วิกฤตหนัก “จนท.ไทย” ไล่ล่าแก๊งลอบส่งสินค้าเถื่อน สื่อตปท.ชี้เขมรขาดแคลนสินค้า ค่าจ้างแรงงานไม่พอกิน!

วิกฤตหนัก "จนท.ไทย" ไล่ล่าแก๊งลอบส่งสินค้าเถื่อน สื่อตปท.ชี้เขมรขาดแคลนสินค้า ค่าจ้างแรงงานไม่พอกิน!

ถุงพลาสติกที่ยัดด้วยไก่เน่าจากเรือของพวกค้าของเถื่อนที่ถูกคลื่นซัดขึ้นฝั่งในประเทศไทย บ่งชี้ถึงภาวะขาดแคลนภายในประเทศกัมพูชา เนื่องจากระบบการค้าอย่างเป็นทางการระหว่างประเทศเพื่อนบ้านล่มสลายลงจากความขัดแย้งบริเวณชายแดน และการขนส่งสินค้าผิดกฎหมายกลับเพิ่มสูงขึ้นแทน บริบทสภาพการณ์ที่เกิดขึ้นหลังไทยประกาศปิดด่านชายแดน กำลังสร้างผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อชาวกัมพูชา ตามข้อมูลของ “South China Morning Post”

นอกจากนี้ “South China Morning Post” รายงานสถานการณ์สภาพเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในกัมพูชาล่าสุด ด้วยว่า แม้ความต้องการสินค้าลักลอบนำเข้าจากไทย เช่น น้ำมัน ผลไม้ เนื้อสัตว์ และสินค้าอุปโภคบริโภค เช่น สบู่ จะดูเหมือนสูง แต่ประชาชนชาวกัมพูชายังคงคว่ำบาตรธุรกิจของไทย ซึ่งเป็นการตอบโต้ด้วยกระแสชาตินิยม ที่แสดงให้เห็นถึงความบาดหมางอย่างรุนแรง ที่กำลังกัดกร่อนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเพื่อนบ้านและอดีตคู่ค้ากัน

ทั้งสองประเทศต่างกล่าวโทษกันและกันว่า เป็นต้นเหตุของการปะทุข้อพิพาทที่สงบไปแล้วเมื่อปีที่แล้ว เกี่ยวกับแนวเขตแดนยาว 800 กิโลเมตร หรือ ประมาณ 500 ไมล์ การปะทะกันอย่างรุนแรงที่เริ่มต้นในเดือนกรกฎาคมทำให้ทหารและพลเรือนเสียชีวิตจำนวนมากทั้งสองฝ่าย ส่งผลให้พรมแดนทางบกถูกปิดสำหรับการขนส่งสินค้าและผู้คน แม้ว่าข้อตกลงหยุดยิงที่เปราะบางยังคงดำเนินต่อไปได้ แต่พรมแดนทางบกยังคงปิดอยู่ แม้ฝ่ายบริหารกัมพูชาจะพยายามแสดงท่าที หรือ ส่งสัญญาณพร้อมจะเปิดพรมแดนอีกครั้งเมื่อเร็ว ๆ นี้ก็ตาม

อย่างไรก็ตามเนื่องจากทั้งสองประเทศต่างได้รับผลกระทบจากวิกฤตเชื้อเพลิงโลก ทางการไทยระบุว่าการลักลอบขนส่งทางทะเล รวมถึงเชื้อเพลิง เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้มีการลาดตระเวนทางเรือเพิ่มมากขึ้น

ประเด็นน่าสนใจ เมื่อเจ้าหน้าที่ทางการไทย เริ่มตรวจพบกลิ่นเหม็นเน่าที่โชยออกมาจากแนวชายฝั่ง ที่ปกคลุมไปด้วยป่าชายเลนในพื้นที่หาดเล็ก จังหวัดตราด ซึ่งเป็นจังหวัดชายฝั่งตะวันออกของประเทศไทยที่อยู่ใกล้กับกัมพูชามากที่สุด และเป็นเส้นทางเดินเรือของพวกลักลอบค้าของเถื่อน ได้ให้เบาะแสเกี่ยวกับความต้องการที่เพิ่มขึ้นภายในประเทศกัมพูชา

เจ้าหน้าที่กองทัพเรือพบซากไก่เน่าเสีย ไหลทะลักออกมาจากเรือที่เกยตื้นเมื่อสัปดาห์ก่อน ขณะที่กลุ่มผู้ลักลอบค้าของเถื่อนพยายามหลบหนีการลาดตระเวนของนาวิกโยธินไทย

เมื่อสัปดาห์ก่อน เรือของกัมพูชา 5 ลำถูกหน่วยลาดตระเวนสกัดไว้ ในสิ่งที่ทางการเรียกว่า “ปฏิบัติการลักลอบขนสินค้าครั้งสำคัญ” ซึ่งยึดกล่องสินค้าผิดกฎหมายหลายร้อยกล่องที่บรรจุไก่ ผลไม้ และแม้แต่กัญชา ซึ่งมีจุดหมายปลายทางไปยังกัมพูชา

