กางแผน! ฉีดวัคซีน 100 ล้านโดสของรัฐบาล

ฉีดวัคซีน 100 ล้านโดสของรัฐบาล

การสร้างภูมิคุ้มกันหมู่กลายเป็นทางออกในการฝ่าวิกฤติการแพร่ระบาดของเชื้อโควิดระลอก 3 ที่ดีที่สุดตามความเห็นของทุกฝ่าย ด้วยเหตุนี้การเร่งฉีดวัคซีนให้คนไทยมากที่สุดเท่าที่จะมากได้คือประเด็นสำคัญที่มีการพูดถึงในขณะนี้

เรื่องของการเร่งฉีดวัคซีนให้คนไทยดูจะเป็นทางรอดเดียวที่จะทำได้ในขณะนี้ ดูเหมือนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ จะเข้าใจและตระหนักในเรื่องนี้เป็นอย่างดี ล่าสุดเมื่อเช้าวานนี้จึงมีการเรียกประชุมคีย์แมนสำคัญๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ มีการประชุมสำคัญๆ 2 วง วงแรกคือการประชุมคณะกรรมการวัคซีนทางเลือก ชุดนี้มีนายสุพัฒน์พงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกฯและรมว.พลังงาน นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร อดีตรมว.สาธารณสุข ในฐานะประธานคณะทำงานพิจารณาการจัดหาวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) นายทศพร ศิริสัมพันธ์ ที่ปรึกษานายกฯ นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) และ นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เพื่อหารือแผนการจัดหาและกระจายวัคซีนโควิด-19 เสร็จจากนั้นก็ประชุมวงที่สองกับคณะกรรมการกระจายวัคซีนชุดนี้นอกจากคีย์แมนภาครัฐ ยังมีตัวแทนภาคเอกชนเข้าร่วมประชุมด้วย

เสร็จสิ้นการประชุม 2 วงสำคัญ พล.อ.ประยุทธ์สั่งตั้งศูนย์บริหารจัดการวัคซีนแบบเบ็ดเสร็จ ( Single command) เพื่อยกระดับการกระจายวัคซีนโดยให้ถือเป็นวาระสำคัญเร่งด่วนสูงสุง งานนี้มีการตั้งเป้าหมายสำคัญ คือ 1. ผลักดันให้มีการจัดหาวัคซีนให้ได้เพิ่มมากขึ้นในทุกวิถีทาง โดยมีเป้าหมาย 10-15 ล้านโดสต่อเดือน 2. แบ่งการทำงานระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน โดยเฉพาะการหาแนวทางกระจายวัคซีนอย่างทั่วถึง และเร่งการฉีดวัคซีนให้เป็นเชิงรุก 3. ตั้งศูนย์ฉีดวัคซีนทางเลือก ใน ศูนย์ประชุมฯ ศูนย์กีฬา โรงแรม โรงพยายบาลเอกชน เพื่อลดภารกิจของโรงพยาบาลหลัก และสาธารณสุข 4. ดำเนินการฉีดวัคซีนให้ได้ 300,000 โดสต่อวัน หรือมากกว่า และเป้าหมายฉีดให้ประชาชน 50ล้านคนภายในสิ้นปีนี้หรือเร็วกว่า ทั้งนี้ปัจจุบันไทยมีวัคซีนในมือ 2 ยี่ห้อ คือ ซิโนแวค (Sinovac) จำนวน 1,916,686 โดส และ เอสตราเซเนก้า จำนวน (AstraZeneca) จํานวน 89,400 โดส รวม 2,006,086 โดส ล่าสุดตัวเลขวานนี้ 27 เม.ย. มีผู้ที่ได้รับวัคซีนสะสมจำนวน 1,227,032 ราย ใน 77 จังหวัด แบ่งเป็น ผู้รับวัคซีนเข็มแรก จำนวน 1,012,388 ราย ผู้รับวัคซีนเข็มที่ 2 จำนวน 214,644 ราย หากนับตั้งแต่เริ่มฉีดเข็มแรก วันที่ 28 กุมภาพันธ์ จนถึงวันที่ 27 เม.ย. มีการฉีดวัคซีนไปแล้ว 59 วันคิดเฉลี่ยออกมาขีดความสามารถในการฉีดต่อวันอยู่ที่ 20,797 รายต่อวัน ถือว่าน้อยและช้ามากถ้าเทียบกับจำนวนประชากรที่ยังรอฉีดวัคซีนอยู่ ประเด็นสำคัญที่จะทำให้การฉีดวัคซีนมีอัตราเร่งเพิ่มขึ้น คือ 1.การจัดหาวัคซีนจำนวนมากในเวลาที่รวดเร็ว และ 2. การกระจายวัคซีนเพื่อนำไปฉีดให้กับประชาชนทั่วประเทศอย่างทั่วถึง

ถ้าเอาตามแผนที่พล.อ.ประยุทธ์เคยประกาศไว้กับคนไทยหลายครั้งหลายโอกาส ว่ารัฐบาลจะฉีดวัคซีนให้กับคนไทยราว 50 ล้านคน หรือ 75 % ของคนส่วนใหญ่เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้กับคนไทยภายในสิ้นปีนี้ หากคิดตามค่าเฉลี่ยล่าสุดที่ 20,797 โดสต่อวัน ถ้าเริ่มฉีดตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. ถึง 31 ธ.ค. จะมีเวลาในการฉีดทั้งสิ้น 245 วัน ถ้าฉีดในอัตราที่ต่ำขนาดนี้จะได้แค่ 5 ล้านโดสเศษเท่านั้น แต่ถ้าเร่งตามแผนที่พล.อ.ประยุทธ์ระบุต้องการฉีดให้ได้ 3 แสนโดสต่อวันหากเร่งฉีดทั้งวันทั้งคืน 245 วัน ถึงสิ้นปีก็จะได้แค่ 73 ล้านโดสเท่านั้น แต่ถ้าเพิ่มอัตราฉีดเป็น 4 แสนโดสต่อวันหากฉีดติดต่อกันทุกวันถึงสิ้นปีก็จะได้ 98,000,000 ล้านโดส หรือคิดเป็น 49 ล้านคนที่ได้รับวัคซีนครบทั้ง 2 เข็มแบบสมบูรณ์

 

นายก5

 

ทั้งนี้ตามแผนเดิมที่กระทรวงสาธารณสุขเคยรายงานกับนายกฯ จะมีการเริ่มต้นฉีดวัคซีนในวันที่ 1 มิ.ย. โดยต้องใช้โรงพยาบาล สถานพยบาล สถานที่ฉีดวัคซีนอย่างน้อย 1,000 แห่งทั่วประเทศ และทุกแห่งจะต้องฉีดวัคซีนให้ได้วันละ 500 โดส ประมาณ 20 วันต่อเดือน เฉลี่ยวันละ 5 แสนโดส หนึ่งเดือนก็จะฉีดได้ราว 10 ล้านโดส ถ้าฉีดจากเดือนมิ.ย.ถึงธ.ค. 7 เดือนจะฉีดได้ราว 70 ล้านโดสหรือ 35 ล้านคนเท่านั้น แต่ถ้าขยับการฉีดจาก 20 วันเป็น 30 วันต่อเดือนแบบไม่หยุดพักเสาร์อาทิตย์เลยตลอด 7 เดือนก็จะฉีดได้ราว 105 ล้านโดสหรือคิดเป็น 52.5 ล้านคนที่ได้รับการฉีดวัคซีน ประเด็นอยู่ที่ว่าประเทศไทยมีความพร้อมในการหาสถานที่ 1,000 แห่งให้ประชาชนมาเข้าแถวฉีด วัคซีนได้หรือไม่ ภายใต้เงื่อนไขที่ทุกโรงพยาบาลและทุกแห่งที่ตั้งจุดฉีดวัคซีนต้องฉีดวัคซีนให้ได้วันละ 500 โดส แถมยังต้องฉีดติดต่อกันโดยไม่มีวันหยุดพักตั้งแต่ 1 มิ.ย. ไปจนถึง 31 ธ.ค. คำถามคือวัคซีนมีถึงไหม โรงพยาบาลพร้อมหรือยัง บุคลากรทางการแพทย์ที่จะมาเป็นคนฉีดวัคซีนตลอดเวลา 7 เดือนหรือ 210 วันมีความพร้อมแค่ไหน เตรียมไว้กี่หมื่นกี่แสนคน

ปัญหาสำคัญชวนคิดทิ้งท้ายก็คือ วันนี้ค่าเฉลี่ยในการฉีดวัคซีนให้กับคนไทยอยู่ที่ 20,797 โดสต่อวัน แต่ 1 มิ.ย. เราจะต้องก้าวกระโดดไปฉีดให้ได้ 5 แสนโดสต่อวันหรือเกือบ 25 เท่าของปริมาณการฉีดวัคซีนในปัจจุบันถามว่าศักยภาพของประเทศไทยในวันนี้มีความพร้อมจะทำอย่างนั้นได้หรือไม่คนไทยตามรอลุ้นด้วยใจระทึกระหว่างได้ฉีดวัคซีนกับติดโควิดอันไหนจะมาก่อน

 

 

แชร์ให้เพื่อน :

คลิปเด่นประจำวัน

สนับสนุน TOPNEWS ด้วยการซื้อสินค้าคุณภาพจาก Sbuyzone 

ติดตามข่าวสารผ่านทาง LINE

TOP NEWS Mobile Application

ติดตาม TOP NEWS ผ่านช่องทาง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาติทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึก