CNN AFP และรอยเตอร์รายงานว่าอิหร่านส่งสัญญานยกระดับการกวาดล้างกลุ่มผู้ประท้วงที่ขณะนี้ลุกลามไปเกือบทั่วประเทศและกลายเป็นการชุมนุมประท้วงครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี โดยกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ได้ออกแถลงการณ์เมื่อวานนี้ (เสาร์ที่ 10 มค.) ผ่านสถานีโทรทัศน์ของรัฐ โดยกล่าวหาว่า “ผู้ก่อการร้าย” อยู่เบื้องหลังการโจมตีฐานทัพและสำนักงานชองหน่วยงานรัฐในช่วงสองคืนที่ผ่านมา ทำให้พลเมืองและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเสียชีวิตหลายคน ขณะที่ทรัพย์สินและอาคารต่างๆทั้งของภาคเอกชนและสาธารณะก็ถูกเผาเสียหาย พร้อมประกาศว่าการปกป้องความสำเร็จของการปฏิวัติอิสลามและการรักษาเสถียรภาพของอิหร่านถือเป็น “เส้นแดง” และว่า IRGC จะ “ปกป้องและรักษาผลประโยชน์ของชาติ โครงสร้างด้านยุทธศาสตร์และทรัพย์สินของประเทศ”
แถลงการณ์ของ IRGC มีขึ้นหลังจากที่คลิปวีดีโอใหม่ได้ถูกเผยแพร่ออนไลน์แสดงให้เห็นการประท้วงครั้งใหม่ในหลายพื้นที่ในกรุงเตหะรานและหลายเมืองของอิหร่านเมื่อคืนที่ผ่านมา (เสาร์ที่ 10 มค.) แต่รอยเตอร์สยังไม่สามารถยืนยันความถูกต้องของคลิปล่าสุด อย่างไรก็ตามผู้ประท้วงหลายคนบอกกับ CNN ว่าเห็นศพจำนวนมากกองทับกันอยู่ภายในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง จากการกวาดล้างของกองกำลังอิหร่านซึ่งฉวยโอกาสในช่วงรัฐบาลตัดสัญญานอินเทอร์เน็ต ซึ่งการตัดสัญญานอินเทอร์เน็ตทำให้ยากลำบากแก่การประเมินความรุนแรง
ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐซึ่งออกมาขู่หลายครั้งว่าจะเข้าแทรกแซงหากอิหร่านสังหารผู้ประท้วงได้โพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดีย “ทรู๊ธ” เมื่อวานนี้ว่า “อิหร่านกำลังแสวงหาอิสรภาพ มากกว่าที่เคยเป็นมา และสหรัฐพร้อมแล้วที่จะเข้าช่วยเหลือ!!!”
การประท้วงปะทุขึ้นเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม จากความไม่พอใจด้านวิกฤตเศรษฐกิจและเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้น ก่อนที่จะลุกลามกลายเป็นประเด็นทางการเมืองอย่างรวดเร็ว โดยผู้ประท้วงเรียกร้องให้โค่นล้มบัลลังก์ของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอีและระบอบการปกครองของกลุ่มผู้นำศาสนา ซึ่งอิหร่านกล่าวหาว่าสหรัฐและอิสราเอลเป็นผู้ยุยงให้เกิดความไม่สงบ
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ระดับสูงของหน่วยข่าวกรองสหรัฐชี้ว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็น “เกมแห่งความอดทน” โดยฝ่ายค้านอิหร่านพยายามเดินหน้ากดดันจนกว่าบุคคลสำคัญในรัฐบาลจะลี้ภัยหลบหนีหรือเปลี่ยนข้าง ในขณะที่รัฐบาลอิหร่านก็พยายามสร้างความหวาดกลัวเพื่อหาเหตุผลในการสลายการชุมนุมโดยไม่ให้สหรัฐอ้างเหตุผลในการเข้าแทรกแซง ทั้งนี้กลุ่มสิทธิมนุษยชนเผยว่าในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีผู้ประท้วงเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 65 คน และถูกจับกุมมากกว่า 2,300 คน
เจ้าชายเรซา ปาห์ลาวี วัย 65 ปี พระโอรสของโมฮัมหมัด เรซา ชาห์ ปาห์ลาวี กษัตริย์องค์สุดท้ายของราชวงศ์อิหร่านที่ถูกโค่นล้มในปี 2522 และลี้ภัยไปอยู่่ที่สหรัฐ ซึ่งมีส่วนสำคัญในการเรียกร้องชาวอิหร่านให้ออกมาชุมนุมประท้วงประกาศว่าเขาจะโค่นล้มระบอบสาธารณรัฐอิสลามให้ได้ และว่าเป้าหมายของการชุมนุมไม่ใช่แค่การออกมารวมตัวบนท้องถนนอีกต่อไปแล้ว แต่คือการยึดเตหะราน กล่าวว่าเขากำลังเตรียมที่จะกลับไปยังอิหร่านในเร็วๆ นี้
ทั้งนี้ทรัมป์ได้กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาว่า เขายังไม่ต้องการที่จะพบกับเจ้าชายเรซาในขณะนี้ ถือเป็นการส่งสัญญาณว่าทรัมป์กำลังรอดูว่าวิกฤตการณ์นี้จะคลี่คลายอย่างไรก่อนที่จะเข้าไปให้การสนับสนุนกลุ่มต่อต้านคาเมเนอี

