ทั้งหมดนี้ รู้ว่าถูกสอบสวนวินัยร้ายแรงอยู่ก่อนจะลาออกมาลง ส.ส. นะครับ (พรรคก็ยังส่งลง สส. เนาะ) พอโดนมติผิดวินัยร้ายแรง ให้ออกจากราชการ ก็อ้างอีกว่า “ไม่เคยถูกเรียกมาให้ปากคำเลย ”
แต่ในรายงานการสอบสวนมีหลักฐานว่า ได้มารับทราบข้อกล่าวหา และปฏิเสธข้อกล่าวหา รวมถึงภายหลังได้ยื่นหนังสือชี้แจงเป็นเอกสารแก่คณะกรรมการสอบสวนด้วย
นี่คือข้อมูลความจริงครับ มันต่างกับที่ไปปั่นหาเสียง ป่าวร้องขอคะแนนสงสารจากประชาชนในวันนี้นะครับ ใครจะผิด-จะถูก ยังมีโอกาสต่อสู้ชี้แจงตามขั้นตอนกระบวนการกฎหมายต่อไปนะครับ
แต่ประชาชนที่หลงเชื่อ หลงเชียร์ เห็นใจ สงสาร หลงใหลไปกับคำหาเสียงและการปั่นกระแส ได้พิจารณาความจริงเหล่านี้หรือยังครับ บอกความจริงแก่ประชาชนให้หมดเถอะครับ ถ้าจริงใจกับประชาชนจริงๆ ไม่ใช่เห็นแก่ตัว


ทั้งนี้ยังระบุเพิ่มเติมว่า แบ่งซื้อ 5 ครั้ง ไม่เกี่ยวบริหารสต็อกยาวฉุกเฉินอะไรเลย เพราะลงพื้นที่เสร็จไปแล้ว

ก่อนหน้านั้น “สำนักข่าว Next News” ได้นำเสนอ เอกสารสอบสวน “หมอสุภัทร” ระบุว่า การนำ ATK ของเอกชนมาใช้ก่อนในช่วงบุกกรุงช่วยโควิด แต่กระบวนการซื้อย้อนหลังกลับมาแบ่งซื้อ 5 ครั้งให้อยู่ในอำนาจการอนุมัติของตัวเอง และไม่รายงานต่อผู้บังคับบัญชา จึงผิดวินัยร้ายแรง
โดยแยกประเด็นการชี้มูลผิด กรณีนายสุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ขณะดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ ได้ดำเนินการจัดซื้อและได้สั่งอนุมัติให้จัดซื้อวัสดุวิทยาศาสตร์การแพทย์ รายการเวชภัณฑ์ชุดตรวจค้นหาผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ATK) ครั้งละวงเงินไม่เกิน 2,000,000 บาท จำนวน 5 ครั้ง อันเป็นการแบ่งซื้อฯ ฝ่าฝืนระเบียบ/กฎหมายพัสดุ ทำให้ราชการเสียหายอย่างร้ายแรง เป็นข้อ ๆ โดยสรุปบางส่วนดังนี้
(1) ประเด็นการแบ่งซื้อแบ่งจ้าง กรณีจัดซื้อ ATK ยี่ห้อ Standard Q จากบริษัท นำวิวัฒน์การช่าง (1992) จำกัด รวม 42,854 ชุด เป็นเงิน 9,856,420 บาท
ข้อเท็จจริงโดยสรุป โรงพยาบาลจะนะเข้าร่วมปฏิบัติการเชิงรุกในกรุงเทพฯ 3 ครั้ง (ก.ค.-ส.ค. 2564) และระหว่างปฏิบัติการได้ “ขอยืม” ATK ยี่ห้อ Standard Q ของบริษัท นำวิวัฒน์การช่าง (1992) จำกัด มาใช้ก่อน ต่อมาภายหลัง (ต.ค.-ธ.ค. 2564) โรงพยาบาลจึงจัดทำเอกสารและดำเนินการ “จัดซื้อย้อนหลัง” รวม 42,854 ชุด ราคาชุดละ 230 บาท รวมเป็นเงิน 9,856,420 บาท
(2) ประเด็นการตรวจรับพัสดุ และการไม่รีบรายงานขอความเห็นชอบต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ (เพื่อเป็นหลักฐานการตรวจรับโดยอนุโลม)
