“ถาวร” ย้ำปมข้าราชการระดับสูง ยื่นลาออก สะท้อนแรงกดดันการเมือง จี้ “สุริยะ” พิสูจน์ตัวเอง สังคมได้หายคาใจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
ข่าวที่น่าสนใจ
สืบเนื่องจากนายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตัดสินใจยื่นใบลาออกราชการ หลังถูกคำสั่งย้ายไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการ พร้อมให้เหตุผลในหนังสือขอลาออกว่า ” เนื่องจากไม่สามารถสนองนโยบายฝ่ายการเมืองได้” โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป

ล่าสุดนายถาวร เสนเนียม อดีตสส.สงขลา หลายสมัย และอดีตรมช.มหาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์กรณีกระแสข่าวข้าราชการระดับสูงยื่นลาออก หลังถูกกล่าวอ้างว่าถูกนักการเมืองหรือบุคคลใกล้ชิดเข้ามาแทรกแซงการทำงาน จนกลายเป็นประเด็นใหญ่ในสังคม โดยพาดพิงถึงกรณีของนายสุริยะ

โดยนายถาวร ระบุว่า ผู้ที่ทำงานภายใต้ “ระบอบทักษิณ” มีความเสี่ยงต่อการกระทำความผิดจำนวนมาก และในอดีตมีบุคคลที่เกี่ยวข้องถูกดำเนินคดีและต้องโทษจำคุกมาแล้วหลายราย รวมถึงสร้างความเสียหายระดับแสนล้านบาท พร้อมมองว่า ข้าราชการที่เหลืออายุราชการเพียงไม่กี่เดือน หากไม่กังวลว่าจะถูกดำเนินคดีในบั้นปลายชีวิต ก็คงไม่กล้าออกมาเผชิญหน้าหรือขัดแย้งกับฝ่ายการเมือง
นายถาวร กล่าวต่อว่า จากข้อเท็จจริงที่อธิบดีได้ชี้แจงเกี่ยวกับการติดต่อจากหลานของนายสุริยะ ซึ่งนายสุริยะเองยอมรับว่าเคยมีการติดต่อจริงนั้น ประเด็นสำคัญอยู่ที่หลักฐานในคลิปเสียงที่มีการกล่าวอ้างถึงการดำเนินการเกี่ยวกับงบประมาณและการเงิน ซึ่งตนมองว่าเป็นข้อมูลที่มีน้ำหนักและเชื่อถือได้
นอกจากนี้ นายถาวร ได้ยกตัวอย่างเหตุการณ์ในอดีตที่อธิบดีกรมน้ำรายหนึ่งเคยถูกนักการเมืองในกลุ่มเดียวกัน ข่มขู่เรียกรับผลประโยชน์ และท้ายที่สุดถูกศาลพิพากษาจำคุก 5 ปี ทำให้สังคมเพิ่มน้ำหนักความน่าเชื่อถือกับฝ่ายข้าราชการมากกว่านักการเมือง
นายถาวร ยังกล่าวถึงภาพรวมการทุจริตในประเทศว่าเพิ่มสูงขึ้น จนทำให้ไทยมีคะแนนด้านความโปร่งใสลดลง พร้อมเชื่อมโยงกับปัญหาเศรษฐกิจและ GDP ที่ชะลอตัว โดยมองว่าสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการทุจริตของนักการเมืองและข้าราชการ
“การที่ข้าราชการคนนี้ออกมาต่อสู้ แปลว่าเขาถือระเบิดไว้ในมือ พร้อมจะโยน หรือถ้าระเบิดอยู่ใกล้ตัวเขาเอง เขาก็อาจตายได้ เขาคำนวณแล้วว่าเขาทำในสิ่งที่ถูกต้อง” นายถาวร กล่าว

พร้อมกันนี้ นายถาวร ได้เรียกร้องให้นายสุริยะ พิสูจน์ตัวเองอย่างชัดเจนว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการโยกย้ายอธิบดี พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ยังมีข้าราชการระดับเดียวกันอีกหลายรายที่ใกล้เกษียณ แต่ไม่ถูกย้ายในลักษณะเดียวกัน
ส่วนคำถามถึงปลายทางของคดี หลังมีบุคคลไปยื่นร้องเรียน เช่น นายศรีสุวรรณ และนายเรืองไกร ว่าอาจนำไปสู่การพิจารณาคุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรีหรือไม่นั้น นายถาวร กล่าวว่า หากพิสูจน์ได้ว่าเป็นการประพฤติผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง ก็เข้าข่ายต้องพ้นจากตำแหน่ง
ทั้งนี้ นายถาวร ระบุว่า กระบวนการตรวจสอบจะดำเนินไปตามขั้นตอนขององค์กรที่เกี่ยวข้อง จนถึงที่สุดอาจถึงศาลรัฐธรรมนูญ พร้อมขอให้ทุกหน่วยงานยึดหลักความยุติธรรมตามข้อเท็จจริงและกฎหมาย ไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง โดยย้ำว่าองค์กรตรวจสอบหลายแห่งกำลังถูกประชาชนจับตาเรื่องความน่าเชื่อถืออย่างใกล้ชิด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวล่าสุด
เราใช้ คุ้กกี้ เพื่อให้ทุกคนได้ประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น