



วันที่ 9 ม.ค. 2569 ชาวบ้านตำบลสำนักแต้ว อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา กว่า 400 คน นำโดย นางสาวศิรินาถ แก้วเพชร เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา หลังลงทะเบียนขอรับเงินเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยจำนวน 9,000 บาทครบถ้วนแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการอนุมัติโอนเงิน ขณะที่บางตำบลใกล้เคียงได้รับเงินเยียวยาไปก่อนแล้ว ทำให้เกิดข้อสงสัยถึงความไม่เท่าเทียมในการพิจารณา ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ชาวบ้านได้ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อที่ว่าการอำเภอสะเดาแล้ว แต่ยังไม่ได้รับคำชี้แจงที่ชัดเจน จึงเดินทางมายื่นหนังสือต่อผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาเพื่อขอความเป็นธรรม







นางสาวศิรินาถ แก้วเพชร เปิดเผยว่า ตำบลสำนักแต้วมีทั้งหมด 10 หมู่บ้าน และได้รับผลกระทบจากอุทกภัยทุกหมู่บ้าน เนื่องจากเป็นพื้นที่ต้นน้ำที่รับมวลน้ำไหลลงสู่อำเภอสะเดา โดยชาวบ้านใน 7 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ที่ 4–10 ได้จัดทำเอกสารยื่นขอรับเงินเยียวยาต่อองค์การบริหารส่วนตำบลสำนักแต้วแล้ว แต่กลับได้รับการอนุมัติเพียง 3 หมู่บ้าน คือ หมู่ที่ 1 หมู่ที่ 2 และหมู่ที่ 3 ทั้งที่หมู่ที่ 2 บ้านน้ำลัด เป็นเพียงหมู่บ้านเดียวที่น้ำท่วมอาคารบ้านเรือน 100 เปอร์เซ็นต์ ส่วนหมู่ที่ 1 และหมู่ที่ 3 มีเพียงบางพื้นที่ได้รับผลกระทบ และบางจุดอยู่ในลักษณะน้ำล้อม ซึ่งตามหลักเกณฑ์กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ต้องเป็นน้ำล้อมติดต่อกันเกิน 7 วัน จึงจะเข้าเกณฑ์รับเงินเยียวยา ทั้งที่ในความเป็นจริงไม่มีพื้นที่ใดในตำบลสำนักแต้วที่น้ำล้อมเกิน 7 วัน




นางสาวศิรินาถ กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้หลายหมู่บ้านจะมีระยะเวลาน้ำล้อมไม่ถึงเกณฑ์ แต่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง ทั้งความเสียหายต่อสวนยางพารา ต้นไม้ล้ม เสาไฟฟ้าหักโค่น ดินโคลนถล่ม ระบบไฟฟ้า น้ำประปา และสัญญาณสื่อสารถูกตัดขาด ส่งผลให้ประชาชนไม่สามารถเดินทางไปประกอบอาชีพได้ตามปกติ โดยเฉพาะแรงงานรายวันที่ไม่สามารถเข้าโรงงาน ทำให้ขาดรายได้ ขณะที่ด้านสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลา ชี้แจงหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเยียวยาอุทกภัยปี 2568 ครอบคลุม 4 กรณี พร้อมกันนี้ นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ได้ลงมาพูดคุยกับชาวบ้าน ยืนยันจังหวัดพร้อมดูแลประชาชนอย่างเท่าเทียมภายใต้กรอบกฎหมาย และมอบหมายให้นายชูชีพ ธรรมเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อพิจารณาแนวทางช่วยเหลืออย่างเป็นธรรมต่อไป


อนุกูล บุญมี ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.สงขลา

