ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 29 ส.ค. 2568 ที่ผ่านมา ที่สำนักงานสภาอุตสาหกรรมประจำจังหวัดปัตตานี อ.เมือง จ.ปัตตานี นายอิบรอเหม เบ็ญนา หัวหน้าสำนักงานเลขานุการผู้อำนวยการ กสม. ศอ.บต. พร้อมด้วยผู้สื่อข่าวจ.ปัตตานี เดินทางเข้าพบปะ นางจุฑารัตน์ ไลวานิช ประธานสภาอุตสาหกรรมจ.ปัตตานี และนายวรุต ชคทิศ รองประธานสภาอุตสาหกรรม จ.ปัตตานี เพื่อร่วมพูดคุยหารือเกี่ยวกับแนวทางการแก้ไขปัญหายาเสพติดในภาคแรงงานและสถานประกอบการ โดยเฉพาะปัญหาการบริโภคน้ำกระท่อมที่ยังคงแพร่ระบาดอย่างหนักในพื้นที่ สำหรับการหารือครั้งนี้ถือเป็นนโยบายของ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่ได้มอบนโยบาย ปฏิบัติการ 120 วัน ต้านพืชกระท่อมใช้ในทางที่ผิด โดยมุ่งเน้นการสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และประชาชน ในการเฝ้าระวังและลดปัญหายาเสพติดในอุตสาหกรรมทั้งนี้สภาอุตสาหกรรมพร้อมให้ความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยเฉพาะการดูแลแรงงานภายในโรงงานไม่ให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับการยาเสพติดทุกชนิด รวมทั้งมีการตรวจสารเสพติดกลุ่มแรงงานทุกๆเดือน อละการจัดทำระบบเฝ้าระวังภายในสถานประกอบการ รวมถึงการให้ความรู้แก่ สร้างความเข้าใจแก่แรงงานเกี่ยวกับผลกระทบของการใช้สารเสพติด ซึ่งเกิดผลเสียต่อสุขภาพและประสิทธิภาพการทำงาน ขณะเดียวกันสภาอุตสาหกรรมก็ไม่อาจนิ่งนอนใจ มีการกำหนดแนวทางตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลเสียต่อภาพลักษณ์ของโรงงาน และเพื่อให้แรงงานที่มีคุณภาพ
อย่างไรก็ตาม การพูดคุยระหว่างสภาอุตสาหกรรม และศอ.บต.ได้เน้นย้ำถึงการบูรณาการความร่วมมือกับภาคเอกชนและภาครัฐ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยปราศจากยาเสพติด และส่งเสริมให้แรงงานมีสุขภาพที่แข็งแรง สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป นายวรุต ชคทิศ รองประธานสภาอุตสาหกรรมจ.ปัตตานี เปิดเผยว่า ปัญหาพืชกระท่อมในพื้นที่ถือเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญ เนื่องจากในวิถีชีวิตของคนท้องถิ่นมีการเกี่ยวข้องกับกระท่อมค่อนข้างมาก คาดว่ากว่า 80% ของประชาชนในพื้นที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพืชชนิดนี้ หลายคนมองว่ากระท่อมเป็นเสมือนยาชูกำลัง แต่ในความเป็นจริงกลับมีการนำไปปรุงแต่งผสมสิ่งแปลกปลอม จนเกิดผลเสียตามมา สำหรับ วาระปฏิบัติการ 120 วัน ต้านพืชกระท่อม ถือเป็นนโยบายที่ดี เพราะต้องเข้าใจว่า การดื่มน้ำกระท่อมมักเป็นจุดเริ่มต้นของการเข้าสู่สารเสพติดอื่น ๆ อีกทั้งยังส่งผลเสียอีกมาก ไม่เพียงแค่เรื่องการทำงาน แต่ยังกระทบต่อครอบครัวด้วย ผู้ที่ติดกระท่อมมักมีสุขภาพเสื่อมโทรม เช่น ป่วยเป็นโรคไตตั้งแต่อายุยังน้อย มีปัญหาฟันหลอ ขี้เกียจ ตื่นสาย สิ่งเหล่านี้มันส่งผลต่อคุณภาพงาน และความสัมพันธ์ในครอบครัว จนบางครั้งนำไปสู่การหย่าร้าง สุดท้ายก็กลายเป็นแรงงานที่ไม่มีคุณภาพ ซึ่งการที่ ศอ.บต. หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมา ไม่เพียงช่วยชาวบ้านเท่านั้น แต่ยังเป็นการยกระดับคุณภาพสังคมและแรงงาน อีกทั้งยังช่วยสร้างสันติสุขในพื้นที่อีกด้วย นายวรุต เผยตอนท้ายว่า ใบกระท่อมอาจไม่ใช่ปัญหาใหญ่ แต่สิ่งที่น่ากังวลคือการนำไปผสมกับเป็น 4 คูณ 100 ซึ่งทำให้เกิดโทษร้ายแรง ซึ่งเราจึงมีมาตรการตรวจปัสสาวะอย่างต่อเนื่อง หากพบสารเสพติดก็จะเริ่มจากการตักเตือนก่อน เพราะมองว่าผู้เสพคือผู้ที่หลงผิด และควรได้รับโอกาสในการปรับตัว ตนมองว่าแรงงานที่ดื่มน้ำกระท่อมไม่ได้เป็นคนไม่ดี แต่เป็นหน้าที่ของเราพวกที่จะช่วยดึงเขากลับมาอยู่ในสังคม และเป็นแรงงานที่มีคุณภาพต่อไป
ตอริก สหสันติวรกุล ผู้สื่อข่าว TOPNEWS จ.ปัตตานี
ข่าวที่น่าสนใจ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง