“อัษฎางค์” ชี้ การเสด็จฯ สวีเดน ย้ำสัมพันธ์การทูต 2 ชาติ เชื่อสร้างผลดี Soft Power คือคำตอบสถาบันพระมหากษัตริย์มีไว้ทำไม? – Top News รายงาน

เมื่อวันที่ 4 พ.ค.2569 นายอัษฎางค์ ยมนาค หรือเอ็ดดี้ นักวิชาการอิสระและครีเอเตอร์ดิจิทัล โพสต์เฟซบุ๊ก “เอ็ดดี้ อัษฎางค์” เรื่อง เมื่อสวีเดนหันมามองไทย โอกาสของ Soft Power ที่ต้องแปลงให้เป็นเศรษฐกิจจริง มีสถาบันพระมหากษัตริย์ไว้ทำไม? มาหาคำตอบจากการเสด็จเยือนสวีเดน เนื้อหาระบุว่า “การเสด็จฯ สวีเดนทำให้เราเห็นว่า สถาบันพระมหากษัตริย์ไม่ได้มีความหมายเฉพาะภายในประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็น ‘ภาษาทางการทูต’ ที่โลกเข้าใจ ในวันที่ข่าวหนึ่งข่าวทำให้ชาวสวีเดนจำนวนมากหันมามองไทยอีกครั้ง นั่นคือสิ่งที่เงินโฆษณาซื้อได้ยาก
การเสด็จพระราชดำเนินเยือนสวีเดนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เพื่อร่วมงานเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษาของสมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ลที่ 16 กุสตาฟ ไม่ได้เป็นเพียงข่าวราชสำนักธรรมดา แต่เป็น “จังหวะทางการทูต” ที่ทำให้ชื่อประเทศไทยกลับไปอยู่ในพื้นที่ข่าวของสวีเดนอีกครั้ง
สื่อสวีเดนรายงานถึงการเสด็จฯ การรับเสด็จ และการปรากฏพระองค์ของพระมหากษัตริย์และพระราชินีไทยในฐานะแขกเกียรติยศของงานสำคัญระดับราชสำนักยุโรป ขณะที่พระราชดำรัสของกษัตริย์สวีเดนในงานเลี้ยงกาล่า ยังกล่าวขอบคุณแขกที่เดินทางไกล “จากไทยและยุโรป” ซึ่งเป็นถ้อยคำเล็ก ๆ แต่มีนัยยะมาก เพราะในเวทีที่เต็มไปด้วยราชวงศ์ยุโรป ไทยไม่ได้เป็นเพียงประเทศนอกภูมิภาคที่ถูกเชิญมา แต่เป็นประเทศเอเชียที่มีประวัติศาสตร์ราชไมตรีกับสวีเดนยาวนานพอที่จะถูกวางอยู่ในพื้นที่พิธีการระดับสูงของยุโรป
นี่คือสิ่งที่เรียกว่า “ทุนทางประวัติศาสตร์” ไทยกับสวีเดนไม่ได้เพิ่งรู้จักกันวันนี้ ความสัมพันธ์เริ่มต้นตั้งแต่สนธิสัญญาไมตรี พาณิชย์ และการเดินเรือ ค.ศ. 1868 ในสมัยรัชกาลที่ 4 ต่อเนื่องมาถึงการเสด็จเยือนสวีเดนของรัชกาลที่ 5 ในปี 1897 และต่อยอดผ่านความสัมพันธ์ระดับราชวงศ์ การทูต การค้า การศึกษา การท่องเที่ยว และประชาชนระหว่างกัน