กองทัพเรือแถลงว่า ผู้ต้องสงสัย 6 คนถูกจับกุมหลังจากกระโดดลงน้ำในความพยายามหลบหนีที่ล้มเหลว โดยผู้ต้องสงสัยเหล่านี้เป็นคนส่งของที่ได้รับค่าจ้างคนละ 2,000 บาท (62 ดอลลาร์สหรัฐ) สำหรับการเดินทางครั้งนี้

 

 

ข่าวที่น่าสนใจ

ทางด้าน นาวาเอก วุฒิฉัตร ราชรัตนารักษ์ รองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลจังหวัดตราด ระบุว่า “สินค้าที่ยึดได้ส่วนใหญ่เป็นสินค้าอุปโภคบริโภคและของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวัน เราคาดว่าสถานการณ์ที่นั่น น่าจะค่อนข้างยากลำบาก”

ขณะที่กรมศุลกากรของกัมพูชา รายงานว่า การค้าข้ามพรมแดนกับไทยลดลงเกือบ 40 เปอร์เซ็นต์ เหลือประมาณ 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงสามเดือนแรกของปีนี้ เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

โดยรัฐบาลกัมพูชาให้คำมั่นสัญญาว่า จะจัดหางานให้กับแรงงานข้ามชาติหลายแสนคน ที่เดินทางกลับบ้านหลังจากความขัดแย้งจากประเทศไทย แต่โดยข้อเท็จจริงค่าจ้างในร้านอาหาร สถานที่ก่อสร้าง และบนเรือประมง ในประเทศไทย สูงกว่าค่าจ้างในประเทศกัมพูชาถึงสองหรือสามเท่า

นั่นหมายความว่ากัมพูชาเผชิญกับภาวะรายได้จากการส่งเงินกลับประเทศที่ลดลง ซึ่งดูเหมือนว่าจะยังคงดำเนินต่อไป เนื่องจากกัมพูชากำลังมองหาตลาดแรงงานต่างประเทศใหม่ ๆ สำหรับแรงงานของตน

Cambodian boats stopped by Thai authorities earlier this month in Thailand’s eastern coastal province of Trat. Photo: Facebook / RTNSpokesperson

นอกจากปัญหาความขัดแย้งชายแดนแล้ว เศรษฐกิจของกัมพูชายังได้รับผลกระทบอย่างหนักจากวิกฤตน้ำมัน ซึ่งทำให้ราคาน้ำมันหน้าปั๊มพุ่งสูงขึ้นประมาณ 25 เปอร์เซ็นต์ และบังคับให้รัฐบาลต้องใช้เงินหลายสิบล้านดอลลาร์ในการนำเข้าเชื้อเพลิง ส่วนเศรษฐกิจของไทยก็ได้รับผลกระทบจากสงครามกับอิหร่านและการปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซเช่นกัน

 

อย่างไรก็ตาม ชาวกัมพูชาทั่วไปที่ยังมีความโกรธแค้นไทย ยังคงแสดงออกถึงความรู้สึกของพวกเขาด้วยการคว่ำบาตรสินค้าและแบรนด์ของไทย

เช่น อภิช เลียง วัย 35 ปี ให้สัมภาษณ์กับ This Week in Asia ว่า “ฉันเลิกกินมาม่าไปเลย ซึ่งเป็นเรื่องยากเพราะมันเป็นแบรนด์โปรดของฉัน แต่เราไม่ได้เกลียดคนไทย เราแค่ต้องสนับสนุนเศรษฐกิจและประเทศของเราในทุกวิถีทางที่เราทำได้”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงบ้านกลางดึก กระสุนเจาะประตูเสียหาย เจ้าของบ้านปลอดภัย ตำรวจเร่งล่าตัว
ม.หาดใหญ่จัดใหญ่ “เดิน-วิ่งเพื่อสันติสุขชายแดนใต้” ครั้งที่ 12 นักวิ่งกว่า 2,000 คน ร่วมชิงถ้วยพระราชทานฯ
เปิดฉาก “Bangsaphan Beach Life Fest” ปลุกท่องเที่ยวชายหาด รับลม 19–20 ก.ย. นี้
หมวดทางหลวงแม่สะเรียง-ไฟฟ้าแม่สะเรียง เร่งเคลียร์เปิดเส้นทาง หลัง ต้นไม้-เสาไฟฟ้าหักโค่นปิดทางช่วงบ้านแม่เหาะ-แม่สะเรียง
น่าน - วอนช่วย 7 ชีวิต น่าน นอนเบียดแคร่เดียว ฝนตกน้ำเจิ่ง ไร้ฝาบ้านมั่นคง
"ดร.วันวิชิต" ชี้แค่ขบวนการปล่อยข่าว ยันไม่เห็นสัญญาณ "กลุ่มอำนาจ" จ้องล้มรัฐบาล ตรงข้าม "กองทัพ" ยังปึ้ก "นายกฯ" ร่วมงานแบบ "ทีมไทยแลนด์"

ดู LIVE รายการ