“เลขาธิการสปส.” แจงจ่ายเงินสมทบ “ประกันสังคม” 875 บาท ทุกเดือน ผู้ประกันตนได้สิทธิ์อะไรบ้าง ยืนยันไม่ด้อยกว่าสิทธิ์อื่น

"เลขาธิการสปส." แจงจ่ายเงินสมทบ "ประกันสังคม" 875 บาท ทุกเดือน ผู้ประกันตนได้สิทธิ์อะไรบ้าง ยืนยันไม่ด้อยกว่าสิทธิ์อื่น

“เลขาธิการสปส.” แจงจ่ายเงินสมทบ “ประกันสังคม” 875 บาท ทุกเดือน ผู้ประกันตนได้สิทธิ์อะไรบ้าง ยืนยันไม่ด้อยกว่าสิทธิ์อื่น

 

 

 

ข่าวที่น่าสนใจ

จากกรณีที่มีผู้ประกันตนร้องเรียนต่อนายกรัฐมนตรีในระหว่างลงพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ ถึงปัญหาความไม่สะดวกในการใช้สิทธิรักษาพยาบาล และการได้รับยาที่ไม่ตรงกับความต้องการเดิมนั้น เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2569 ที่ผ่านมานั้น ต่อมาทางด้านสำนักงานประกันสังคมได้เร่งดำเนินการส่งเจ้าหน้าที่จังหวัดนครสวรรค์ ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงทันที เพื่อดูแลสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนให้ได้รับความธรรมและถูกต้องตามมาตรฐานทางการแพทย์

ขณะที่นางสาวกาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ขอชี้แจง เพื่อสร้างความเข้าใจแก่พี่น้องประชาชนและผู้ประกันตนเรื่องมาตรฐานการจ่ายยาตามสิทธิประกันสังคม ดังนี้

• โดยปกติ สถานพยาบาลในเครือข่ายประกันสังคมจะจ่ายยาตาม บัญชียาหลักแห่งชาติ ซึ่งครอบคลุมการรักษาโรคต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย

• ในกรณีที่ผู้ประกันตนมีความประสงค์จะใช้ “ยานอกบัญชียาหลัก” ตามความคุ้นเคยเดิม สถานพยาบาลสามารถจัดหายาที่มี “คุณสมบัติในการรักษาเทียบเท่ากัน” ในบัญชียาหลักให้ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

•หากแพทย์วินิจฉัยว่ามีความจำเป็นทางการแพทย์ ที่ต้องใช้ยานอกบัญชีตัวนั้นจริง ๆ เนื่องจากยาในบัญชีใช้ไม่ได้ผลหรือเกิดอาการแพ้ยา สถานพยาบาลคู่สัญญา ต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย โดยจะจัดหาให้ผู้ประกันตนโดยไม่เรียกเก็บเงินเพิ่ม

ขณะนี้สำนักงานประกันสังคมจังหวัดนครสวรรค์กำลังเร่งประสานงานกับโรงพยาบาลในกรณีดังกล่าว เพื่อทบทวนแนวทางการรักษาและพิจารณาความจำเป็นทางการแพทย์ในกรณีนี้ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ประกันตนจะได้รับการดูแลรักษาที่มีคุณภาพและไม่เป็นภาระด้านค่าใช้จ่าย

 

 

 

ล่าสุดวันนี้ (25 ม.ค.) นางสาวกาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ยังได้ชี้แจงว่า สิทธิที่ผู้ประกันตนจะได้รับ หลังมีการปรับอัตราเงินสมทบเพิ่มขึ้นเป็น 875 บาท สำหรับผู้ที่มีรายได้ 17,500 บาทขึ้นไปว่า สิทธิที่ผู้ประกันตนจะได้รับความคุ้มครองจากการนำส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมทุกเดือนในอัตรา 5% ของค่าจ้าง ซึ่งนายจ้างก็ได้สมทบในอัตรา 5% เช่นกัน นอกจากนี้ยังมีส่วนของรัฐบาลที่ร่วมสมทบในอัตรา 2.75% รวมทั้ง 3 ฝ่าย เป็น 12.75% สำหรับใช้ในการจ่ายสิทธิประโยชน์ทั้ง 7 กรณี ให้แก่ผู้ประกันตน ได้แก่ 1.กรณีเจ็บป่วยหรือประสบอันตราย 2.กรณีคลอดบุตร 3.กรณีทุพพลภาพ 4.กรณีตาย 5.กรณีสงเคราะห์บุตร 6.กรณีชราภาพ และ7.กรณีว่างงาน

ทั้งนี้เงินสมทบสูงสุดเดือนละ 875 บาท คำนวณจากเพดานค่าจ้าง 17,500 บาท ซึ่งถูกจัดสรรอย่างเป็นระบบเพื่อดูแลผู้ประกันตนใน 7 กรณีสำคัญ แบ่งเป็น

 

