“สันติสุข” ทวงจิตสำนึก “ผู้บริหารปตท.” อย่าห่วงปันผลกำไร 6 หมื่นล้าน ย้อนเจ็บ 2 บริษัทลูก เคยลงทุนผิดพลาดเสียหายกว่า 2.2 หมื่นล้าน รอดวิกฤตได้เพราะประเทศ แต่วันนี้คนในชาติเดือดร้อน ไม่คิดเฉลี่ยทุกข์สุขบ้างหรือ?

"สันติสุข" ทวงจิตสำนึก "ผู้บริหารปตท." อย่าห่วงปันผลกำไร 6 หมื่นล้าน ย้อนเจ็บ 2 บริษัทลูก เคยลงทุนผิดพลาดเสียหายกว่า 2.2 หมื่นล้าน รอดวิกฤตได้เพราะประเทศ แต่วันนี้คนในชาติเดือดร้อน ไม่คิดเฉลี่ยทุกข์สุขบ้างหรือ?

ภายใต้สถานการณ์ประเทศที่ต้องแบกรับปัญหา ผลกระทบอันสืบเนื่องจากเหตุขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยล่าสุด นายอุนทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวในกิจกรรม Meet the Press หัวข้อ “1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทย ในโลกที่ไม่เหมือนเดิม” ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ว่า “ช่วงเวลาที่ผ่านมาโดยเฉพาะอย่างยิ่งครึ่งเดือนแรกของเดือนมีนาคม ตนต้องขออภัยและขอโทษพี่น้องประชาชนต่อความปั่นป่วนที่เกิดขึ้น เพราะการบริหารราคาน้ำมัน เราตัดสินใจใน 15 วันแรกที่จะพยุงราคาน้ำมันไว้ เพื่อไม่ให้เกิดความเดือดร้อนกับประชาชน และให้มีการปรับตัว เนื่องจากช่วงแรกที่เกิดเหตุการณ์จากการติดตามข่าว

เราก็คิดว่า การสู้รบเช่นนี้น่าจะเป็นการสู้รบที่ไม่ลากยาว แต่ว่าวันนี้สถานการณ์เปลี่ยนไป ดูแล้วไม่น่าจะจบเร็ว รัฐบาลจึงต้องปรับตัวอยู่ตลอดเวลาให้เหมาะสม ลดผลกระทบต่อประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเปราะบาง กลุ่มที่มีรายได้น้อย กลุ่มเกษตรกร กลุ่มผู้ประกอบการที่ใช้น้ำมันขนส่งประมงอุตสาหกรรม เพื่อที่จะทำให้การดูแลค่าใช้จ่ายต่าง ๆตลอดค่าครองชีพให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้”

 

นอกจากนี้ นายกรัฐมตรี ยังระบุว่า “รัฐบาลขอให้พวกเราทุกคน ช่วยกันสร้างความมั่นใจ และความมั่นคงในเรื่องของพลังงานน้ำมันให้เพิ่มมากขึ้น เราต้องช่วยกันปรับวิถีชีวิต เพื่อประหยัดพลังงาน ยกตัวอย่าง ประเทศไทยเรามีครอบครัวเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 10,000,000 ครอบครัว โดยลดการใช้น้ำมันครอบครัวเพียงละ 1 ลิตร ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันชนิดไหน ประเทศไทยก็จะลดการใช้น้ำมันได้ถึงวันละ 10,000,000 ลิตร ซึ่งก็เท่ากับการลดการนำเข้า หรือการไปเพิ่มสำรองน้ำมันของเราวันละ 10,000,000 ลิตร และรัฐบาลยังสามารถลดภาระการชดเชยได้ ที่ชดเชยราคาน้ำมันประมาณ 20 บาทต่อลิตร

