“กัมพูชา” ส่งผลประเมินความเสียหาย “ปราสาทพระวิหาร” ต่อยูเนสโก อ้างความเสียหายเกิดจากกองทัพไทยโจมตีซ้ำ ๆ 

"กัมพูชา" ส่งผลประเมินความเสียหาย "ปราสาทพระวิหาร" ต่อยูเนสโก อ้างความเสียหายเกิดจากกองทัพไทยโจมตีซ้ำ ๆ 

กระทรวงวัฒนธรรมฯกัมพูชา ออกแถลงการณ์วันนี้ (12 มกราคม) ว่า กัมพูชาได้ส่งรายงานการประเมินความเสียหายปราสาทพระวิหาร แหล่งมรดกโลกและพื้นที่โดยรอบ ไปยังองค์การยูเนสโก คณะกรรมการมรดกโลก คณะกรรมการประสานงานระหว่างประเทศเพื่อพระวิหาร (ICC-Preah Vihear) ประเทศสมาชิก และพันธมิตรระหว่างประเทศอื่นๆแล้ว รายงานฉบับนี้ จัดทำโดยองค์การปราสาทพระวิหารแห่งชาติ อาศัยหลักฐานวิดีโอ ภาพถ่าย ประกอบรายงานการเก็บกู้ระเบิดที่ยังไม่ระเบิด โดยศูนย์ปฏิบัติการด้านทุ่นระเบิดของกัมพูชา

โดยความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการสู้รบระหว่างวันที่ 24 ถึง 28 กรกฎาคม 2568 ครอบคลุม 142 จุดภายในบริเวณปราสาทพระวิหาร และ 42 จุดในพื้นที่โดยรอบ รวมถึงเจดีย์วัดแก้วสิกขาคีรีสวาระ โครงสร้างพื้นฐานสาธารณะ และอาคารสำนักงานอนุรักษ์ขององค์การอนุรักษ์พระวิหารแห่งชาติ หรือ NAPV นอกจากนี้ รายงานความเสียหายที่บันทึกในเดือนตุลาคม 2568 พบชุมชนใกล้เคียงได้รับความเสียหาย 60 จุด รวมถึงบ้านเรือน โรงเรียน และเจดีย์ และทำให้ประชาชน 1 หมื่น 4 พัน 832 คนต้องอพยพออกจากบ้าน

 

 

 

ข่าวที่น่าสนใจ

ขณะที่ระดับความเสียหาย ระหว่างวันที่ 7-27 ธันวาคม 2568 นั้นรุนแรงกว่ามาก หลักฐานภาพถ่ายและวิดีโอที่ NAPV รวบรวมเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม พบว่า โครงสร้างทางสถาปัตยกรรมที่สำคัญเกือบทั้งหมดของปราสาทพระวิหาร ตั้งแต่ซุ้มประตูทางเข้า หรือ โคปุระที่ 1 ถึงโคปุระที่ 5 รวมถึงทางเชื่อมทั้งหมด และบันไดโบราณทางทิศเหนือ ได้รับความเสียหายอย่างหนัก จากการยิงปืนใหญ่และการโจมตีทางอากาศซ้ำๆ โดยโดรนและเครื่องบินรบ พุ่งเป้าไปที่แหล่งมรดกโลกพระวิหารโดยตรง

อาจเป็นรูปภาพของ วัด
การโจมตียังทำให้กิจกรรมการอนุรักษ์และบูรณะตามปกติหยุดชะงัก และกระทบโครงการความร่วมมือระหว่างประเทศ ได้แก่

-โครงการอนุรักษ์และบูรณะบันไดโบราณทางทิศเหนือของกัมพูชา-สหรัฐอเมริกา ทั้งส่วนดั้งเดิมและส่วนที่ได้รับการบูรณะของบันได ตลอดจนสิ่งอำนวยความสะดวกและอุปกรณ์การอนุรักษ์ถูกทำลาย

-โครงการอนุรักษ์และบูรณะโคปุระที่ 5 ซึ่งดำเนินการร่วมกันระหว่างกัมพูชาและอินเดีย ได้รับความเสียหายอย่างหนักในด้านโครงสร้าง

