“ศุภจี” เข้าทำงานรองนายกฯวันแรก ยันพณ.เตรียมแล้วมาตรการดูแลค่าครองชีพ เตรียมเรียกประชุมใหญ่ต่อยอดสินค้า SMEs เดินหน้า”โครงการไทยช่วยไทย“

"ศุภจี" เข้าทำงานรองนายกฯวันแรก ยันพณ.เตรียมแล้วมาตรการดูแลค่าครองชีพ เตรียมเรียกประชุมใหญ่ต่อยอดสินค้า SMEs เดินหน้า”โครงการไทยช่วยไทย“

เมื่อเวลา 10.25 น. นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เข้าสักการะศาลพระภูมิและศาลตายายสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบรัฐบาล เพื่อความเป็นสิริมงคล หลังเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการก่อนจะ ตอบคำถามสื่อ ที่ถามว่าได้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบอะไรบ้าง ว่า ไม่ได้ขอพร แต่ตั้งสัจจะอธิษฐานว่า จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ให้กับประเทศชาติและประชาชน ถ้าทำได้เต็มที่อย่างนั้นแล้ว ก็ขอให้ช่วยอำนวยพร ให้สามารถทำได้ดังสิ่งที่ตั้งอธิษฐานไว้

ส่วนการทำงานรอบนี้มีความกดดันมากกว่ารอบแรกหรือไม่ นางศุภจีกล่าวว่า เป็นธรรมดาเพราะช่วงนี้กำลังเจอกับหลายวิกฤติซ้อนกันมากมาย ดังนั้นต้องตั้งใจทำหน้าที่อย่างเต็มที่ และมีการปรับรูปแบบ การทำงาน ตามที่ได้เผยไว้ในช่วงแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา การทำงานแบบคลัสเตอร์บูรณาการร่วมกันระหว่างกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เพื่อจะสามารถจัดการปัญหาแต่ละเรื่องให้มีประสิทธิภาพ ทั้งระยะสั้นระยะกลางระยะยาว ไปพร้อมๆกันได้

ผู้สื่อข่าวถาม ว่าสัปดาห์หน้าในการประชุมคณะรัฐมนตรีจะมีมาตรการของกระทรวงพาณิชย์ในการช่วยเหลือประชาชนอย่างไรบ้าง นางศุภจี กล่าวว่า มี 2-3 เรื่อง เรื่องแรกคือเรื่อง การดูแลค่าครองชีพประชาชน สิ่งแรกที่จะดูคือสินค้าควบคุม และของอุปโภคบริโภคที่จำเป็น ถ้ามีการขยับตัวของราคา จะไปควบคุมดูแลให้เป็นไปตามกลไก ที่เป็นธรรมกับประชาชนและผู้ประกอบการ ขณะเดียวกันจะมีสินค้าราคาพิเศษที่อยู่ภายใต้ร่มของโครงการไทยช่วยไทย ที่เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน นำสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นร่วมกับผู้ประกอบการรายใหญ่ ห้างค้าส่งค้าปลีกทั่วประเทศ ส่งมอบราคาสินค้าประหยัด เป็นทางเลือกให้กับพี่น้องประชาชน อีกทางหนึ่ง และขยับเอาเอสเอ็มอี ไม่ว่าจะเป็นแพลตฟอร์มออนไลน์ หรือ แพลตฟอร์มการขาย ค้าส่งค้าปลีกทั่วประเทศมาเพิ่มศักยภาพธุรกิจเอสเอ็มอี ซึ่งถือเป็นการดูแลทั้งค่าครองชีพ และการปรับโครงสร้าง เพื่อให้ผู้ประกอบการรายเล็กรายน้อยอยู่ได้ อยู่ได้ในสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้

