“เพนกวิน”ถอดทนายความ ลั่น ไม่ยอมรับกระบวนการยุติธรรม

วันนี้มีการเบิกตัว นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน แกนนำม็อบราษฎร จากเรือนจำพิเศษกรุงเทพ ไปยังห้องพิจารณา 812 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ในเวลา 09.00 น. ที่ผ่านมา โดยวันนี้ ศาลนัดตรวจหลักฐานคดีดำ อ. 286/64 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 7 เป็นโจทก์ฟ้อง นายพริษฐ์ เป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาท ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 (ม.112) กรณีเมื่อระหว่างวันที่ 13 -15 พ.ย.63 เพนกวิน ในฐานะจำเลยได้กระทำผิดกฎหมายหลายครั้งโดยใช้เฟซบุ๊กส่วนตัวนัดรวมพลชู 3 นิ้วบ่ายสอง หน้าร้านแมคโดนัลด์ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย รวมทั้งจำเลยได้ใช้เครื่องขยายเสียงปราศรัยพาดพิงสถาบัน

7BE2C09D AE69 4249 8AA7 9FD215D30DCB

โดยนายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน กล่าว ภายการตรวจพยานหลักฐานว่า วันนี้ศาลได้เบิกตัวนายพริษฐ์ โดยการนั่งรถเข็นมา ซึ่งศาลได้อนุญาตให้พูดคุยกับเเม่เเละเพื่อนที่เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เนื่องจากตอนนี้นายพริษฐ์อยู่ในเรือนจำ ไม่สามารถเดินทางไปสอบได้ จึงมีปัญหาด้านการเรียน เเละอาจจะถึงขั้นถูกรีไทร์

เบื้องต้นอัยการได้เเถลงสืบพยานทั้งหมด จำนวน 32 ปาก จาก 9 นัด โดยนายพริษฐ์เเถลงต่อศาลว่า ตนเองไม่ได้รับความเป็นธรรมในการต่อสู้คดีนี้ เนื่องจากไม่ได้รับสิทธิ์การปล่อยตัวชั่วคราว ทำให้ไม่มีโอกาสไปเเสวงหาพยานหลักฐานในการต่อสู้คดีได้อย่างเต็มที่ จึงไม่ขอยอมรับกระบวนการยุติธรรม เเละปฏิเสธกระบวนการในชั้นศาล

พร้อมทั้งได้ถอดตนเเละทนายอีกคนออกจากการเป็นทนายความคดีนี้ เพราะมองว่าถึงมีทนายความไปก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้ ดังนั้นเเนวทางหลังจากนี้ เมื่อไม่มีทนายความ เเละไม่มีการไต่สวนพยาน ศาลก็คงจะตัดสินตามที่โจทก์กล่าวหา

ด้านนางสุรีย์รัตน์ ชิวารักษ์ มารดานายพริษฐ์ กล่าวว่า วันนี้ดีใจที่ได้เจอลูก สังเกตเห็นว่าลูกมีสุขภาพที่แย่ลง ดูผอมลง น้ำหนักลดกว่า 20 กิโลกรัม ที่แขนมีร่องรอยการเจาะสายน้ำเกลือ ส่วนตัวรู้สึกเป็นห่วงลูกอยากให้ศาลให้ประกันตัว เนื่องจากทราบมาว่าภายในเรือนจำมีเชื้อโรคเยอะ ตอนนี้ร่างกายลูกอ่อนแอ โรคหอบอาจจะกลับมาอีกครั้ง จึงเกรงว่าจะทำให้อาการของลูกรุนแรงขึ้น ซึ่งจากการคุยกัน ลูกก็ยืนยันว่าจะอดอาหารต่อไป เพื่อเรียกร้องความยุติธรรม ส่วนทางครอบครัวเตรียมยื่นเรื่องเพื่อขอให้ศาลพิจารณาปล่อยตัวลูกชายอีกครั้ง

