เดือดกลางจอ “กนก-ธีระ” สวนยับตรรกะ “เท้ง ณัฐพงษ์” ปม Laser ID ลั่นความคิดน่าห่วง แก้ตัวโดยวิธีโยนบาป เทียบเคียงใครๆก็ทำ ถ้าส้มผิด แบงก์-กรมการปกครอง ก็ผิด!

เดือดกลางจอ "กนก-ธีระ" สวนยับตรรกะ "เท้ง ณัฐพงษ์" ปม Laser ID ลั่นความคิดน่าห่วง แก้ตัวโดยวิธีโยนบาป เทียบเคียงใครๆก็ทำ ถ้าส้มผิด แบงก์-กรมการปกครอง ก็ผิด!

ยังคงเป็นประเด็นเดือดในแวดวงการเมือง สำหรับข้อสงสัยว่าด้วยการกรอก Laser ID สำหรับการเป็นสมาชิกพรรคประชาชน เนื่องจากมีข้อบ่งชี้ความสุ่มเสี่ยงในเชิงปัญหาการลอบนำไปใช้โดยผิดกฎหมาย ถ้าข้อมูลเหล่านั้นหลุดรอดไปถึงกลุ่มอาชญากรรมออนไลน์

ล่าสุด “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” หัวหน้าพรรคประชาชน พยายามชี้แจงว่าปัญหาทั้งหมด มาจากระบบความคิดและวิธีปฏิบัติของกรมการปกครอง พร้อมอ้างไม่ว่าช่วงพรรคอนาคตใหม่ พรรคก้าวไกล หรือพรรคประชาชน “ไม่เคยจัดเก็บ Laser ID อยู่ในระบบฐานข้อมูล” โดยระบุว่า การใช้ Laser ID เป็นเพียงขั้นตอนยืนยันตัวตนตามกรอบกฎหมายเลือกตั้ง

“การสมัครสมาชิกพรรคต้องใช้ Laser ID เป็นรหัสที่เอาไว้ยืนยันกับกรมการปกครอง และเป็นวิธีเช็คว่าคุณถือบัตรตัวจริงใบล่าสุดจริงไหม”

 

 

 

รวมถึงอ้างย้ำว่า กฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. และกฎหมายพรรคการเมือง บังคับให้พรรคต้องตรวจสอบคุณสมบัติสมาชิกอย่างรัดกุม ทั้งเรื่องสัญชาติ อายุ และแหล่งที่มาของเงินบริจาค เพราะหากมีเงินผิดกฎหมายเกี่ยวข้อง แม้เพียงบาทเดียว อาจถูกยื่นยุบพรรคได้ “พรรคมีสมาชิกจำนวนมาก การจะเอาคนมานั่งตรวจบัตรทีละใบในทางปฏิบัติทำไม่ได้ จึงต้องใช้ระบบไปชนกัน”

และเมื่อถูกตั้งคำถามเรื่องความปลอดภัยของข้อมูล “ณัฐพงษ์” ยกตัวอย่างการสมัคร All Member และการทำธุรกรรม Mobile Banking ว่า ภาคเอกชนก็มีการขอ Laser ID เช่นกัน “ถ้าจะตั้งคำถามกับพรรค ก็อยากให้ตั้งคำถามเดียวกันกับบริษัทเอกชนอื่น ๆ อย่างเช่นการทำธุรกรรมออนไลน์ หลายบริษัทก็ขอเลข Laser ID ไปยืนยัน”

“มันผิดที่การออกแบบของระบบกรมการปกครองตั้งแต่แรก เขาออกแบบให้พรรคหรือธนาคารต้องทำตัวเป็นท่อกลาง” พร้อมแสดงความั่นใจว่า คดีนี้ “ไม่มีมูล” และพรรคประชาชนพร้อมให้ตรวจสอบ ในประเด็นการร้องเรียนและการยื่นเรื่องต่าง ๆ “ถ้าประเมินตามหลักฐาน ผมว่ามันไม่มีมูลเลย ไม่หนักใจเลย ข้อมูลไม่หนักใจเลย พร้อมให้ตรวจสอบ และ ฐานข้อมูลที่ว่าทางพรรคไม่เคยมีการบันทึกอยู่แล้ว”

