ผู้ถือหุ้นรายย่อยร้อง ก.ล.ต. สอบ “ผู้บริหารบางจาก” ปมแจกคูปองน้ำมัน 300 บาท จูงใจมอบฉันทะเข้าประชุม ส่อเข้าข่ายผิดธรรมาภิบาล เจตนาเพื่อรักษาอำนาจใคร?

ผู้ถือหุ้นรายย่อยร้อง ก.ล.ต. สอบ "ผู้บริหารบางจาก" ปมแจกคูปองน้ำมัน 300 บาท จูงใจมอบฉันทะเข้าประชุม ส่อเข้าข่ายผิดธรรมาภิบาล เจตนาเพื่อรักษาอำนาจใคร?

ประเด็นร้อนในแวดวงตลาดทุนไทยถูกจับตาอย่างใกล้ชิด ภายหลังเครือข่ายผู้ถือหุ้นรายย่อยของบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เข้ายื่นหนังสือต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อขอให้ตรวจสอบพฤติกรรมของฝ่ายบริหารบริษัท กรณีการแจกคูปองน้ำมันมูลค่า 300 บาท ให้แก่พนักงานที่ถือหุ้น เพื่อแลกกับการมอบฉันทะเข้าร่วมประชุมและลงคะแนนแทน

โดยหนังสือร้องเรียนระบุว่า ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่มูลค่าคูปอง แต่คือ “เจตนา” ของการให้ผลประโยชน์ ซึ่งอาจเข้าข่ายเป็นการจูงใจผู้ถือหุ้นให้มอบสิทธิ์ในการออกเสียง โดยสร้างความกังวลว่าการกระทำลักษณะนี้อาจกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ที่ไม่เหมาะสมในบริษัทจดทะเบียนอื่น ๆ

 

 

ด้าน “สันติสุข มะโรงศรี” ผู้ดำเนินรายการ “ข่าวเป็นข่าว” สถานีท็อป นิวส์ ได้ตั้งคำถามอย่างตรงไปตรงมาถึงความเหมาะสมของกรณีดังกล่าวว่า “มันผิดระเบียบไหม ผิดกฎหมายไหม แล้วมันน่าอายไหม…มันแปลก ๆ ไหม” พร้อมชี้ให้เห็นว่า หากปล่อยให้เกิดขึ้นโดยไม่มีการตรวจสอบ อาจนำไปสู่พฤติกรรมเลียนแบบในตลาดทุน

 

 

 

ข่าวที่น่าสนใจ

นอกจากนี้ “สันติสุข” ยังมีการเปิดเผยเอกสารภายในที่หลุดออกมา ซึ่งระบุข้อความเชิญชวนพนักงานผู้ถือหุ้นให้มอบฉันทะ โดยมีคูปองน้ำมันเป็น “ของตอบแทน” ทำให้เกิดข้อสงสัยด้านความโปร่งใสและธรรมาภิบาล พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า “เหมือนยอมรับว่ามีจริง เพียงแต่ไม่อยากให้คนอื่นรู้” หลังจากมีรายงานว่าฝ่ายบริหารพยายามสืบหาผู้ปล่อยข้อมูล

ทั้งนี้ในเชิงกฎหมายและแนวปฏิบัติ “สันติสุข” อ้างถึงแนวทางของ ก.ล.ต. ที่เคยมีหนังสือขอความร่วมมือบริษัทจดทะเบียนให้งดแจกของชำร่วยในที่ประชุมผู้ถือหุ้น เนื่องจากอาจเป็นการสร้างแรงจูงใจที่ไม่เหมาะสม และก่อให้เกิดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า“ลักษณะนี้มันคล้ายการซื้อสิทธิ์ซื้อเสียงหรือไม่”

ขณะเดียวกัน ประเด็นดังกล่าวยังเชื่อมโยงไปถึงความขัดแย้งภายในองค์กร โดยมีรายงานว่า ฝ่ายบริหารเคยเสนอแนวทางให้ “ตัดสิทธิ์การโหวต” ของผู้ถือหุ้นบางราย เพื่อผลักดันการแก้ไขข้อบังคับบริษัท แต่คณะกรรมการบริษัทมีมติไม่เห็นด้วย โดยยืนยันว่าผู้ถือหุ้นทุกคนต้องมีสิทธิ์ออกเสียง

 

 

 

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อไม่สามารถจำกัดสิทธิ์ได้ ฝ่ายบริหารกลับใช้แนวทางการ “ระดมฉันทะ” ผ่านการจูงใจ ซึ่ง “สันติสุข” ตั้งคำถามถึงเจตนาเบื้องหลังว่า “กำลังทำเพื่อรักษาอำนาจตัวเองหรือเปล่า หรือเพื่อรักษาเครือข่ายอำนาจเดิม”

รวมถึงตั้งข้อสังเกตถึงพฤติกรรมภายหลังการประชุมว่า มีการสื่อสารภายในในลักษณะปลุกกระแส เช่น การอ้างว่า “สกัดทุนเทาไม่สำเร็จ” ซึ่งอาจสะท้อนความพยายามสร้างความชอบธรรมให้กับการดำเนินการของฝ่ายบริหาร

ท้ายที่สุด สันติสุขได้ตั้งคำถามสำคัญต่อมาตรฐานธรรมาภิบาลของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ว่า “แบบนี้มันสง่างามไหม” โดยกรณีนี้ถูกมองว่าไม่ใช่เพียงปัญหาเฉพาะบริษัท แต่เป็น “บททดสอบสำคัญ” ของระบบกำกับดูแลกิจการที่ดีในตลาดทุนไทย ว่าจะสามารถรักษามาตรฐานความโปร่งใสและความเป็นธรรมได้เพียงใดในระยะยาว

 

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

รองผู้ว่าฯ อิสรา ผนึกนายอำเภอเมืองชลบุรี ลุยแจกอาหาร 3,931 กล่อง ช่วยชาวบ้านสู้ภัยน้ำท่วม
จันทบุรียังอ่วม! น้ำป่าหลากท่วม “วังใหม่–วังโตนด” จมหนัก มวลน้ำไหลต่อท่าใหม่ ปภ.เปลี่ยนธงแดง เตือนน้ำแตะ 3 เมตร
"นายกฯอนุทิน" นำทีมตรวจ"คลองเปรมประชากร" ชี้ต้องยึดกม.เร่งแก้ปัญหารุกล้ำ เยี่ยมชาวบ้านหลักสี่ รับร้องทุกข์ข้าวกล่อง รถสุขาไม่เพียงพอ นัดประชุมครม.พิเศษ ถกพรุ่งนี้วันหยุดราชการ!!?
"ดร.ยุทธพร" ประเมินเหตุอุทกภัยล่าสุด อธิบายโครงสร้างบริหารจัดการน้ำท่วม "รัฐบาล" ยึดโมเดลน่าน แยก 3 ส่วนอำนาจ ใช้ดูแลปัญหาตามสถานการณ์
สื่อนอกเกาะติดสถานการณ์น้ำท่วมกรุงเทพ
เปิดตัวครั้งแรก! “ไมก้า” ดีไซเนอร์ Gen Z วัย 17 จับมือ Chayanna ตีความ “มูเตลู” ผ่านผ้าไหมไทยร่วมสมัย

ดู LIVE รายการ