ซินหัว และ AFP รายงานว่ากระทรวงพาณิชย์จีนได้ออกแถลงการณ์เมื่อวานนี้ (เสาร์ที่ 2 พค.) ระบุว่าจีนจะไม่ปฎิบัติตามมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐต่อบริษัทน้ำมัน 5 แห่งของจีนกรณีซื้อน้ำมันจากอิหร่าน
แถลงการณ์ระบุต่อว่ามาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐจะไม่ได้รับการยอมรับ, หรือนำไปใช้หรือปฏิบัติตาม เนื่องจากมาตรการดังกล่าวมีเนื้อหาที่ “ห้ามและจำกัดสิทธิบริษัทเอกชนของจีนจากการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจ การค้าและธุรกรรมกับประเทศที่สามอย่างไม่เหมาะสม ซึ่งถือเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและบรรทัดฐานของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ”
กระทรวงพาณิชย์จีนยังแถลงต่อว่า “รัฐบาลจีนได้คัดค้านมาตรการคว่ำบาตรฝ่ายเดียวซึ่งไม่ได้รับการอนุมัติจากสหประชาชาติและอยู่ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศมาโดยตลอด”
ทั้งนี้จีนถือเป็นลูกค้าน้ำมันรายสำคัญของอิหร่าน โดยส่วนใหญ่จะนำเข้าผ่านโรงกลั่นเอกชนรายเล็กๆที่พึ่งพาน้ำมันดิบราคาถูกจากอิหร่าน อย่างไรก็ตามสหรัฐซึ่งมีความพยายามที่จะตัดรายได้ของอิหร่านได้ยกระดับการกดดันด้วยการประกาศคว่ำบาตรโรงกลั่นเหล่านี้ ซึ่งมาตรการคว่ำบาตร 5 โรงกลั่นดังกล่าวมีขึ้นตั้งแต่ปีที่แล้ว
สำหรับโรงกลั่นที่ตกเป็นเป้าการคว่ำบาตรของสหรัฐนั้น 3 แห่งอยู่ที่มณฑลชานตง มีชานตงจินเฉิงปิโตรเคมิเคิ่ลกรุ๊ป, ชานตงโชว่กวงลู่ชิงปิโตรเคมีเคิ่ล และชานตงเชิ่งซิงเคมิเคิ่ล ส่วนอีก 2 แห่งคือเหิงลี่ ปิโตรเคมีเคิ่ลที่เมืองต้าเหลียน และเหอเป่ยซินไห่เคมิเคิ่ลกรุ๊ป
และล่าสุดเมื่อศุกร์ที่ผ่านมา (1 พค.) สหรัฐได้ประกาศคว่ำบาตรบริษัทชิงเต่า-ไห่เย่-ออย-เทอร์มิเนิ่ล โดยระบุว่าบริษัทแห่งนี้นำเข้าน้ำมันดิบจากอิหร่านจำนวน “หลายสิบล้านบาร์เรล” สร้างรายได้หลายพันล้านดอลลาร์ให้กับเตหะราน
มาตรการคว่ำบาตรล่าสุดนี้มีขึ้นในขณะที่สหรัฐและอิหร่านเผชิญกับภาวะชะงักงันทางการทูต หลังจากสหรัฐและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐมีกำหนดเยือนจีนเพื่อพบหารือกับประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ระหว่างวันที่ 14-15 พฤษภาคมนี้ หลังจากที่เคยเลื่อนออกไปจากกำหนดเดิมปลายเดือนมีนาคมจากภาวะสงครามอิหร่าน ล่าสุดทรัมป์ออกมาประกาศจะไม่เลื่อนการเดินทางรอบที่สองแม้การเจรจากับอิหร่านยังคงชะงักงัน

