AP รายงานว่าอิหร่านได้เรียกประชุมสมาชิกรัฐสภาในวันนี้ (อาทิตย์ที่ 11 มค.) เพื่อหารือเรื่องการชุมนุมประท้วงที่ขยายวงกว้างไปทั่วประเทศ ซึ่งระหว่างการประชุม โมฮัมหมัด แบ็กเกอร์ คาลีบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่านกล่าวเตือนว่า “กองทัพสหรัฐ และอิสราเอลจะกลายเป็น “เป้าหมายที่ชอบธรรม” หากสหรัฐโจมตีอิหร่านตามคำขู่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ถือเป็นครั้งแรกที่มีการเพิ่มอิสราเอลเข้าไปในกลุ่มเป้าหมายที่เป็นไปได้สำหรับการโจมตี หลังจากก่อนหน้านี้อิหร่านกล่าวหาอิสราเอลว่ายุยงสนับสนุนกลุ่มผู้ประท้วงในอิหร่าน
การออกมาเตือนของคาลีบาฟมีขึ้นท่ามกลางเสียงตะโกนของสมาชิกสภาผู้แทนฯอิหร่านที่พากันวิ่งขึ้นไปบนโพเดี้ยม พร้อมตะโกนว่า “ความตายแด่อเมริกา!”
ทั้งนี้การเรียกประชุมสมาชิกรัฐสภาอิหร่านมีขึ้นท่ามกลางความพยายามที่จะควบคุมเหตุประท้วงซึ่งเริ่มขึ้นตั้งแต่ 28 ธันวาคม 2568 และยืดเยื้อเข้าสู่สองสัปดาห์และลุกลามไปทั่วประเทศ ซึ่งทางการอิหร่านได้สั่งตัดสัญญานอินเทอร์เน็ตแล้ว 48 ชั่วโมงท่ามกลางความวิตกของนานาชาติที่เกรงว่าอิหร่านจะฉวยโอกาสเปิดฉากกวาดล้างกลุ่มผู้ประท้วง แม้ทรัมป์จะออกมาขู่โจมตีอิหร่านเพื่อปกป้องกลุ่มผู้ประท้วงก็ตาม และล่าสุดเมื่อวานนี้ก็ได้โพสต์บนโซเชียลมีเดีย “ทรู๊ธ” ว่า “อิหร่านกำลังแสวงหาอิสรภาพ มากกว่าที่เคยเป็นมา และสหรัฐพร้อมแล้วที่จะเข้าช่วยเหลือ!!!”
ขณะที่นิวยอร์กไทมส์และวอลล์สตรีทเจอร์นัล อ้างคำพูดเจ้าหน้าที่สหรัฐที่ไม่เปิดเผยชื่อ กล่าวเมื่อคืนวันเสาร์ว่า ทรัมป์ให้ปฏิบัติการทางทหารเป็นทางเลือกสำหรับการตอบโต้อิหร่าน แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจในขั้นสุดท้าย ขณะเดียวกันกระทรวงต่างประเทศสหรัฐก็แถลงเตือนอิหร่านว่า “อย่าคิดเล่นเกมกับทรัมป์ เพราะเวลาที่ทรัมป์บอกว่าจะทำอะไร เขาหมายความอย่างนั้นจริงๆ”
สำหรับคลิปวีดีโอที่ส่งมาจากอิหร่านคาดว่าจะเป็นการใช้เครื่องส่งสัญญาณดาวเทียม สตาร์ลิงค์ เนื่องจากสัญญานอินเทอร์เน็ตถูกตัด แสดงให้เห็นผู้ประท้วงที่รวมตัวกันในย่านปูนัคทางตอนเหนือของเตหะราน และดูเหมือนว่าเจ้าหน้าที่ได้ปิดถนน ขณะที่ผู้ประท้วงโบกโทรศัพท์มือถือที่เปิดไฟส่องสว่าง บางคนมีการตีโลหะเสียงดังและมีการจุดดอกไม้ไฟ
และที่เมืองมาชาด ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองของอิหร่าน คลิปวิดีโอแสดงให้เห็นผู้ประท้วงขณะเผชิญหน้ากับกองกำลังรักษาความปลอดภัย ขณะที่ผู้ประท้วงจุดไฟเผาสิ่งของและถังขยะบนถนน
ขณะที่อิหร่านก็ส่งสัญญานหลายอย่างในการยกระดับการกวาดล้างกลุ่มผู้ประท้วง ซึ่งล่าสุดโมฮัมหมัด โมวาเฮดี อาซาด อัยการสูงสุดของอิหร่านได้ออกแถลงการณ์เตือนผ่านโทรทัศน์ว่าใครก็ตามที่เข้าร่วมในการประท้วงจะถือว่าเป็น “ศัตรูของพระเจ้า” ซึ่งมีโทษถึงประหารชีวิต แม้แต่ผู้ที่ “ให้ความช่วยเหลือผู้ประท้วง” ก็จะต้องถูกดำเนินคดีเช่นกัน

