ถึงอึ้งแนวคิด “ว่าที่รมว.ยุติธรรม” พรรคส้ม แอนตี้ใช้ม.112 ลงโทษ 3 นิ้วหมิ่นสถาบันฯ ชื่นชม “อานนท์” ต่อสู้เพื่ออุดมการณ์


ข่าวที่น่าสนใจ
หลังจากพรรคประชาชน เปิดตัว รศ.ดร.มุนินทร์ พงศาปาน อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นทีมบริหารรัฐบาลประชาชน ด้านปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม และเป็นว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม หากพรรคประชาชนเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล
จากการตรวจสอบแนวคิดและจุดยืนทางการเมืองของ รศ.ดร.มุนินทร์ พบข้อมูล เช่น
**วันที่ 10 พฤศจิกายน 2566 เว็บไซต์ thematter เผยแพร่บทสัมภาษณ์รศ.ดร.มุนินทร์ เกี่ยวกับประเด็นมาตรา 112 ตอนหนึ่งว่า
“มีคดีเกือบ 300 คดีที่อยู่ในกระบวนการพิจารณาของศาล และในทุกคดีมันมีสิ่งที่ทำให้เราตกใจและผิดหวัง คงไม่สามารถเจาะจงคดีไหนคดีหนึ่งได้ แต่ผมขอพูดถึง 2 กลุ่ม กลุ่มแรก เด็กและเยาวชนที่ถูกดำเนินคดี ม.112 การกระทำความผิดที่เกิดจากการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น เด็กและเยาวชนที่มีความคิดความอ่านอยากให้สังคมและสถาบันพระมหากษัตริย์ดีขึ้นในมุมของเขา กลับถูกปฏิบัติอย่างร้ายแรง มันเป็นเรื่องยากที่จะทำความเข้าใจได้ว่าเราปฏิบัติต่อเด็กและเยาวชนในคดีที่เกี่ยวข้องกับการแสดงความคิดเห็นในระดับเดียวกับนักโทษอุกฉกรรจ์ได้อย่างไร

กลุ่มสอง กลุ่มที่ไม่ได้รับการประกันตัวในคดี ม.112 ผมรู้สึกสะเทือนใจมากในเรื่องนี้ สิทธิที่จะได้รับการประกันตัวเป็นสิทธิขึ้นพื้นฐาน และสอดคล้องกับหลักสันนิษฐานไว้ก่อนว่าบริสุทธิ์ แต่บางคนถูกขังระหว่างพิจารณาคดีเป็นเวลาหลายร้อยวัน บางคนเป็นสุภาพสตรี บางคนเป็นเยาวชน หรือกรณีของ ทนายอานนท์ นำภา ศาลมีคำพิพากษาแต่ไม่ได้รับการปล่อยตัวระหว่างการสู้คดี เหตุเพราะกลัวที่จะหลบหนี หรือกรณีคุณวารุณีก็ถูกคุมขังระหว่างการพิจารณาคดีเป็นเวลาหลาย 100 วัน ซึ่งศาลมีคำสั่งไม่ให้ประกันตัวหลังจากถูกตัดสินจำคุกเนื่องจากเกรงว่าจะหลบหนี ทำให้ทนายอานนท์ซึ่งยังคงทำหน้าที่ทนายให้ผู้ต้องหารายอื่น ต้องทำหน้าที่ทนายความทั้งที่ใส่ชุดนักโทษและโซ่ตรวน ซึ่งเป็นภาพที่รันทดใจอย่างยิ่ง”
รศ.ดร.มุนินทร์ ระบุอีกว่า โจทย์ที่รัฐบาลหรือรัฐไทยต้องคิดคือ ทำอย่างไรให้สถาบันพระมหากษัตริย์ยืนระยะอย่างมั่นคงได้ยาวนานที่สุด ซึ่งหลายประเทศเขาคิดออกตั้งนานแล้วว่าต้องทำให้สถาบันเป็นเหตุเป็นผลมากที่สุด เพราะสถาบันกษัตริย์ผลผลิตในทางวัฒนธรรมและยึดโยงอยู่กับความรู้สึกนึกคิดของคนในสังคม การทำให้คนในสังคมซึ่งเปลี่ยนแปลงจากรุ่นสู่รุ่นรู้สึกว่า สถาบันดำรงอยู่อย่างมีเหตุมีผล จึงเป็นเรื่องที่สำคัญมากย้อนกลับมาบ้านเรา ผู้มีอำนาจไม่ได้คิดแบบนั้น เขาคิดว่าสถาบันเป็นอมตะเปลี่ยนแปลงไม่ได้ แต่เป็นผู้คนในสังคมในแต่ละยุคแต่ละสมัยที่ต้องปรับตัวเข้าหา เขาจึงไม่เปิดโอกาสและสร้างเวทีที่ปลอดภัยให้คนช่วยกันคิด ว่าทำอย่างไรให้สถาบันดำรงอยู่ท่ามกลางสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป
*19 มกราคม 2567 รศ.ดร.มุนินทร์ โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีศาลพิพากษาจำคุก “บัสบาส” แนวร่วมม็อบ 3 นิ้ว รวม 50 ปีในคดีโพสต์หมิ่น 112 ถึง 27 ข้อความว่า ตัดสินตามตัวบท แต่จะอธิบายความชอบธรรมภายใต้หลักการของกฎหมายได้อย่างไร?
*14 พฤษภาคม 2564 รศ.ดร.มุนินทร์ โพสต์เฟซบุ๊กถึงการเสียชีวิตของบุ้ง ทะลุวังว่า ไม่ควรมีใครต้องสูญเสียชีวิตและอิสรภาพ เพียงเพราะการแสดงความคิดเห็น
*วันที่ 10 กันยายน 2568 รศ.ดร.มุนินทร์ โพสต์เฟซบุ๊กวิจารณ์ถึงคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในประเด็นประชามติว่า พิพากษาเกินคำขอ? กลัวอะไรนักหนากับประชาชน
*วันที่ 26 กันยายน 2568 รศ.ดร.มุนินทร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงนายอานนท์ นำภา แกนนำม็อบ 3 นิ้วและผู้ต้องขังคดี 112 ว่า “ไม่รู้จักกันเป็นการส่วนตัว แต่นับถือในความกล้าหาญเสียสละ และอุดมการณ์อันแน่วแน่ของหนาย อานนท์ นำภา สังคมไทยมีความหวังเพราะมีคนอย่างอานนท์ นำภา แต่การที่คนอย่างเขาต้องสูญเสีย อิสรภาพ เป็นความสิ้นหวังของกระบวนการยุติธรรม พร้อมติดแฮชแท็ก #ผมคิดถึงคุณ”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวล่าสุด
เราใช้ คุ้กกี้ เพื่อให้ทุกคนได้ประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น