ซึ่งถ้าเราช่วยกันประหยัดเราก็สามารถลดการชดเชยของกองทุนน้ำมันไปแล้ว 200 ล้านบาท หากเฉลี่ยลิตรละ 40 บาท เราก็ลดค่าใช้จ่ายภาคประชาชนได้ถึง 400 ล้านบาท เพราะฉะนั้นโดยรวมถ้าเราร่วมกันลดค่าใช้จ่าย ลดการใช้ทั้งหมด 1 ลิตรต่อ 1 ครอบครัว รัฐบาลจะสามารถนำเงินไปช่วยเหลือในมาตรการต่าง ๆ โดยเฉพาะ “โครงการคนละครึ่งพลัส” ก็จะออกมาทันที เพื่อมาลดค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน และกระตุ้นเศรษฐกิจในภาวะที่เราอยู่ในสถานการณ์วิกฤตด้านน้ำมัน เพราะฉะนั้นตรงนี้ถ้าเรามาร่วมมือร่วมใจกัน เราก็สามารถผ่านวิกฤตินี้ไปได้แน่นอน”

 

 

ข่าวที่น่าสนใจ

ขณะที่ก่อนหน้านั้น “สันติสุข มะโรงศรี” ผู้ประกาศข่าว ท็อป นิวส์ ได้นำเสนอความเห็นส่วนตัว เพิ่มเติม ผ่านรายการ “ข่าวเป็นข่าว” เกี่ยวกับแนวคิดเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุข เพื่อให้ประเทศผ่านพ้นวิกฤตพลังงานนี้ไปให้ได้ โดยเน้นย้ำไปถึงความรับผิดชอบของ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) อีกครั้ง ในฐานะองค์กรนี้มีกระทรวงการคลังถือหุ้นมากสุด 51% และในปี 2568 ที่ผ่านมา มีผลประกอบการกำไรสุทธิ สูงถึง 9.1 หมื่นล้านบาท

ดังนั้นด้วยสถานะขององค์กรที่รัฐถือหุ้นใหญ่ ปตท.จึงไม่ควรทำหน้าที่เหมือนบริษัทเอกชนทั่วไป แต่ต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคมมากกว่านั้น แม้ที่ผ่านมา ปตท. จะชี้แจงว่าได้เพิ่มกำลังการกลั่นเกิน 100% และเร่งกระจายน้ำมันเพื่อบรรเทาปัญหา แต่สำหรับความเห็นส่วนตัว ต้องยอมรับยังไม่เพียงพอ เมื่อเทียบกับความเดือดร้อนของประชาชน “ปตท.ถือหุ้นใหญ่โดยกระทรวงการคลัง เพราะฉะนั้นควรจะรับผิดชอบมากกว่าบริษัทน้ำมันทั่วไปหรือไม่”

 

 

 

“สันติสุข” ตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า ในขณะที่ประชาชนคนไทย กำลังเผชิญภาระค่าครองชีพจากราคาพลังงานที่สูงขึ้น แต่ที่ผ่านมา ปตท.กลับมีกำไรสูงถึงกว่า 90,000 ล้านบาท และมีไทม์ไลน์เตรียมจ่ายเงินปันผลกว่า 60,000 ล้านบาทให้ผู้ถือหุ้นในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งหลายคนก็มีคำถามว่า เมื่อเทียบกับความเดือดร้อนคนไทย นี่คึอความเหมาะสมในการจัดสรรผลประโยชน์หรือไม่ “กำไร 90,000 ล้านนะครับ ไม่ใช่รายได้… ถ้าปตท.ที่มีผู้ถือหุ้นใหญ่คือกระทรวงการคลัง จะทำอะไรเพื่อแบ่งกำไร มาช่วยสังคม มาช่วยดูแลประชาชน ทำไมจะทำไม่ได้”