นางศุภจีกล่าวอีกว่าขณะเดียวกันต้องดูแลเรื่องการส่งออก เพราะการส่งออกในขณะนี้ค่อนข้างตึงตัว เพราะในภาคตะวันออกกลาง มีการส่งออกไป 20% ซึ่งขณะนี้มีการชะงักงัน จากการที่ส่งไปยากยิ่งขึ้น ในบางพื้นที่เราต้องหาตลาดเพิ่มเติม และพยายามอย่างยิ่ง ที่จะทำให้คนรายได้ ของประเทศในช่วงวิกฤตแบบนี้ และทำงานในหลายมิติด้วยกัน

” ขอเป็นกำลังใจ และขอให้ฝ่าวิกฤตครั้งนี้ไปได้ด้วยกัน ถ้าสิ่งไหนที่กระทรวงทำได้ก็ยินดี รับคำชี้แนะ ซึ่งยินดีที่จะทำเพื่อนำประโยชน์สูงสุดมาสู่พี่น้องประชาชน”นางศุภจี กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงาน หลังจากที่นางศุภจีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบรัฐบาลและ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนก็ได้เดินมา ที่ห้องสื่อมวลชนหรือรังนกกระจอก 2 และ 3 พร้อม ระบุถึงแนวทางการทำงานร่วมกับสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาล ว่าหากมีประเด็นหรืออยากรู้ข้อมูลเรื่องใดให้ประสาน เพื่อชี้แจงข้อมูลและมานั่งพูดคุยกับสื่อมวลชน เพื่อจะได้นำส่งข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องและนำเสนอข้อเท็จจริงสู่ประชาชน

ข่าวที่น่าสนใจ

ก่อนให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ว่าไม่ได้ขอพรอะไร แต่ตั้งสัจจะอธิษฐานว่าจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ให้กับประเทศชาติและประชาชน และถ้าทำได้ เต็มที่แล้วก็ขอให้ช่วยอำนวยพรให้สามารถทำได้ตามสิ่งที่อธิษฐานเอาไว้

เมื่อถามว่าการทำงานรอบนี้น่าจะมีแรงกดดันมากกว่ารอบแรกรู้สึกอย่างไร นางศุภจี กล่าวว่า เป็นธรรมดา เพราะช่วงนี้กำลังเจอวิกฤตหลายวิกฤติซ้อนกัน ดังนั้นต้องตั้งใจทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ขณะเดียวกันก็ต้องมีการปรับรูปแบบการทำงาน ซึ่งตอนแถลงนโยบายบอกแล้วว่าจะมีการทำงานในรูปแบบของคลัสเตอร์และบูรณาการร่วมกันกับกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดการปัญหาแต่ละเรื่องให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว

ส่วนการประชุมคณะรัฐมนตรีในสัปดาห์หน้า นางศุภจี ระบุว่า กระทรวงพาณิชย์จะมีมาตรการ 2-3 เรื่องคือการดูแลค่าครองชีพประชาชน ซึ่งสิ่งที่กระทรวงพาณิชย์พยายามดูคือสินค้าที่เป็นสินค้าควบคุมและสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็นในกรณีหากมีการขยับตัวของราคาก็จะต้องไปควบคุมดูแลให้เป็นไปตามกลไกที่เป็นธรรมกับทั้งประชาชนและผู้ประกอบการ ขณะเดียวกันจะมีการนำสินค้าราคาพิเศษภายใต้“โครงการไทยช่วยไทย” ที่ได้เริ่มต้นมาตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการนำสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็นมาร่วมกับผู้ประกอบการรายใหญ่ เพื่อเป็นทางเลือกให้กับประชาชนอีกทางหนึ่ง