ดูแล 4 กรณีพื้นฐาน 262.50 บาท ครอบคลุมการเจ็บป่วย รักษาฟรีไม่จำกัดวงเงิน, คลอดบุตร เหมาจ่าย 15,000 บาท/ครั้ง ฝากครรภ์ 1,500 บาท ผู้ประกันตนหญิงรับเพิ่มเงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อการคลอดบุตร สูงสุด 26,250 บาท, ทุพพลภาพ เงินทดแทนตลอดชีวิตสูงสุด 8,750 บาทต่อเดือน และเสียชีวิตค่าทำศพ 50,000 บาท จ่ายสมทบ 36 เดือน ขึ้นไปได้รับเพิ่มเงินสงเคราะห์กรณีตาย

• กรณีว่างงาน 87.50 บาท รับเงินทดแทนสูงสุดประมาณ 10,500 บาทต่อเดือน

• เงินออมชราภาพ และเงินสงเคราะห์บุตร 525 บาท เป็นส่วนที่ใหญ่ที่สุดเพื่อใช้ในกรณีสงเคราะห์บุตร อายุไม่เกิน 6 ปี 1,000 บาทต่อเดือนต่อคน และเงินชราภาพ บำเหน็จ/บำนาญ ซึ่งนายจ้างจะสมทบเพิ่มให้อีกเท่าตัว รวมเป็นเงินสมทบสะสม 1,050 บาทต่อเดือน

ทั้งนี้ไม่ใช่ผู้ประกันตนทุกคนต้องชำระเงินสมทบ 875 บาทต่อเดือน ผู้ประกันตนมีค่าจ้างไม่ถึง 17,500 บาท จะชำระในอัตรา 5% ของค่าจ้างจริง เช่น ค่าจ้าง 10,000 บาท จะจ่ายเงินสมทบในอัตรา 500 บาทต่อเดือน เป็นต้น

นางสาวกาญจนา ชี้แจงอีกว่า ในกรณีที่ผู้ประกันตนไม่เคยใช้สิทธิการรักษาพยาบาล รวมถึงไม่มีครอบครัว อาจรู้สึกว่าไม่คุ้มกับเงินสมทบที่นำส่งนั้น ขอชี้แจงข้อมูลให้ทราบว่า ถึงแม้ผู้ประกันตนไม่เจ็บป่วย ไม่ได้ใช้สิทธิในการรักษาพยาบาล แต่กองทุนประกันสังคมได้จ่ายค่ารักษาพยาบาลในลักษณะเหมาจ่ายให้กับโรงพยาบาลคู่สัญญาเป็นประจำทุกเดือน เพื่อรองรับความเสี่ยงและให้ผู้ประกันตนสามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ในยามจำเป็นหรือในเวลาฉุกเฉินได้ โดยไม่ต้องกังวลถึงค่าใช้จ่าย ดังนั้นในกรณีที่ผู้ประกันตนที่ไม่เคยใช้สิทธิใดๆเลย ก็ขอให้อุ่นใจได้ว่ายังมีเงินออมกรณีชราภาพคอยดูแลในยามเกษียณ นอกจากนี้กรณีผู้ประกันตนเสียชีวิต ทายาทผู้มีสิทธิจะได้รับเงินค่าทำศพ เงินสงเคราะห์กรณีตาย และเงินบำเหน็จชราภาพของผู้ประกันตน เป็นหลักประกันว่า หากเกิดสิ่งที่ไม่คาดคิดขึ้นก็ยังมีสิทธิประโยชน์จากสำนักงานประกันสังคมให้การดูแลแก่ครอบครัวของผู้ประกันตนต่อไป

ทั้งนี้ที่ผ่านมาในช่วงสถานการณ์วิกฤต เช่น สถานการณ์การระบาดของโรคโควิด 19 ในช่วงปี 2562 – 2565 กองทุนประกันสังคมให้การดูแลผู้ประกันตนกรณีเจ็บป่วย และกรณีว่างงานสุดวิสัยจากการปิดสถานประกอบการตามคำสั่งรัฐ รวมเป็นเงินกว่า 268 ล้านบาท หรือเหตุอุกทกภัยในปี 2567-2568 ได้จ่ายประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานสุดวิสัย เป็นเงินจำนวนกว่า 10 ล้านบาท

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

รวบแล้วโจรฮู้ดดำ! ชิงทอง 52 บาท ย่านสามโคก ปทุมฯ ยึดของกลางครบ 9 เส้น เปิดปากสารภาพติดพนันฯหาเงินไถ่รถกระบะ
"กรมอุตุฯ" ประกาศฉบับที่ 3 เตือนฝนตกหนักถึงหนักมาก 17-20 ก.ย. เช็กจังหวัดได้รับผลกระทบ
ร่วมอาลัย ส่ง “ปรีชา กาชัย” อดีตที่ปรึกษาสมาคมนักข่าวฯ ชัยภูมิ
หญิงแกร่งโคราช “รุ่งทิพภา” ผอ.บุญเหลือวิทยานุสรณ์ 2 คว้ารางวัลชนะเลิศระดับจังหวัด ต้นแบบนวัตกรรมหลักสูตรต้านทุจริต
มวล.จัด “Walailak Research Day 2026” โชว์งานวิจัยเด่น ดันนวัตกรรมสู่การใช้ประโยชน์จริง
ศุลกากรที่ 4 ลุยสกัดของผิดกฎหมาย จับ 1,964 คดี มูลค่ากว่า 216 ล้าน ยึดเมล็ดกาแฟลักลอบกว่า 20 ตัน

ดู LIVE รายการ