ภายใต้สถานการณ์ประเทศที่ต้องแบกรับปัญหา ผลกระทบอันสืบเนื่องจากเหตุขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยล่าสุด นายอุนทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวในกิจกรรม Meet the Press หัวข้อ “1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทย ในโลกที่ไม่เหมือนเดิม” ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ว่า “ช่วงเวลาที่ผ่านมาโดยเฉพาะอย่างยิ่งครึ่งเดือนแรกของเดือนมีนาคม ตนต้องขออภัยและขอโทษพี่น้องประชาชนต่อความปั่นป่วนที่เกิดขึ้น เพราะการบริหารราคาน้ำมัน เราตัดสินใจใน 15 วันแรกที่จะพยุงราคาน้ำมันไว้ เพื่อไม่ให้เกิดความเดือดร้อนกับประชาชน และให้มีการปรับตัว เนื่องจากช่วงแรกที่เกิดเหตุการณ์จากการติดตามข่าว
เราก็คิดว่า การสู้รบเช่นนี้น่าจะเป็นการสู้รบที่ไม่ลากยาว แต่ว่าวันนี้สถานการณ์เปลี่ยนไป ดูแล้วไม่น่าจะจบเร็ว รัฐบาลจึงต้องปรับตัวอยู่ตลอดเวลาให้เหมาะสม ลดผลกระทบต่อประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเปราะบาง กลุ่มที่มีรายได้น้อย กลุ่มเกษตรกร กลุ่มผู้ประกอบการที่ใช้น้ำมันขนส่งประมงอุตสาหกรรม เพื่อที่จะทำให้การดูแลค่าใช้จ่ายต่าง ๆตลอดค่าครองชีพให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้”

นอกจากนี้ นายกรัฐมตรี ยังระบุว่า “รัฐบาลขอให้พวกเราทุกคน ช่วยกันสร้างความมั่นใจ และความมั่นคงในเรื่องของพลังงานน้ำมันให้เพิ่มมากขึ้น เราต้องช่วยกันปรับวิถีชีวิต เพื่อประหยัดพลังงาน ยกตัวอย่าง ประเทศไทยเรามีครอบครัวเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 10,000,000 ครอบครัว โดยลดการใช้น้ำมันครอบครัวเพียงละ 1 ลิตร ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันชนิดไหน ประเทศไทยก็จะลดการใช้น้ำมันได้ถึงวันละ 10,000,000 ลิตร ซึ่งก็เท่ากับการลดการนำเข้า หรือการไปเพิ่มสำรองน้ำมันของเราวันละ 10,000,000 ลิตร และรัฐบาลยังสามารถลดภาระการชดเชยได้ ที่ชดเชยราคาน้ำมันประมาณ 20 บาทต่อลิตร
ซึ่งถ้าเราช่วยกันประหยัดเราก็สามารถลดการชดเชยของกองทุนน้ำมันไปแล้ว 200 ล้านบาท หากเฉลี่ยลิตรละ 40 บาท เราก็ลดค่าใช้จ่ายภาคประชาชนได้ถึง 400 ล้านบาท เพราะฉะนั้นโดยรวมถ้าเราร่วมกันลดค่าใช้จ่าย ลดการใช้ทั้งหมด 1 ลิตรต่อ 1 ครอบครัว รัฐบาลจะสามารถนำเงินไปช่วยเหลือในมาตรการต่าง ๆ โดยเฉพาะ “โครงการคนละครึ่งพลัส” ก็จะออกมาทันที เพื่อมาลดค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน และกระตุ้นเศรษฐกิจในภาวะที่เราอยู่ในสถานการณ์วิกฤตด้านน้ำมัน เพราะฉะนั้นตรงนี้ถ้าเรามาร่วมมือร่วมใจกัน เราก็สามารถผ่านวิกฤตินี้ไปได้แน่นอน”