นอกจากนี้ ยังได้มีการขยับ SMEs เข้ามาอยู่ในแพลตฟอร์มออนไลน์ หรือ แพลตฟอร์มการขาย ผ่านการค้าปลีก-ค้าส่งทั่วประเทศ เพื่อช่วยเสริมศักยภาพ SMEs ดังนั้นจะเห็นได้ว่ากระทรวงพาณิชย์ดูแลในเรื่องของค่าครองชีพ รวมถึงการปรับโครงสร้างเพื่อให้ SMEs หรือ ผู้ประกอบการรายเล็กสามารถอยู่ได้ในสภาพเศรษฐกิจที่มีลักษณะแบบนี้ ขณะเดียวกันจะต้องดูแลในเรื่องของการส่งออกที่ขณะนี้ตึงตัว เช่น ที่ตะวันออกกลางเราส่งออกไปประมาณ 20% แต่ขณะนี้เกิดการชะงักงัน ทำให้เราส่งไปได้ยากมากขึ้น จึงต้องหาตลาดเพิ่มเติม ทางกระทรวงพาณิชย์จึงมีความพยายามอย่างยิ่งที่จะทำให้เรายังคงรายได้ของประเทศในช่วงวิกฤตแบบนี้

นางศุภจี กล่าวอีกว่า ตนขอเป็นกำลังใจให้เราช่วยกันฝ่าวิกฤตครั้งนี้ไปได้ด้วยกัน ซึ่งหากจุดไหนที่กระทรวงพาณิชย์สามารถทำได้ ก็ยินดีที่จะรับคำชี้แนะ ดังนั้นขอให้ส่งข้อความหรือคำแนะนำมา เรายินดีที่จะทำ เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน

นอกจากนี้ นางศุภจี ยังเปิดเผยต่อว่าในช่วงบ่ายวันนี้ จะเชิญกระทรวงอุตสาหกรรม มาหารือต่อเนื่องเรื่องสถานการณ์เม็ดพลาสติก พร้อมเชิญผู้ประกอบการที่มีความรู้เกี่ยวกับการรีไซเคิล เพราะเราไม่ได้แก้ปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น แต่จะวางโครงสร้างในระยะยาวไว้ด้วย จากนั้นจะเป็นการเชิญ นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รวมถึงรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และคนที่ดูแลกรมพัฒนาชุมชน มาหารือเรื่องการกระจายตัวสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งต้องอาศัยแรงของท้องถิ่น ทั้งอำเภอและตำบล จะได้สามารถที่จะต่อยอดสินค้า SMEs ด้วย รวมถึงเป็นการขยาย”โครงการไทยช่วยไทย“ ให้ครอบคลุมได้ทั่วประเทศอย่างมียุทธศาสตร์สำคัญร่วมกัน

ส่วนการตั้งที่ปรึกษาจะสร้างความเชื่อมั่นอย่างไรได้บ้าง นางศุภจี กล่าวว่า ในมุมของมิติการทํางานมีหลากหลายมิติ อย่างด้านการส่งออกจะต้องเน้นเรื่องภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งก่อนหน้านี้ประมาณ 2-3 สัปดาห์ได้มีการทํางานร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศไปแล้ว เพราะเรามองว่าภูมิรัฐศาสตร์กับภูมิเศรษฐศาสตร์ต้องประสานกันไป ขณะเดียวกันประเทศไทยต้องเข้าใจด้วยว่าตลาดไหนที่ไทยมีโอกาส ตลาดไหนต้องควรระวัง และตลาดไหนต้องปรับตัวอย่างไร ดังนั้นการที่เรามีที่ปรึกษาที่มีความเชี่ยวชาญโดยเฉพาะภูมิภาค เช่น ผู้เชี่ยวชาญด้านประเทศจีน ที่มีการประกาศแผนเศรษฐกิจ 5 ปี มีความซับซ้อนในนั้น เราจึงต้องปรับตัวอย่างยิ่ง และต้องมีผู้เชี่ยวชาญที่ช่วยเราในเรื่องสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นตลาดหลัก รวมถึงผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องกับอินเดีย เพราะถือเป็นภูมิภาคที่มีศักยภาพ นอกจากนี้ยังรวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้านยุโรปที่จะช่วยเราในเรื่องของการเจรจาทางการค้า เราถึงต้องมีผู้เชี่ยวชาญหลากหลายที่ช่วยดูในเรื่องแบบนั้น