สำหรับบรรยากาศการคุมตัวนายพริษฐ์ เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้คุมตัวนายพริษฐ์ ขึ้นมาบนห้องพิจารณาคดี โดยเจ้าตัวได้สวมแว่นตา หน้ากากอนามัย นั่งรถบนเข็นและมีสายน้ำเกลือ อยู่ในสภาพอิดโรยอย่างเห็นได้ชัด และดมยาดมอยู่ตลอดเวลา
เมื่อเข้ามาภายในห้องพิจารณา นายพริษฐ์ ได้ขอให้เพื่อนผู้ชาย 2 คน ซึ่งเป็นนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาตร์ เข้ามาในห้องพิจารณาคดีด้วย เพื่อปรึกษาเรื่องการเรียน โดยศาลได้อนุญาตให้นายพริษฐ์ หารือกับเพื่อน ทนายความ แม่ และน้องสาว ประมาณ 2 ชั่วโมง

จากนั้นนายพริษฐ์ ได้พยายามลุกขึ้นจากรถเข็น แต่ไม่สามารถพยุงตัวลุกได้ ศาลจึงให้นั่งแถลง โดยแถลงต่อศาลด้วยการพูดอย่างช้าๆ น้ำเสียงแปลกไปจากเดิม มีเนื้อหาว่า

“ข้าแต่ศาลที่เคารพ เนื่องด้วยข้าพเจ้ายังไม่ต้องคำพิพากษา ให้มีความผิดตามกฎหมายมาตราใดๆ ซึ่งถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ การที่ศาลคุมขังข้าพเจ้าไว้ทำให้ไม่สามารถต่อสู้คดีได้อย่างเต็มที่ ดังนั้นกระบวนการนี้ไม่ใช่กระบวนการยุติธรรม จึงไม่ขอยอมรับ ขอปฏิเสธทุกกระบวนการไม่ลงลายมือชื่อใดๆ จนกว่าจะได้รับสิทธิการประกันตัวและสู้คดีอย่างเต็มที่”

ต่อมาศาลจึงอธิบายว่า กระบวนการในวันนี้เป็นนัดตรวจพยานหลักฐาน ถ้าไม่กำหนดวันนัดคดีเพื่อสืบพยาน ก็จะทำอะไรไม่ได้ แต่ถ้านายพริษฐ์ปฏิเสธไม่ยอมรับกระบวนการ ก็จะบันทึกถ้อยคำตามที่นายพริษฐ์แถลง

จากนั้นนายพริษฐ์ได้แถลงต่อว่า “ผมขอปฏิเสธเพราะผมไม่มีสิทธิ์ประกันตัว จะทำให้ผมต่อสู้คดีได้ไม่เต็มที่ และขอถอนทนายความไปพร้อมกัน นับจากวันนี้เป็นต้นไป”

ขณะที่บรรยากาศด้านนอกห้องพิจารณาคดีมีกลุ่มเพื่อนของนายพริษฐ์ ได้มานั่งรอให้กำลังใจบริเวณทางเดิน และเมื่อเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เข็นรถเข็นนายพริษฐ์ออกมาจากห้องพิจารณาคดีเพื่อลงไปห้องควบคุมใต้ถุนศาล มีผู้หญิงที่อยู่ด้านนอกห้องได้ขอร้องให้นายพริษฐ์เลิกอดอาหาร เพราะสงสารแม่ ส่วนเพื่อนๆ ได้ขอให้สู้ต่อ ซึ่งนายพริษฐ์ได้ชูสามนิ้วตอบรับ แต่ไม่ได้พูดตอบโต้

แชร์ให้เพื่อน :

คลิปเด่นประจำวัน

สนับสนุน TOPNEWS ด้วยการซื้อสินค้าคุณภาพจาก Sbuyzone 

ติดตามข่าวสารผ่านทาง LINE

TOP NEWS Mobile Application

ติดตาม TOP NEWS ผ่านช่องทาง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาติทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึก