รอยเตอร์สรายงานว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่มีมติถอดถอนแพทองธาร ชินวัตรพ้นเก้าอี้นายกรัฐมนตรีถือเป็นอีกหนึ่งมรสุมทางการเมืองของตระกูลชินวัตร และว่าแพทองธาร นายกรัฐมนตรีที่อายุน้อยที่สุดของไทยกลายเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 6 ที่มาจากตระกูลชินวัตรหรือสนับสนุนโดยตระกูลชินวัตรที่ถูกถอดถอนจากการรัฐประหารหรือจากการชี้ขาดของศาล
รอยเตอร์สรายงานว่าศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้นายกรัฐมนตรีแพทองธารพ้นตำแหน่งเนื่องจากผิดมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรงปมคลิปเสียงฮุนเซนหลุด และว่าแพทองธารวัย 39 ปีเป็นนักการเมืองหน้าใหม่ที่ถูกดึงเข้าสู่วงการเมืองแบบกระทันหันหลังอดีตนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสินถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยถอดถอนเช่นกัน
ตอนนี้ทุกสายตาเปลี่ยนมาจับจ้องผู้ที่จะมานั่งเก้าอี้แทนแพทองธาร ซึ่งคาดว่าหลังจากวันนี้เป็นต้นไปน่าจะมีศึกแย่งชิงอำนาจระหว่างพรรคต่างๆรวมทั้งอยู่มีอำนาจในการเมืองไทย ขณะที่พรรคเพื่อไทยเองก็พยายามยื้อที่จะเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลให้ได้ โดยในจำนวนผู้มีสิทธิเป็นนายกรัฐมนตรีไทยคนต่อไปมีอยู่ 5 คน แต่ที่เป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยมีคนเดียวคือชัยเกษม นิติสิริ วัย 77 ปี ที่เหลือก็มีอดีตนายกรัฐมนตรีประยุทธ์ จันทร์โอชา, อนุทิน ชาญวีรกูล อดีตรองนายกรัฐมนตรีที่ถอนตัวออกจากพรรคร่วมรัฐบาลจากปมคลิปเสียง
รอยเตอร์สชี้ว่าคำตัดสินของรัฐธรรมนูญยิ่งยกระดับความไร้เสถียรภาพทางการเมืองของไทยท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตามหากพรรคเพื่อไทยยังคงเป็นแกนนำรัฐบาลก็จะต้องไปเป็นรัฐบาลผสมอยู่ดี โดยมีเสียงแค่ปริ่มน้ำเท่านั้น และอาจจะต้องเผชิญกับการท้าทายบ่อยครั้งในสภา เนื่องจากพรรคฝ่ายค้านมีเสียงสนับสนุนจากประชาชนมากกว่า
ดร.สติธร ธนานิธิโชติ จากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาล้ยบอกกับรอยเตอร์สว่าการเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่จะเป็นเรื่องที่ยากลำบากและอาจใช้เวลานาน เพราะไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะจัดสรรผลประโยชน์ได้ลงตัว แต่ที่แน่ๆพรรคเพื่อไทยน่าจะตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