ บริเวณดังกล่าวถูกใช้ทำอะไร แต่ภายหลังฝ่ายไทยเข้ายึดและตรวจสอบพื้นที่ กลับพบว่าเป็นฐานปฏิบัติการสแกมเมอร์ข้ามชาติขนาดใหญ่ มีโครงสร้างครบวงจรทั้งระบบการเงินลักษณะคล้ายธนาคาร จุดรักษาความปลอดภัย เจ้าหน้าที่ทำหน้าที่คล้ายตำรวจ สถานที่ควบคุมตัว และคุกใต้ดิน ภายในอาคารยังพบบทพูดหรือสคริปต์สำหรับใช้หลอกเหยื่อ รวมถึงเอกสารลักษณะเป็น “สัญญาทาส” ใช้บังคับแรงงานให้ทำงานหลอกลวงประชาชน โดยกำหนดยอดเงินที่ต้องทำให้ได้ หากทำยอดไม่ถึง พยายามหลบหนี หรือเปิดเผยความลับของขบวนการ จะถูกลงโทษตามเงื่อนไขของผู้ควบคุม

 

พล.อ.รังษี กล่าวว่า เครือข่ายดังกล่าวมีบุคคลหลายสัญชาติเข้าไปเกี่ยวข้อง ทั้งจีน เวียดนาม อเมริกัน เนปาล อินเดีย และชาติอื่น ๆ โดยมีทั้งผู้ควบคุม ผู้ร่วมขบวนการ และผู้ที่ถูกหลอกหรือบังคับให้ทำงาน

 

พล.อ.รังษี ยังเปิดเผยว่า ข้อมูลการข่าวจากฝ่ายจีนซึ่งได้จากคำสารภาพของ “เฉิน จื้อ” ระบุชัดว่า สมเด็จฮุน เซน ถือหุ้นหรือมีผลประโยชน์ในฐานสแกมเมอร์ดังกล่าวถึงร้อยละ 90 จึงเป็นเหตุสำคัญที่ทำให้ฝ่ายกัมพูชาต้องการกลับเข้าควบคุมพื้นที่เนิน 350 และพื้นที่โดยรอบอีกครั้ง

 

 

“เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ปัญหาเส้นเขตแดน แต่มีผลประโยชน์จากฐานสแกมเมอร์ขนาดใหญ่อยู่เบื้องหลัง เมื่อฝ่ายไทยเข้าควบคุมพื้นที่ได้ ก็เท่ากับกระทบผลประโยชน์โดยตรง กัมพูชาจึงต้องการยึดพื้นที่คืน ทั้งเพื่อรักษาผลประโยชน์และสร้างข้อได้เปรียบก่อนเข้าสู่การเจรจา JBC” พล.อ.รังษี กล่าว

 

พล.อ.รังษี ระบุด้วยว่า หน่วยงานในพื้นที่ได้เตรียมความพร้อมด้านกำลังพล แพทย์สนาม และเวชภัณฑ์ไว้แล้ว เนื่องจากประเมินว่าหากสถานการณ์ยกระดับ อาจมีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก ขณะเดียวกันแนวปะทะอาจขยายตัวออกไปจากจุดเดิม ประเทศไทยจึงต้องเตรียมพร้อมอย่างเต็มที่ เพื่อรักษาพื้นที่และอำนาจอธิปไตยของชาติ ไม่เปิดโอกาสให้ฝ่ายกัมพูชาสร้างข้อเท็จจริงใหม่ในพื้นที่และนำไปใช้เป็นแต้มต่อบนโต๊ะเจรจา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

อำเภอแม่สะเรียง เปิดโครงการ D-HOPE บ้านแม่เหาะ ยกระดับท่องเที่ยวโดยชุมชน สร้างรายได้จากทุนท้องถิ่น
เร่งฟื้นฟู เยียวยา Rain Bomb ถล่มแม่ลาน้อยชั่วโมงเดียวอ่วม น้ำป่าซัดโครงสร้างพื้นฐาน 5 จุดพังยับ 30 ล้าน 3 หมู่บ้าน 50 หลังคาเรือนได้รับความเดือดร้อน
น่านเดินหน้าส่งเสริม “ผู้สูงอายุอาสานำเที่ยว” เชื่อมภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่การท่องเที่ยว สร้างคุณค่าเรื่องราวชุมชน เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์และรายได้อย่างยั่งยืน
จังหวัดลำปางจัดพิธีบำเพ็ญกุศลครบ 100 วัน ถวายเป็นพระกุศลแด่ “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ”
นายกเทศมนตรีเมืองน่าน มอบเกียรติบัตรจบการศึกษา รร.ผู้สูงอายุภูมินทร์ รุ่น 4
พรรคประชากรไทยเดินหน้าขยายโครงสร้างพรรคสู่ระดับพื้นที่ จัดตั้ง สาขาพรรคประชากรไทย ลำดับที่ 18 จังหวัดชัยภูมิ

ดู LIVE รายการ