AFP รายงานว่านายกรัฐมนตรีนาวาซ ซาลาม ผู้นำเลบานอนได้แถลงผ่านโทรทัศน์เมื่อวานนี้ (เสาร์ที่ 30 พค.) ระบุว่าการที่อิสราเอลได้ยกระดับความขัดแย้งที่อันตรายอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ทุกฝ่ายมีความจำเป็นต้องเพิ่มความพยายามทางการเมืองและการทูตเพื่อให้บรรลุข้อตกลงหยุดยิงที่รวดเร็วอย่างแท้จริง
ซาลามยังกล่าวหาอิสราเอลว่าพยายาม ผลักดัน “นโยบายเผาทำลายล้างทุกสิ่ง” ด้วยการทำลายหมู่บ้านและเมืองต่างๆของเลบานอน รวมทั้งยังลงโทษชาวเลบานอนทั้งหมดด้วยการบังคับย้ายถิ่นฐานประชาชน ซึ่งซาลามกล่าวว่าการกระทำดังกล่าวไม่ได้ช่วยนำความปลอดภัยหรือเสถียรภาพมาสู่อิสราเอลแต่อย่างใด
การออกแถลงการณ์ผ่านทีวีของซาลามมีขึ้นหลังจากที่กองทัพอิสราเอลออกคำเตือนให้ประชาชนอพยพออกจากหมู่บ้านทางตอนใต้ของเลบานอนอีกระลอก และมีขึ้นหนึ่งวันหลังจากที่คณะผู้แทนทางทหารจากทั้งสองประเทศได้จัดการเจรจาด้านความมั่นคงครั้งสำคัญที่สหรัฐเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (29 พค.) ซึ่งเป็นการเจรจารอบที่สาม และขณะที่การเจรจารอบที่สี่ก็กำลังจะมีขึ้นในต้นสัปดาห์หน้านี้
ซาลามยังกล่าวปกป้องการตัดสินใจเปิดเจรจาโดยตรงกับอิสราเอลโดยมีสหรัฐเป็นตัวกลางท่ามกลางการคัดค้านของกลุ่มฮิสบอลเลาะห์ว่าเป็นเส้นทางที่ส่งผลกระทบน้อยที่สุดต่อเลบานอน แม้จะตระหนักดีว่าไม่ได้รับประกันผลลัพธ์ของการเจรจา
ทั้งนี้แถลงการณ์ของสหรัฐหลังการเจรจาเมื่อวันศุกร์ไม่มีการพูดถึงข้อตกลงหยุดยิง ขณะที่อิสราเอลก็ได้ยกระดับการโจมตีทั้งทางบกและทางอากาศต่อฮิสบอลเลาะห์ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา
ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลกับเลบานอนมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 17 เมษายนแต่แต่ไม่เคยมีการปฏิบัติตาม