 

 

 

ข่าวที่น่าสนใจ

จากประเด็นนี้ “กนก รัตน์วงศ์สกุล” และ “ธีระ ธัญไพบูลย์” ผู้ประกาศข่าว ท็อป นิวส์ แสดงมุมมมองข่าวที่เกิดขึ้น ว่า แม้หัวหน้าพรรคประชาชนจะยืนยันว่าไม่ได้จัดเก็บ Laser ID ไว้ในฐานข้อมูล และทำไปตามระบบยืนยันตัวตนของ กรมการปกครอง ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจริงหรือไม่ อย่างไร แต่สิ่งที่น่ากังวลยิ่งกว่าคดี คือ “วิธีคิด” ที่สะท้อนออกมา “คดีอาจไม่น่าห่วง แต่คนที่มีความคิดแบบนี้น่ะน่าห่วง”

โดย “กนก และ ธีระ ” ย้่ำว่าตรรกะความคิดแบบ “ถ้ากูผิด มึงก็ผิด” เป็นเรื่องที่ไม่ควรออกมาจากคนที่เป็นหัวหน้าพรรคการเมือง

 

 

ยกตัวอย่าง การหยิบยกกรณีธนาคารหรือบริษัทเอกชนมาเทียบเคียงว่า หากตั้งคำถามพรรค ก็ควรตั้งคำถามภาคเอกชนด้วย อันนี้ถือบิดเบือนประเด็น “ตรรกะของคุณเป็นแบบนี้ ถ้ากูผิด มึงก็ผิดด้วย ถ้ากูผิด มึงผิดมากกว่า กูไม่ผิด ระบบต่างหากที่ผิด ”

เพราะโดยข้อเท็จจริง ธนาคารเก็บข้อมูลเพื่อทำธุรกรรมทางการเงิน แต่พรรคการเมืองไม่ได้อยู่ในบริบทเดียวกัน จึงไม่อาจยกมาเทียบกันได้ตรงๆ พร้อมถามกลับว่า “พรรคคุณทำธุรกรรมทางการเงินหรือเปล่า แล้วจะไปเปรียบเทียบกับธนาคารทำไม แล้วถ้ารู้ว่าระบบไม่ดี แล้วคุณทำทำไม ถ้ารู้ว่าไม่ดี ก็ไม่ต้องทำสิ”

 

นอกจากนี้ ” กนกและธีระ” ให้ข้อมูลประกอบเนื้อหาข่าว การกล่าวอ้างของ “ณัฐพงษ์” ว่าระบบของกรมการปกครองออกแบบให้มี “ท่อกลาง” เสี่ยงต่อการรั่วไหลของข้อมูล ว่า หากเห็นว่าระบบไม่ดี เหตุใดจึงเลือกใช้ตั้งแต่ต้น “อันี้เหมือนกัน ถ้ารู้ว่าระบบเขาไม่ดี แล้วคุณทำทำไม ถ้ารู้ว่าไม่ดี ก็ไม่ต้องทำสิ”

และ โดยข้อเท็จจริง การเชื่อมระบบยืนยันตัวตนกับกรมการปกครอง ใช้เพียงเลข 13 หลักด้านหน้า ไม่ได้บังคับใช้ Laser ID เสมอไป วิธีการพูดของ “ณัฐพงษ์” จึงแค่เป็นการ “โยนบาป” ไปยังหน่วยงานรัฐ เท่านั้น

 

 

