“จีน” ไม่ทน ประณามสหรัฐใช้กำลังทหาร บุกจับปธน.เวเนซุเอลา “ทรัมป์” โอ่เป็นมาตรการช่วยปท.โลกที่ 3 พ้นล่มสลาย ยันเข้าบริหารทรัพยากรน้ำมัน

"จีน" ไม่ทน ประณามสหรัฐใช้กำลังทหาร บุกจับปธน.เวเนซุเอลา "ทรัมป์" โอ่เป็นมาตรการช่วยปท.โลกที่ 3 พ้นล่มสลาย ยันเข้าบริหารทรัพยากรน้ำมัน

“จีน” ไม่ทน ประณามสหรัฐใช้กำลังทหาร บุกจับปธน.เวเนซุเอลา “ทรัมป์” โอ่เป็นมาตรการช่วยปท.โลกที่ 3 พ้นล่มสลาย ยันเข้าบริหารทรัพยากรน้ำมัน

 

 

ข่าวที่น่าสนใจ

ภายหลังจาก กองทัพสหรัฐอเมริกา ได้บุกเข้าจับกุมตัว นิโคลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา พร้อมภริยา ก่อนนำตัวออกนอกประเทศ ขณะที่ “โดนัลด์ ทรัมป์” ประธานาธิบดี สหรัฐฯ ประกาศว่า จะใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำมันสำรองของเวเนซุเอลา หลังจากยึดอำนาจประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร และจะบริหารประเทศนี้ไปจนกว่าจะมีการเปลี่ยนผ่านอย่างปลอดภัย

 

 

 

 

โดยหวังพึ่งบริษัทอเมริกันในการฟื้นฟูอุตสาหกรรมน้ำมันที่ทรุดโทรม เพื่อนำทรัพยากรที่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่มาใช้ประโยชน์ สร้างรายได้ให้กับประเทศที่มีแหล่งสำรองน้ำมันที่พิสูจน์แล้วว่าใหญ่ที่สุดในโลก โดย CNN รายงานว่า แผนการนี้อาจจะดูน่าดึงดูด แต่มาพร้อมกับความเสี่ยง มากกว่าผลตอบแทน สำหรับยักษ์ใหญ่ด้านน้ำมันของสหรัฐฯ

 

เนื่องจากแหล่งน้ำมันสำรองของเวเนซุเอลา ประกอบด้วยน้ำมันที่เรียกว่า น้ำมันหนักและมีกำมะถันสูง ซึ่งยากต่อการกลั่น แต่มีประโยชน์ในการผลิตดีเซลและยางมะตอย ในขณะที่สหรัฐฯ มักผลิตน้ำมัน เบาและมีกำมะถันต่ำ ซึ่งใช้ในการผลิตน้ำมันเบนซิน

 

ทางด้าน สำนักข่าว RT ของรัสเซีย นำเสนอข้อมูลว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้กล่าวถึงวิสัยทัศน์สำหรับเวเนซุเอลา ภายหลังการแทรกแซงทางทหารของสหรัฐฯ โดยระบุว่าประเทศจะต้องได้รับการฟื้นฟูให้กลับสู่ “กฎหมายและความสงบเรียบร้อย”และวินัยทางเศรษฐกิจเสียก่อน จึงจะสามารถพิจารณาจัดการเลือกตั้งในอนาคตได้

ในการให้สัมภาษณ์กับนิวยอร์กโพสต์เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทรัมป์ปัดความกังวลที่ว่าปฏิบัติการทางทหารที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนซึ่งส่งผลให้จับกุมผู้นำเวเนซุเอลา นิโคลัส มาดูโร ได้นั้น อาจดึงวอชิงตันเข้าสู่วังวนที่ยืดเยื้อคล้ายกับในอิรักหรืออัฟกานิสถาน

ทรัมป์กล่าวว่าการแทรกแซงครั้งนี้เป็นความพยายามที่จะช่วยเหลือ“ประเทศโลกที่สามที่กำลังจะล่มสลาย”หลังจากอยู่ภายใต้การปกครองแบบสังคมนิยมมานานหลายทศวรรษ

ทรัมป์กล่าวว่า “เราควรบริหารประเทศอย่างถูกต้องเราควรบริหารประเทศด้วยกฎหมายและความสงบเรียบร้อย เราควรบริหารประเทศโดยใช้ประโยชน์จากทรัพยากรที่มีอยู่ ซึ่งก็คือน้ำมันที่มีค่าและสิ่งอื่นๆ ที่มีค่า”

ทั้งนี้การกระทำของสหรัฐฯ ได้รับการประณามอย่างรุนแรงจากมหาอำนาจสำคัญในซีกโลกใต้ โดยเฉพาะจีนประณามปฏิบัติการนี้ว่าเป็น “การครอบงำ” โดยระบุว่าเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและอธิปไตยของเวเนซุเอลาอย่างร้ายแรง

 

 

 

ส่วนบราซิลซึ่งเป็นสมาชิก BRICS อีกประเทศหนึ่งก็ประณามการกระทำของสหรัฐฯ เช่นกัน โดยประธานาธิบดีลุยซ์ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา กล่าวว่าการกระทำของวอชิงตัน“ก้าวข้ามเส้นที่ยอมรับไม่ได้”รัสเซียซึ่งเป็นพันธมิตรทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญของคาราคัส แสดง“ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันอย่างแน่วแน่”ในการสนทนาระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศเซอร์เกย์ ลาฟรอฟ และรักษาการประธานาธิบดีโรดริเกซ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

EDC Thailand ประกาศวิสัยทัศน์ 5 ปี ยกระดับภูเก็ตสู่ศูนย์กลางดนตรี EDM
โดน "ฮุน เซน" เทแล้ว! รวบ "เฉิน จื้อ" ประธานปรินซ์ กรุ๊ป คุมตัวจากเขมรส่งจีนดำเนินคดี ฉ้อโกง ฟอกเงิน
"พล.อ.รังษี" นำทัพพรรคเศรษฐกิจ ปักธงเมืองคอนเปิดตัวผู้สมัคร 4 เขตรวด
ภูเก็ตเปิดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. ครั้งที่ 3/2569
ผู้ตรวจฯ เขตสุขภาพที่ 12 เปิดโครงการเด็กไทยสายตาดี
นายกแดง!! เทศบาลบางเมือง นำคณะผู้บริหาร ข้าราชการ ทำบุญตักบาตรเนื่องในวันขึ้นปีใหม่ ต้อนรับปี 69

ดู LIVE รายการ

เราใช้ คุ้กกี้ เพื่อให้ทุกคนได้ประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น​