“โฆษก ตร.” โต้ทนาย “บิ๊กโจ๊ก” ยันคลิปเสียงของจริงไม่ใช่ AI ผ่านพิสูจน์แล้ว พร้อมเตือนโซเชียลอย่าบิดเบือนข้อมูล

"โฆษก ตร." โต้ทนาย "บิ๊กโจ๊ก" ยันคลิปเสียงของจริงไม่ใช่ AI ผ่านพิสูจน์แล้ว พร้อมเตือนโซเชียลอย่าบิดเบือนข้อมูล

โฆษก ตร. โต้ทนายบิ๊กโจ๊ก ยืนยันคลิปเสียงคดีสินบนทองคำ 246 ล้านเป็นของจริง ผ่านตรวจพิสูจน์วิทยาศาสตร์ พร้อมเตือนโซเชียลอย่าบิดเบือนข้อมูล

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์ชี้แจงกรณี นายสัญญาภัชระ สามารถ ทนายความของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล แถลงโต้แย้งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคลิปเสียงที่เชื่อมโยงคดีสินบนทองคำมูลค่า 246 ล้านบาท โดยอ้างว่าคลิปดังกล่าวอาจถูกดัดแปลงด้วยเทคโนโลยี AI

โฆษก ตร. ยืนยันว่า คลิปเสียงที่สำนักงานตำรวจแห่งชาตินำมาเปิดเผยเมื่อวันที่ 18 เมษายนที่ผ่านมา ได้ผ่านการตรวจพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ตามมาตรฐานครบถ้วนแล้ว และเป็นพยานหลักฐานที่ได้มาโดยชอบด้วยกฎหมาย

 

ข่าวที่น่าสนใจ

ส่วนข้อสงสัยว่าการเปิดเผยคลิปเสียงได้รับอนุญาตจาก พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ หรือไม่ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ระบุว่า ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีหน้าที่ชี้แจงข้อมูลต่อสาธารณชนอยู่แล้ว ซึ่งถือว่าได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่โดยตรง

สำหรับความคืบหน้าคดี ระบุว่าเริ่มจาก พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย นำหลักฐานเข้าแจ้งความดำเนินคดี โดยผู้ถูกกล่าวหารายแรกมีสถานะเป็นกรรมการองค์กรอิสระ จึงอยู่ในอำนาจคณะไต่สวนอิสระที่ตั้งโดยประธานศาลฎีกา

ส่วนผู้ถูกกล่าวหารายอื่น คดีอยู่ในอำนาจของ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งมอบหมายให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง 5 ราย รวมถึง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ และนายสามารถ ก่อนสรุปสำนวนสั่งฟ้อง 4 ราย และสั่งไม่ฟ้อง 1 ราย คือนายสามารถ โดยส่งสำนวนให้อัยการแล้ว

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ยังชี้แจงว่า การแยกสำนวนเป็นไปตามสถานะของผู้ถูกกล่าวหา เปรียบเสมือนคดีที่เด็กและผู้ใหญ่ร่วมกระทำผิด ซึ่งต้องแยกพิจารณาตามกฎหมาย พร้อมย้ำว่าหากผู้ต้องหามีข้อโต้แย้งเรื่องอำนาจสอบสวน สามารถไปต่อสู้ในชั้นศาลได้

ในประเด็นความเกี่ยวข้องของ พ.ต.อ.ภาคภูมิ และนายสามารถ ระบุว่าพนักงานสอบสวนพิจารณาจาก “เจตนา” เป็นหลัก โดย พ.ต.อ.ภาคภูมิ เป็นผู้เริ่มนำหลักฐานมาแจ้งความ ขณะที่นายสามารถ ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้นำทองคำมาให้ สามารถชี้แจงพร้อมนำพยานหลักฐานจนเชื่อได้ว่าไม่มีเจตนาร่วมกระทำผิด จึงมีความเห็นไม่ฟ้อง

นอกจากนี้ โฆษก ตร. เปิดเผยว่า นายสามารถเป็นผู้นำคลิปเสียงดังกล่าวมามอบให้พนักงานสอบสวนด้วยตนเอง ซึ่งหมายความว่าเป็นผู้บันทึกการสนทนาไว้เอง

พร้อมย้ำข้อกล่าวหาเรื่อง AI ดัดแปลงเสียงว่า พยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์สามารถตรวจสอบได้ตามกระบวนการทางนิติวิทยาศาสตร์ ไม่อาจใช้เพียงความเห็นส่วนตัวมาหักล้างได้ พร้อมเชิญชวนสื่อมวลชนทดลองเปรียบเทียบคลิปเสียงที่ตำรวจมี กับคลิปที่ฝ่ายทนายอ้างว่าสร้างจาก AI เพื่อพิสูจน์ความแตกต่างด้วยตนเอง

ช่วงท้าย โฆษก ตร. เตือนประชาชนให้ใช้ความระมัดระวังในการเผยแพร่ข้อมูลหรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคดีบนสื่อสังคมออนไลน์ หากเป็นข้อมูลบิดเบือนหรือทำให้บุคคลอื่นเสียหายอาจมีความผิดตามกฎหมาย พร้อมระบุว่าเพจหรือกลุ่มบุคคลที่ตั้งขึ้นเพื่อโจมตีสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะมีการรวบรวมพยานหลักฐานไว้ดำเนินการต่อไป

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

MEA พร้อมให้คำแนะนำและช่วยเหลือด้านระบบไฟฟ้าแก่ประชาชนในพื้นที่น้ำท่วม
MEA เปิดศูนย์รับแจ้งเหตุและประสานความช่วยเหลือด้านระบบไฟฟ้า ดูแลประชาชนพื้นที่น้ำท่วม โทร. 1130 ตลอด 24 ชั่วโมง
MEA ห่วงใยประชาชนในพื้นที่น้ำท่วม แนะปฏิบัติอย่างปลอดภัยในการใช้ไฟฟ้า
สัมมนาวิชาการ OPM Learning Forum จุดประกายถอดบทเรียน หนุนสร้างระบบราชการทันสมัย โปร่งใส และยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง
อยุธยาซิตี้พาร์ค พลัสความยิ่งใหญ่! จัด Auto Show ขนทัพแบรนด์ดัง อัดโปรแรงส่งท้ายปี
"เวียตเจ็ทไทยแลนด์" เปิดฉากฉลอง 10 ปีกลางเซ็นทรัลเวิลด์ "10 Years of Dedication, A New Chapter Takes Flight" พร้อมเดินหน้าขยายฝูงบิน-อัปเกรดบริการรับทศวรรษใหม่

ดู LIVE รายการ