“กระทรวงต่างประเทศ” แถลงจุดยืน 7 ข้อโต้กัมพูชา ยันกลไก UNCLOS ไม่มีผลทางกม. ยันแจ้งตลอดขั้นตอนไทยยกเลิก MOU 44

กระทรวงการต่างประเทศแถลงจุดยืนไทย 7 ข้อ ตอกกลับท่าทีกัมพูชา ย้ำชัดหนทางแก้ปัญหาพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลที่ดีที่สุดคือการเจรจาโดยตรงระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน เผยกลไกประนอมภาคบังคับของ UNCLOS สุดท้ายเป็นเพียงข้อเสนอแนะไม่มีผลผูกพันตามกฎหมาย

“กระทรวงต่างประเทศ” แถลงจุดยืน 7 ข้อโต้กัมพูชา ยันกลไก UNCLOS ไม่มีผลทางกม. ยันแจ้งตลอดขั้นตอนไทยยกเลิก MOU 44 – Top News รายงาน

 

 

 

เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2569 กรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ รายงานว่า นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แถลงกรณีกัมพูชาแจ้งการใช้การประนอมภาคบังคับภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (United Nations Convention on the Law of the Sea: UNCLOS)

1. ไทยได้แจ้งฝ่ายกัมพูชามาโดยตลอดว่า การยกเลิกบันทึกความเข้าใจระหว่างไทยกับกัมพูชาว่าด้วยพื้นที่ที่ไทยและกัมพูชาอ้างสิทธิในไหล่ทวีปทับซ้อนกัน พ.ศ. 2544 (MOU 2544) มีความจำเป็นเพราะบันทึกความเข้าใจฯ ดังกล่าว ไม่สอดคล้องกับบริบทใหม่ และไทยมีเจตนาที่จะเริ่มต้นการหารือแบบใหม่ โดยที่ไม่ได้ยึดกับประเด็นที่ติดขัดจากการหารือแบบเดิม จึงต้องการเริ่มการหารือแบบใหม่ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ และหลักการของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล หรือ UNCLOS ซึ่งในขณะนี้ ทั้งสองประเทศต่างเป็นรัฐภาคีแล้ว

 

ข่าวที่น่าสนใจ

2. ไทยต้องการมุ่งหาแนวทางที่จะเดินหน้าต่อไปสู่ผลประโยชน์ร่วมกัน โดยคำนึงว่า การแก้ไขปัญหาโดยตรงระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน คือหนทางที่ดีที่สุดที่จะบรรลุข้อยุติอย่างสร้างสรรค์ และที่เป็นที่ยอมรับร่วมกัน

3. อย่างไรก็ดี การตัดสินใจที่เร่งรีบของกัมพูชาในครั้งนี้ที่จะเริ่มกระบวนการประนอมภาคบังคับภายใต้ UNCLOS กลับสวนทางกับสิ่งที่กัมพูชาเรียกร้องมาโดยตลอดว่าต้องการให้มีการฟื้นฟูความสัมพันธ์ทวิภาคี และการหารือในกรอบต่าง ๆ รวมถึงประเด็นเขตแดนทางบก จึงควรจะคำนึงถึงผลกระทบที่อาจตามมาและทำให้สิ่งที่กัมพูชาเรียกร้องมาโดยตลอดจะต้องสะดุดหรือหยุดชะงักลง

4. ประเทศไทยมีความพร้อมในการดำเนินการต่าง ๆ ตาม UNCLOS โดยคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของประเทศเป็นสำคัญ โดยรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศมีกำหนดพบหารือกับที่ปรึกษากฎหมายของไทย เพื่อเตรียมเสนอรายชื่อผู้ประนอม รวมถึงเตรียมการท่าทีต่าง ๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ฝ่ายไทยได้คาดการณ์และเตรียมความพร้อมไว้ด้วยแล้ว

5. ทั้งนี้ กระบวนการประนอมภาคบังคับเป็นหนึ่งในวิธีการระงับข้อพิพาทภายใต้ UNCLOS โดยผลของการประนอมจะเป็นรายงานข้อเสนอแนะ (recommendations) ของคณะผู้ประนอมในการแก้ไขปัญหาเพื่อให้สองฝ่ายนำไปใช้ในการเจรจาหาทางออกร่วมกันต่อไป โดยรายงานข้อเสนอแนะดังกล่าวไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย และทั้งสองฝ่ายยังคงต้องหารือกันโดยตรงต่อไปในประเด็นที่ยังค้างอยู่

 

 

 

6. ขอให้เชื่อมั่นว่า ประเทศไทยมีความพร้อมในการดำเนินการที่เกี่ยวข้อง และมั่นใจได้ว่าจะสามารถปกป้องผลประโยชน์ของประเทศได้อย่างเต็มที่

7. ในส่วนข้อกล่าวหาของฝ่ายกัมพูชาเกี่ยวกับประเด็นเขตแดนทางบก ไทยขอปฏิเสธโดยสิ้นเชิง และขอยืนยันอีกครั้งว่า ฝ่ายไทยปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วม (Joint Statement) ของการประชุม GBC สมัยพิเศษครั้งที่ 3 ระหว่างไทยกับกัมพูชา เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ที่สองประเทศเห็นชอบร่วมกัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการลดความตึงเครียด การธำรงไว้ซึ่งสันติภาพและความมั่นคง และการประกันความปลอดภัยของประชาชน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

น่านสืบสานประเพณีแข่งเรือเอกลักษณ์น่าน สานสัมพันธ์น่านเหนือ–กลาง–ใต้ รวมพลังทุกภาคส่วนอนุรักษ์วิถีวัฒนธรรมริมสายน้ำ
แม่ลาน้อยเร่งฟื้นฟู คืนบ้านสะอาดให้ 50 ครัวเรือน เสริมกระสอบทรายจุดเสี่ยงบ้านแม่ลาน้อย หมู่ 1 กันท่วมซ้ำ
“กำนันตู้” ผนึกกำลัง กมธ.สภาผู้แทนราษฎร จัดสัมมนาใหญ่กำแพงเพชร เปิดเวทีฟังเสียงปชช. พร้อมมอบบริการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่
อบต.วังทอง” โชว์นวัตกรรมชุมชนบนเวทีรัฐสภา คว้ารางวัลระดับ “ดีมาก“ “Policy to People” ตอกย้ำพลังท้องถิ่นกำแพงเพชร
ทีมเทนนิสไทยสู้สุดใจ! คาซัคสถานคว้า 2 แมตช์แรก นำ 2-0 เดวิสคัพ
“รวี เล็กอุทัย” สส.อุตรดิตถ์ ลุยพื้นที่ลับแล ห่วงใยชาวบ้านเหตุไฟไหม้บ้านวอด ส่งกำลังใจเคียงข้างช่วงยากลำบาก

ดู LIVE รายการ