ประเด็นสำคัญ คือ ทำไมพรรคอื่นไม่ขอ Laser ID ทำไม เพื่อไทย ภูมิใจไทย หรือประชาธิปัตย์ จึงไม่ได้กำหนดให้สมาชิกกรอก Laser ID แบบบังคับ “ทำไมพรรคการเมืองอื่นเขาไม่ขอ แล้วมีแต่พรรคคุณที่ขอ” และหากมั่นใจว่าการดำเนินการถูกต้อง เหตุใดภายหลังจึงยกเลิกการกรอก Laser ID ออกจากหน้าเพจสมัครสมาชิก “ถ้ามั่นใจว่าถูก ก็อย่าเอาออกสิ เอาออกทำไม กลัวเหรอ”

โดย “ธีระ” ย้ำในประเด็นนี้ด้วยว่า ทางพรรคประชาชนเองกำหนดชัดเจนว่า สมาชิกต้องกรอกข้อมูล Laser ID กระบวนการสมัครถึงจะสำเร็จ “หน้าเพจที่ให้กรอก Laser ID มีดอกจันสีแดง บังคับต้องกรอก ไม่กรอกไม่ได้ “พรรคการเมืองอื่นทำไมเขาไม่ทำแบบคุณ”

 

 

ท้ายที่สุด “กนกและธีระ” สรุปเพื่อการพิจารณาว่า ประเด็นนี้ไม่ใช่แค่เรื่องน้ำหนักคดีว่าจะถึงขั้นยุบพรรคหรือไม่ แต่คือความรับผิดชอบต่อข้อมูลประชาชน และท่าทีการอธิบายที่ควรตรงไปตรงมา “ประเด็นมันล้าไปแล้ว แต่คุณก็ยังตอบแบบเดิม… ไม่น่าเชื่อเลย คุณเป็นหัวหน้าพรรคได้ยังไง”

อย่างไรก็ตามกรณีดังกล่าวยังคงเป็นที่ถกเถียงในโลกออนไลน์ โดยเฉพาะประเด็นการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และบทบาทของพรรคการเมืองในการกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยข้อมูลสมาชิก ซึ่งควรได้รับการจับตามองอย่างใกล้ชิดต่อไป

 

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

เนื้อหาเราโคตรแข็ง!! "ปฐม อินทโรดม" ให้คะแนน 9 เต็ม 10 "สีหศักดิ์" ใช้เวที UNCLOS อย่างสร้างสรรค์ กำราบ "กัมพูชา" ดิ้นขอแบ่งผลประโยชน์ทางทะเล
ด่วน! จบปมโฉนด "วัดป่าอดุลยาราม" โอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน 21 ไร่ เป็นของวัดเรียบร้อยแล้ว 100%
อย่าเลือกทางตัน!! "ดร.สามารถ" จับตาบทสรุป รัฐแก้ปัญหา "ไฮสปีด 3 สนามบิน" ยันจำเป็น "แอร์พอร์ต เรล ลิงก์" ต้องไปต่อ!??
ศาลปัตตานี สั่งจำคุก 2 ปี "นรินทร์" คดีอั้งยี่ อึ้งจำเลยสารภาพ เป็นสมาชิกขบวนการแบ่งแยกดินแดน ผ่านการฝึกมาจากต่างประเทศ
"ดร.ธนพร" ชี้เป้าหมายจริงพรรคส้ม หวังขยายผลคดีฮั้วสว.เปลี่ยนขั้วรัฐบาล ย้ำมติเอาผิดแค่ 77 รายต้องยึดหลักฐาน ลั่นอุ้มตรงไหน "สีน้ำเงิน" ก็โดน
"ผู้ว่าฯ ภูเก็ต" ลงพื้นที่ Chabad House ป่าตอง ตรวจสอบข้อเท็จจริงรอบด้าน ย้ำทุกกิจกรรมต้องเหมาะสมกับพื้นที่และอยู่ภายใต้กฎหมาย

ดู LIVE รายการ