“อภิสิทธิ์” ชูเลือกปชป.หลักประกัน คุม รบ.เอาจริงปราบโกง-ทุนเทา-ไม่สร้างความแตกแยก

“อภิสิทธิ์” ชูเลือกปชป.หลักประกัน คุม รบ.เอาจริงปราบโกง-ทุนเทา-ไม่สร้างความแตกแยก

วันนี้ 12 ม.ค.2569 ที่อาคารสีลมคอมเพล็กซ์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงทิศทางการเมืองไทยภายหลังการเลือกตั้งว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ เราดูแล้วในที่สุดก็จบลงด้วยรัฐบาลผสม แต่สิ่งหนึ่งถ้าเลือกพรรคประชาธิปัตย์เข้าไปมากๆ คือเราจะเป็นพรรคที่มีกำลังพอจะทำให้ไม่ว่าใครจะเป็นรัฐบาล แล้วเราเข้าไปร่วม ทำให้มั่นใจว่าจะเป็นรัฐบาลที่เอาจริงเอาจังกับเรื่องของการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่น ทุนเทา แล้วจะเป็นรัฐบาลที่ไม่นําเอาประเด็นที่สร้างความแตกแยกในสังคมเข้ามาเป็นปัญหาให้กับบ้านเมือง ดังนั้นสิ่งที่เรากําลังจะบอกก็คือว่า การเลือกประชาธิปัตย์ เหมือนเป็นหลักประกันสําหรับประเทศว่าจะมีคนที่เข้าไปดูแลเรื่องนี้อย่างจริงจัง

 

 

 

ข่าวที่น่าสนใจ

ส่วนทีได้พูดบนเวทีว่ามีโอกาสเป็นไปได้ที่จะร่วมมือกับพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาชน นายอภิสิทธิ์ ชี้แจงว่า ตอนนี้ตัดไปพรรคเดียว ไม่ต้องเอ่ยชื่อแล้ว แต่พรรคอื่นก็พูดเงื่อนไขชัดเจนเช่นเดียวกัน ว่าถ้ามีประเด็นเรื่องทุนเทา ทุจริต ถูกครอบงำโดยครอบครัว หรือไปสร้างความแตกแยกเอาเรื่องละเอียดอ่อนมาทำให้การเมืองเดินไม่ได้ ก็ไม่ร่วม ดังนั้นถามว่าร่วมได้ไหม ต้องไปถามพรรคเหล่านั้นว่าเขามีปัญหาเรื่องพวกนี้ไหม

ส่วนที่หลายคนมองว่าพรรคภูมิใจไทยยังมีความเกี่ยวข้องกับทุนเทา และหากภาคภูมิใจไทยเป็นรัฐบาล หรือเป็นแกนนําจัดตั้งรัฐบาล ก็ต้องร่วมกับพรรคกล้าธรรมด้วย ซึ่งหนีไม่พ้นเรื่องทุนเทาเหมือนกัน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ถ้าเอาความสงสัยมันหลายพรรค แต่เราต้องดูจากข้อเท็จจริงที่ปรากฏแล้วก่อน นั่นคือเกณฑ์ของเรา ถ้ามีข้อเท็จจริงที่ทําให้เรามีความรู้สึกว่าเป็นปัญหาเป็นอุปสรรคจริงๆ เราก็ไม่ร่วม นั่นคือสิ่งที่ยืนยันในขณะนี้ อีกทั้งนายกรณ์ จาติกวณิช แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคอีกหนึ่งคน ก็ติดตามเรื่องพวกนี้ค่อนข้างเยอะ

 

เมื่อถามถึงแนวโน้มการทำงานร่วมกับพรรคประชาชนจะสามารถทำได้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ย้ำว่าอย่างที่บอกไป มีเงื่อนไขที่พูดไปแล้ว

ส่วนการแก้รัฐธรรมนูญนั้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ประชาชนจะเป็นคนตัดสินในเบื้องต้น ในเรื่องของการทําประชามติ แต่พรรคประชาธิปัตย์จะเดินหน้าแก้สองเรื่องแน่ๆ โดยไม่ต้องคํานึงถึงว่าจะต้องมีการไปทําฉบับใหม่หรือไม่ 1.ก็คือเรื่องการแก้ที่มาของ สว. เพราะระบบการได้มาของ สว. ขณะนี้มันไม่สามารถตอบคําถามได้เลยว่ามันคือหลักอะไรอย่างไร และไม่ได้เป็นระบบซึ่งเป็นที่ยอมรับในความรู้สึกของคนส่วนใหญ่ 2.ก็คือการทํางานขององค์กรอิสระที่ยังเป็นองค์กรที่มีความสําคัญมาก แต่ว่าช่วงที่ผ่านมาถูกตั้งคําถามเรื่องความอิสระและความโปร่งใส ฉะนั้นจะไปปรับปรุงเพื่อให้องค์กรอิสระมีความโปร่งใสมากขึ้น และถูกตรวจสอบเสียเองด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

วิทยาลัยเทคนิคฉะเชิงเทรา ร่วมประชุมเตรียมการรับเสด็จฯ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า
นักกีฬาร่มบิน ร่อนร่มพลาดไปติดแหง็ก ยอดเสาไฟฟ้าแรงสูง ทำไฟฟ้าดับทั้งเกาะล้าน
"เท้ง ณัฐพงษ์" ว่าไง? 2 ผู้สมัคร สส.พรรคส้ม เปิดจุดยืน ไม่ยอมจบ ลั่นชัด รื้อแก้ 112 ต้องเดินหน้าต่อ
อดีต รมช.มหาดไทย เขย่าคดีเว็บพนันสงขลา
"ศุภจี" เปิดใจ 3 เหตุผลสำคัญ สานต่อภารกิจงานการเมือง ย้ำเชื่อมั่นทีมเวิร์คศก. เห็นความตั้งใจ "ภท." เผชิญหน้าแก้ปัญหาอธิปไตยชาติ
CIB เร่งเครื่องก่อนหมดอายุความ รวบเอเย่นต์ค้ายารายใหญ่

ดู LIVE รายการ

เราใช้ คุ้กกี้ เพื่อให้ทุกคนได้ประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น​