ประเด็นสำคัญ “สันติสุข” เปรียบเทียบประสบการณ์ในอดีต ของ “ปตท.” ว่า ที่ผ่านมา ปตท.เคยเผชิญความเสียหาย จากการลงทุนผิดพลาดหลายกรณี โดยเฉพาะปัญหาจากการบริหารและการลงทุน ของบริษัทในเครือ ปตท. แต่ก็ยังสามารถประคองธุรกิจได้ เพราะความแข็งแกร่งขององค์กรที่มีรากฐานจากประเทศชาติ ประเด็นสำคัญที่สันติสุขเน้นย้ำ คือกรณีความเสียหายซึ่งสะท้อนว่าองค์กรเคยเผชิญ

“หลายท่านอาจจะไม่ทราบ ปตท.เคยบาดเจ็บ… ปตท.เป็นองค์กรใหญ่ขนาดนี้ แต่ก็เคยบาดเจ็บ บาดเจ็บแต่รอด รอดเพราะประเทศชาติ บริษัทในเครือของ ปตท. บางแห่งเคยเสียหาย ไม่ว่าจะเป็นเพราะลงทุนผิดพลาด บกพร่อง หรือ ถูกโกง ระดับพันล้าน ระดับหมื่นล้าน แต่ความใหญ่โตของ ปตท. ที่ได้พื้นฐานไปจากประเทศไทย เหมือนการเอาเนื้อช้างมาแปะบาดแผล เลยทำให้ธุรกิจอยู่รอดมาได้ แต่วันนี้ประเทศชาติบาดเจ็บ ปตท.จะช่วยเหลือได้ยังไง”

 

 

 

 

“สันติสุข” ยกตัวอย่างกรณีที่เกิดขึ้น กับปัญหาการขาดทุนของ PTT Global Chemical (PTTGC) ที่มีผลขาดทุนจากบริษัทย่อยในต่างประเทศ มูลค่าระดับ 2,000 ล้านบาท ส่งผลให้ผลประกอบการต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ และต้องบันทึกด้อยค่าทางบัญชี

โดยในปี 2025 บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTT Global Chemical (PTTGC) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ ปตท. มีผลขาดทุนจากการดำเนินงานของบริษัทย่อย (Vencorex) ประมาณ 2,000 ล้านบาท ส่งผลให้ผลประกอบการของ PTTGC ในปี 2025 ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้อย่างมาก และนอกเหนือจากตัวเลขขาดทุนดังกล่าวแล้ว สถานะทางการเงินของ PTTGC ยังอยู่ในภาวะ “ตึงตัว”

นอกจากนี้ “สันติสุข” ยังกล่าวถึงกรณี โครงการปลูกปาล์มน้ำมันในอินโดนีเซีย ของบริษัทในเครือ ที่ลงทุนกว่า 20,000 ล้านบาท แต่กลับประสบความเสียหาย กว่า 20,000 ล้าน “อีกกรณีหนึ่ง เป็นเคสที่เกิดกับบริษัทย่อย PTT Green Energy ในการลงทุนปลูกปาล์มน้ำมันที่อินโดนีเซีย มูลค่ากว่า 20,000 ล้าน เนื่องจากมีโครงการย่อย ถึง 5 โครงการ และภายหลัง ตรวจสอบพบการกระทำความผิด เสียหายร้ายแรง ไม่คุ้มค่า”

“สันติสุข” ตั้งคำถามด้วยว่า ปัจจุบันการดำเนินการตรวจสอบ หรือ แม้แต่การเอาผิด เรียกค่าเสียหายบุคคลเกี่ยวข้องถึงไหนแล้ว “ไปเรียกค่าเสียหายจากอดีตผู้บริหาร ผลคืบหน้าเป็นยังไง ยังไม่ทราบ”

ทั้งนี้ บริษัท พีทีที.กรีน เอ็นเนอร์ยี่ฯ หรือ PTT.GE ในเครือบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เคยเกิดความผิดพลาด จากการลงทุนโครงการปลูกปาล์มน้ำมันที่ประเทศอินโดนีเซีย มูลค่าความเสียหาย กว่า 20,000 ล้านบาท หลังจากเริ่มทำการศึกษาช่วงปี 2549 และดำเนินการตั้งแต่ปี 2550 เป็นต้นมา กับ 5 โครงการย่อย ได้แก่ PT.MAR Pontianak , PT.Az Zhara , PT.MAR Banyuasin , PT.FBP และ PT.KPI