-โครงสร้างทางสถาปัตยกรรมที่โคปุระที่ 1, 2 และ 3 ซึ่งได้รับการสนับสนุนผ่านความร่วมมือระหว่างกัมพูชาและจีน ได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง จนผลการศึกษาเพื่อใช้ในการบูรณะก่อนหน้านี้ไม่สามารถนำมาใช้ได้อีกต่อไป

รายงานกล่าวหาว่า การโจมตี 2 รอบโดยกองทัพไทยต่อพระวิหารศักดิ์สิทธิ์ ก่อให้เกิดการทำลายล้างอย่างกว้างขวาง และความเสียหายร้ายแรงต่อโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมดั้งเดิม ส่วนประกอบที่ได้รับการบูรณะ จารึก อาคารอนุรักษ์ และอุปกรณ์ทางเทคนิค การโจมตีเหล่านี้ ขัดขวางความพยายามการอนุรักษ์โดยองค์กรในประเทศและพันธมิตรระหว่างประเทศอย่างมาก กัมพูชาขอเรียกร้องให้องค์กรระหว่างประเทศและประชาคมโลก สนับสนุนมาตรการเร่งด่วน เพื่อปกป้องพระวิหารจากความเสียหายเพิ่มเติม ตลอดจนงานอนุรักษ์และบูรณะฉุกเฉิน

นอกจากนี้ กระทรวงยังย้ำถึงความสำคัญของการเคารพกฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงอนุสัญญากรุงเฮกปี 2497 ว่าด้วยการคุ้มครองทรัพย์สินทางวัฒนธรรม ในกรณีเกิดความขัดแย้งทางอาวุธ และพิธีสารฉบับที่สอง ปี 2532 ตลอดจนกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ซึ่งกำหนดให้รัฐต่างๆ ต้องปกป้องมรดกทางวัฒนธรรมที่มีคุณค่าสากลอันโดดเด่น กัมพูชาจะยังคงทำการวิจัยและจัดทำเอกสารรายละเอียดเกี่ยวกับความเสียหายต่อไป พร้อมทั้งประสานงานอย่างใกล้ชิดกับสถาบันทั้งในและต่างประเทศในด้านเทคนิค การทูต และกฎหมาย เพื่อให้มั่นใจได้ว่าปราสาทพระวิหารจะได้รับการคุ้มครอง บูรณะ และอนุรักษ์ในระยะยาว

No photo description available.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

ชาวบ้านโนนสมบูรณ์ร้องรัฐทบทวนนโยบาย ดอกเบี้ย ธ.ก.ส. สูง - เบี้ยผู้สูงอายุไม่พอเลี้ยงชีพ
"ศุภจี" โชว์วิสัยทัศน์ปรับวิกฤตเป็นโอกาส เปลี่ยน "คู่ค้า" เป็น "พันธมิตร" ภายใต้กระแสโลกแบ่งขั้ว
“รองเท้าแดงไม่หยุดเดิน” รุ่งโรจน์ เขต 2 โคราช ลุยตลาดรับเสียงหนุน ปชป. กระแสฟื้นหลังอภิสิทธิ์ปราศรัยใหญ่
"วราวุธ" จัดเต็มนโยบายภูมิใจไทยพลัส พร้อมเดินหน้าภาคประชาสังคม ดูแลผู้สูงอายุ ขยายเกษียณราชการ พัฒนาการศึกษาออนไลน์
"รองนายกฯ สุชาติ" กำชับมาตรการป้องกันไฟป่า-หมอกควัน เผชิญสภาพอากาศแห้งแล้งทั่วประเทศ
นครปฐม///นอภ.นครชัยศรี นำทัพสาธารณสุข ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สุขภาพปี 69 เน้นย้ำ TO BE NUMBER ONE และบูรณาการแก้ปัญหายาเสพติดในพื้นที่

ดู LIVE รายการ

เราใช้ คุ้กกี้ เพื่อให้ทุกคนได้ประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น​