นางศุภจี ยังกล่าวด้วยว่า ในส่วนที่ปรึกษาของรองนายกรัฐมนตรี จะเป็นเรื่องของสินค้าเกษตร การดูแลภายในประเทศ โดยจะมีทั้ง นายภูษิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ข้าราชการในกระทรวงพาณิชย์มาแล้ว และยังมีผู้เชี่ยวชาญ เกี่ยวกับอุตสาหกรรมการเกษตร การแปรรูป และเรื่องสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีหลากหลายมุมเพื่อช่วยเติมนโยบาย เพราะเราไม่สามารถจะตอบโจทย์ที่มีหลากหลายมิติได้ด้วยตัวเอง

 

พร้อมย้ำว่า ในส่วนกระทรวงพาณิชย์ เราทราบว่า มีเรื่องเร่งด่วนที่ต้องจัดการอย่างมากในช่วงนี้ คือเรื่องสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งปัจจุบันกรมการค้าภายในมีกําลังอยู่ไม่เพียงพอ จึงต้องมีการปรับทีมภายใน โดยปลัดกระทรวงพาณิชย์ก็ช่วยส่งข้าราชการที่มีความเชี่ยวชาญเข้ามาช่วย เพื่อให้เราสามารถตอบสนองและดูแลประชาชนได้อย่างทั่วถึง ซึ่งมีการปรับทั้งในกระทรวงและทีมที่ปรึกษาเพื่อให้ครบถ้วนมากขึ้น ทําให้สามารถตอบโจทย์วิกฤตซ้อนวิกฤติไปพร้อมๆ กัน

ต่อจากนั้น นางศุภจี ได้เยี่ยมชมห้องทํางานสื่อมวลชน พร้อมระบุว่า อยากให้มีการปรับการทํางาน และการแถลงข่าว ฉะนั้นหากมีประเด็นอะไรที่สื่อมวลชนต้องการเป็นพิเศษ ก็ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่สำนักโฆษกสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เพื่อที่จะมานั่งอธิบาย หรือ ส่งผู้เชี่ยวชาญมาให้ข้อมูล เพราะไม่อยากให้ไปดักตามบันไดอาคาร อยากให้นั่งฟังกัน

 

 

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

ม.หาดใหญ่จัดใหญ่ “เดิน-วิ่งเพื่อสันติสุขชายแดนใต้” ครั้งที่ 12 นักวิ่งกว่า 2,000 คน ร่วมชิงถ้วยพระราชทานฯ
เปิดฉาก “Bangsaphan Beach Life Fest” ปลุกท่องเที่ยวชายหาด รับลม 19–20 ก.ย. นี้
หมวดทางหลวงแม่สะเรียง-ไฟฟ้าแม่สะเรียง เร่งเคลียร์เปิดเส้นทาง หลัง ต้นไม้-เสาไฟฟ้าหักโค่นปิดทางช่วงบ้านแม่เหาะ-แม่สะเรียง
น่าน - วอนช่วย 7 ชีวิต น่าน นอนเบียดแคร่เดียว ฝนตกน้ำเจิ่ง ไร้ฝาบ้านมั่นคง
"ดร.วันวิชิต" ชี้แค่ขบวนการปล่อยข่าว ยันไม่เห็นสัญญาณ "กลุ่มอำนาจ" จ้องล้มรัฐบาล ตรงข้าม "กองทัพ" ยังปึ้ก "นายกฯ" ร่วมงานแบบ "ทีมไทยแลนด์"
โจรใต้ป่วนต่อเนื่อง!! ล่าสุดยิง "ผู้ช่วยผญบ.บันนังสตา"เสียชีวิต ก่อนทำลายกล้อง CCTV เผารถแบคโฮ-รถบดถนน ผู้รับเหมา "โครงการขยายถนน 4 เลน เบตง"!??

ดู LIVE รายการ