 

 

แต่หลังจากนั้น บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เข้าไปตรวจสอบ พบการกระทำความผิด ก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรง ทั้งเรื่องการลงทุนที่ไม่คุ้มค่า รวมถึงการซื้อที่ดินที่อาจสูงเกินจริง หลังจากนั้น ส่งเรื่องให้ ป.ป.ช.สอบสวน จนถึงปัจจุบันยกคำร้อง แต่ไม่มีความชัดเจนว่า ปตท.ได้ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากอดีตผู้บริหารมีผลคืบหน้าเป็นอย่างไร

“สันติสุข” สรุปในช่วงท้ายว่า ประสบการณ์ในอดีตของ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ชี้ให้เห็นว่าที่ผ่านมา องค์กรธุรกิจใหญ่ขนาดนี้ยังเคยต้องเผชิญวิกฤต ต้องบาดเจ็บ แต่ได้ผู้บริหารปตท. ได้หลาย ๆ ฝ่าย ช่วยกัน ทำให้ผ่านพ้นวิกฤตนั้นมาได้ เปรียบเทียบกับวันนี้ ด้วยศักยภาพของ ปตท. ทั้งกำลังการกลั่น โครงสร้างธุรกิจครบวงจร และเงินสดจำนวนมาก ย่อมสามารถดำเนินมาตรการช่วยเหลือประชาชนได้แน่นอน หากมีเจตจำนงจากผู้บริหาร

“ในวันที่ ปตท.บาดเจ็บ รอดได้เพราะประเทศชาติ… แต่ในวันที่ประเทศชาติบาดเจ็บ ประชาชนเจ็บปวด ปตท.ซึ่งยังแข็งแกร่งอยู่ จะช่วยประชาชน ประเทศชาติ ได้ยังไง จะเอาเนื้อช้างมาแปะบาดแผลให้ประชาชนได้ไหม จะเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุข อุ้มชูสังคม ได้ไหม…ซึ่งผมเชื่อว่าทำได้แน่นอน อยู่ที่ท่านจะทำหรือไม่ ในวันที่บ้านเมืองเกิดวิกฤตแบบนี้”

 

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

"ศาลอาญา" ไม่รับฟ้อง "บิ๊กโจ๊ก" ้เอาผิด "บิ๊กเต่า" คดีหมิ่นกล่าวหาตบลูกน้องจนป่วยซึมเศร้า!??
เปิดพิรุธคณะที่ 26 สอบ สว. 3 สำนวนฝั่งผู้สมัครสีส้มสุดอืด
"ป.ป.ช.ยโสธร" ลุยสอบ "โครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำบึงผือฮี" ทิ้งร้าง ไม่ได้ใช้งาน เกือบ 3 ปี พบปัญหาการขโมยสายไฟ แถมถ่ายโอนไม่ได้ "สทน.11" โร่ชี้แจง ไม่มีงบประมาณซ่อมบำรุงเพียงพอ
เนื้อหาเราโคตรแข็ง!! "ปฐม อินทโรดม" ให้คะแนน 9 เต็ม 10 "สีหศักดิ์" ใช้เวที UNCLOS อย่างสร้างสรรค์ กำราบ "กัมพูชา" ดิ้นขอแบ่งผลประโยชน์ทางทะเล
ด่วน! จบปมโฉนด "วัดป่าอดุลยาราม" โอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน 21 ไร่ เป็นของวัดเรียบร้อยแล้ว 100%
อย่าเลือกทางตัน!! "ดร.สามารถ" จับตาบทสรุป รัฐแก้ปัญหา "ไฮสปีด 3 สนามบิน" ยันจำเป็น "แอร์พอร์ต เรล ลิงก์" ต้องไปต่อ!??

ดู LIVE รายการ