ข้อเท็จจริงโดยสรุป ภายหลังการจัดซื้อย้อนหลังทั้ง 5 รายการ มีการแต่งตั้งคณะกรรมการจัดซื้อและคณะกรรมการตรวจรับ และมีเอกสารตรวจรับตามวันที่ส่งมอบในแต่ละรอบ อย่างไรก็ดี ข้อพิจารณาในสำนวนเห็นว่า คณะกรรมการตรวจรับตามคำสั่งดังกล่าว “ไม่ได้ร่วมปฏิบัติการที่กรุงเทพฯ” และเมื่อเป็นการซื้อย้อนหลังภายหลังใช้พัสดุไปแล้ว จึงไม่มีกระบวนการตรวจนับ/ตรวจสอบพัสดุโดยแท้จริง บุคลากร ที่ไปร่วมปฏิบัติการแม้จะเกี่ยวข้องกับการใช้ ATK แต่ไม่ได้เป็นคณะกรรมการตรวจรับตามที่แต่งตั้งไว้ จึงทำให้คำชี้แจงเรื่อง “มีการตรวจรับ” รับฟังไม่ได้
(3) ประเด็นการกำหนดราคากลาง ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า โรงพยาบาลจะนะได้ดำเนินการจัดซื้อวัสดุวิทยาศาสตร์การแพทย์ รายการชุดตรวจค้นหาผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) Antigen test Kit (ATK) จำนวน 5 รายการ ในช่วงเดือนตุลาคมถึงเดือนธันวาคม 2564 ในราคาชุดละ 230 บาท โดยไม่พบว่ามีการแต่งตั้งคณะกรรมการกำหนดราคากลาง และไม่ปรากฏราคากลางที่เป็นทางการ แต่ใช้วิธีการโทรศัพท์สอบถามราคาจากโรงพยาบาลข้างเคียงเป็นแหล่งที่มาของราคา (ราคาอ้างอิง) แล้วนำมาใช้เป็นฐานราคาในการจัดซื้อเป็นคราวๆ
อีกทั้งไม่พบว่ามีการเทียบราคาที่เคยซื้อหรือจ้างครั้งหลังสุดภายในระยะเวลาสองปีงบประมาณตามแนวทางที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 มาตรา 4 ซึ่งวางลำดับแหล่งที่มาของราคาไว้ก่อน-หลัง
(4) ประเด็นการจัดซื้อเวชภัณฑ์ Antigen test Kit Covid-19 ชุดตรวจค้นหาผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) Antigen test Kit (ATK) ยี่ห้อ Standard Q Covid-19 Ag test เป็นจำนวนมาก ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายวินิจฉัยได้ว่า หากพิเคราะห์ถึงจำนวนผู้เข้ารับการตรวจคัดกรองที่โรงพยาบาลจะนะได้ออกหน่วยเชิงรุกพื้นที่กรุงเทพมหานครทั้ง 3 ครั้ง ซึ่งปรากฏข้อมูลว่า กระทรวงสาธารณสุขโดยกลุ่มแพทย์ชนบทลงปฏิบัติงานในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
ครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 14 – 16 กรกฎาคม 2564 (จำนวน 3 วัน) ดำเนินการตรวจโดยใช้ชุดตรวจ Antigen Test Kit (ATK) จำนวน 19,871 ราย
ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 21 – 23 กรกฎาคม 2564 (จำนวน 3 วัน) ดำเนินการตรวจโดยใช้ชุดตรวจ Antigen Test Kit (ATK) จำนวน 31,518 ราย
ครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 4 – 10 สิงหาคม 2564 (จำนวน 7 วัน) ดำเนินการตรวจโดยใช้ชุดตรวจ Antigen Test Kit (ATK) จำนวน 141,516 ราย
ดังนั้น กระทรวงสาธารณสุขโดยกลุ่มแพทย์ชนบทลงปฏิบัติงานในพื้นที่กรุงเทพมหานครทั้ง 3 ครั้ง จึงใช้ชุดตรวจ Antigen Test Kit (ATK) รวมเป็นจำนวนทั้งสิ้น 192,905 ราย ประกอบกับมีพยานบุคคลให้ข้อมูลว่าในแต่ละวันการออกหน่วยเชิงรุกพื้นที่กรุงเทพมหานครของเจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลจะนะ สามารถตรวจค้นหาผู้ติดเชื้อได้ไม่เกินวันละ 2,000 ราย
สรุปผลการสอบวินัยร้ายแรง ‘หมอสุภัทร’ ฉบับเต็ม… สามารถติดตามต่อได้ที่ “สำนักข่าว Next News”