ภายหลังจากที่ นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยถึงความคืบหน้าของโครงการรถเก่าแลกรถใหม่ว่า ทางกรมสรรพสามิตกำลังรวบรวมข้อมูลโครงการ เพื่อสรุปและเสนอต่อนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ภายในกลางเดือนพฤษภาคม 2569 ซึ่งสิ่งที่กรมสรรพสามิตอยู่ระหว่างการศึกษาอยู่ คือลักษณะของโครงการปริมาณความเหมาะสมของจำนวนรถ รวมถึงเงื่อนไขต่างๆ ของโครงการ นอกจากนี้ยังมีการศึกษากำลังการผลิต รวมถึงปริมาณรถสันดาปที่อยู่ในระบบ อย่างไรก็ตามโครงการนี้จะมุ่งเปลี่ยนถ่ายจากการใช้รถซึ่งใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเป็นรถไฟฟ้า 100% หรือ รถไฮบริด
ส่วนรายละเอียดของอายุรถที่จะเข้าร่วมโครงการ เบื้องต้นจะเป็นรถที่มีอายุ 10 ปีขึ้นไปหรือไม่ นายพรชัย กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการประเมินทั้งอายุของรถเก่าที่จะเข้าร่วมโครงการ และยังต้องพิจารณาความสามารถในการผลิตของบริษัทรถด้วย เนื่องจากทั้งสองส่วนนี้จะทำให้ทราบจำนวนรถที่เหมาะสมในการเข้าร่วมโครงการ
นายพรชัย ชี้แจงด้วยว่า ขณะนี้ยังไม่ได้มีการกำหนดจำนวนรถที่จะเข้าร่วมโครงการว่าจะจำกัดเพียง 20,000 คันหรือไม่ ซึ่งต้องขอดูเรื่องของความสามารถในการผลิตของผู้ผลิต และปริมาณรถที่มีอยู่ในระบบ ซึ่งคิดว่าเป็นเงื่อนไขสำคัญที่จะกำหนดจำนวนรถที่จะเข้าร่วมโครงการ
สำหรับเรื่องที่ประชาชนอยากทราบคือเรทราคาส่วนลดที่จะให้จากการนำรถเก่ามาแลกเป็นเท่าไหร่ นายพรชัย กล่าวว่า ยังเป็นสิ่งทีมงานจะต้องไปศึกษาในรายละเอียดก่อน เพราะมีรายละเอียดปลีกย่อยค่อนข้างเยอะ เพื่อไม่ก่อให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบของบริษัทรถยนต์
นอกจากนี้อีกประเด็นที่ต้องมีการพิจารณา คือ ความสามารถในการกำจัดรถเก่าที่จะนำเข้ามาแลก ว่าจะต้องถูกส่งไปประเทศที่ 3 หรือไม่ หรือจะดำเนินการต่ออย่างไร ซึ่งเรื่องนี้จะต้องมีการหารือกับบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ก่อนด้วย ถึงจะลงลึกถึงรายละเอียดได้
ทั้งนี้ หากทราบรายละเอียดทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว จึงจะสามารถกำหนดวงเงินที่จะใช้ในโครงการนี้ได้ อย่างไรก็ตามโครงการดังกล่าวจะเริ่มได้เร็วสุดเมื่อไหร่ นายพรชัย กล่าวว่า ก็จะพยายามทำให้เร็วที่สุดตามนโยบายรัฐบาล แต่จะเริ่มได้เลยภายในปีนี้หรือไม่ ต้องหารือร่วมกับทางผู้ประกอบการและคุยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนว่าเราจะดำเนินการกันยังไงต่อไปได้ให้เร็วที่สุด






