สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 2 ลงพื้นที่เชิงรุกติดตามความคืบหน้ามาตรการสกัดกั้นรถบรรทุกน้ำหนักเกิน หลังพบว่าสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐาน และทำให้รัฐสูญเสียงบประมาณซ่อมบำรุงถนนมหาศาล พร้อมชูเทคโนโลยีชั่งน้ำหนักอัตโนมัติ ลดการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ สกัดช่องโหว่การทุจริตรับส่วยบนท้องถนน
การตรวจวัดน้ำหนักรถบรรทุกชั่วคราว หรือ Spot Check ถนนสายรองบริเวณหน้าแขวงทางหลวงชนบทจันทบุรี และถนนสายหลักแยกทางหลวงหมายเลข 3277 ตำบลมาบไพ อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี เป็นภารกิจล่าสุดของทีมบูรณาการ นำโดย พลตำรวจตรี อรุณ อมรวิริยะกุล รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภาค 2 ลงพื้นที่เพื่อติดตามและสังเกตการณ์การบูรณาการป้องกันการทุจริต เกี่ยวกับรถบรรทุกน้ำหนักเกิน และการขับเคลื่อนการบังคับใช้กฎหมาย ตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 และพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 ในเขตพื้นที่จังหวัดจันทบุรี

พลตำรวจตรี อรุณ อมรวิริยะกุล เน้นย้ำถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นจากรถบรรทุกน้ำหนักเกินใน 3 มิติสำคัญ ได้แก่
-
มิติด้านความปลอดภัย ถนนที่ชำรุดเสียหายก่อนเวลา เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุของประชาชน
-
มิติด้านงบประมาณ รัฐต้องสูญเสียภาษีประชาชนไปกับการซ่อมแซมถนน เช่น ถนนที่ควรมีอายุใช้งาน 10 ปี แต่กลับพังทลายในเวลาเพียง 4–5 ปี
-
มิติด้านการทุจริต การละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐบางกลุ่ม เพื่อแลกกับผลประโยชน์หรือ “ส่วยรถบรรทุก”
“เราต้องการเปลี่ยนการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ มาเป็นการตรวจสอบด้วยวิทยาศาสตร์” รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภาค 2 ระบุ
หัวใจสำคัญของการแก้ไขปัญหาครั้งนี้ คือการผลักดันเทคโนโลยีการชั่งน้ำหนักอัตโนมัติ หรือ Weigh-In-Motion (WIM) และ High-speed WIM เพื่อตรวจวัดน้ำหนักรถขณะวิ่งโดยไม่ต้องหยุดรถ ซึ่งจะช่วยลดการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่หน้างาน สกัดช่องว่างการเรียกรับผลประโยชน์ และเพิ่มความแม่นยำในการดำเนินคดี

สำหรับการลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรีครั้งนี้ ถือเป็นจังหวัดที่ 6 จากทั้งหมด 8 จังหวัด ในเขตรับผิดชอบของ ป.ป.ช. ภาค 2 โดยข้อมูลทั้งหมดจะถูกนำไปวิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบกับจังหวัดที่ลงพื้นที่ไปก่อนหน้า เพื่อจัดทำเป็นแนวทางมาตรฐานในการป้องปรามการทุจริตที่ครอบคลุมทั้งภูมิภาคตะวันออกอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ ป.ป.ช. ได้ขอความร่วมมือจากสมาชิกชมรม STRONG และภาคประชาชน หากพบเห็นพฤติการณ์ส่อไปในทางทุจริต หรือการละเว้นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน ป.ป.ช. 1205 หรือสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดทั่วประเทศ โดยข้อมูลของผู้แจ้งจะถูกเก็บเป็นความลับสูงสุดเพื่อความปลอดภัย



