“ประยุทธ์” อย่าเฉยลงโทษคนผิด ต้นตอโควิดระบาด

หลังปรากฎข่าวการแพร่ระบาดของเชื้อโควิดจากคลัสเตอร์สถานบันเทิงย่านทองหล่อ จากกรณีที่มีคนไปเที่ยวสถานบันเทิงชื่อดัง “คลิสตัล เอ็กคลูซีฟ คลับ” ทองหล่อ 25 กับ ที่ “เอมเมอรัล” ทองหล่อ 13 2 อัครสถานบันเทิงระดับพรีเมี่ยมสุดหรูย่านทองหล่อ โดยปรากฏมีชื่อของ “เสี่ยโอ๋” ศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ถูกสื่อมวลชนแทบทุกสำนักรายงานตรงกันว่าเป็นรัฐมนตรีที่มีชื่อเข้าไปเที่ยวเข้าไปใช้บริการคลับหรูทั้ง 2 แห่ง จนติดเชื้อโควิดและนักเที่ยวหลายคนเหล่านี้กลายเป็น“ซุปเปอร์สเปรดเดอร์” เป็นตัวแพร่เชื้อโรคไปสู่คนอื่นๆในวงกว้างทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด

คล้อยหลังข่าวนี้ถูกเผยแพร่ออกสู่สาธารณชนนายศักดิ์สยามออกมาปฏิเสธข่าวให้สัมภาษณ์ยืนยันไม่ได้ไปเที่ยวทองหล่อ “ ไม่ได้ไปครับ ถ้าไปวันนี้ผมร่วงแล้ว” เป็นการออกมาปฏิเสธข่าวระหว่างการทำบุญครบรอบ 13 ปีของการก่อตั้งพรรคภูมิใจไทย ช่วงเช้าของวันที่ 6 เม.ย.2564 ที่ผ่านมาเคียงข้าง “เสี่ยหนู” นายอนุทิน ชาญวีระกุล รองนายกฯและรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย โดยงานนี้มีแกนนำพรรคการเมืองหลายพรรคเดินทางมาให้กำลังใจและอวยพร

บ่ายวันเดียวกันท่ามกลางกระแสข่าวหนาหูยืนยันตรงกันว่ารัฐมนตรีคนสำคัญของรัฐบาลติดโควิดแน่นอน เพราะในโลกโซเชี่ยลเริ่มมีพริตตี้เริ่มมีคนที่อยู่ในนั้นออกมายอมรับกับสังคมว่าติดเชื้อโควิดและมีคนติดเชื้อจำนวนมากจากคลับหรูทั้ง 2 แห่ง นายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรคภูมิใจไทยออกมาโพสต์เฟซบุ๊คระบุว่านายศักดิ์สยามขอกักตัว 14 วัน แจ้งสาเหตุกักตัวว่ามีผู้ปฏิบัติงานสำนักงานรมว.คมนาคมติดเชื้อ ทั้งนี้หลังทราบข่าวนายศักดิ์สยามได้เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลบุรีรัมย์ และได้มีการตรวจเชื้อเมื่อเวลา 16.30 น. พบว่ายังไม่ติดเชื้อแต่แพทย์แนะนำให้กักตัว 14 วันเพื่อดูอาการ ทั้งนี้จากเหตุการณ์ดังกล่าวทางส.ส.พรรคภูมิใจไทย ( 61 คน) จึงขอแสดงความรับผิดชอบไม่ร่วมประชุมสภาสมัยวิสามัญและขอกักตัว 14 วันเพื่อรอดูอาการ

ถัดมาเช้าวันรุ่งขึ้น ( 7 เม.ย.) ช่วงสายๆนักข่าวหลายคนพยายามต่อสายหานายศักดิ์สยาม โดยทุกสายได้รับการยืนยันจากรัฐมนตรีปลายสายตรงกันว่า “ ตอนนี้ผมไข้ขึ้น 38 องศาเซลเซียสและได้เข้าแอดมิดที่โรงพยาบาลบุรีรัมย์ในช่วงเช้าที่ผ่านมาเพื่อเฝ้าดูอาการ ขณะนี้ได้เจาะเลือดไปตรวจผล ผมคิดว่าผมมีแนวโน้มติดโควิด เพราะสัมผัสใกล้ชิดกับหน้าห้องคนดังกล่าวมาก” จากนั้นไม่นานนายศักดิ์สยามเปิดเผยผลตรวจว่าติดโควิดและอยู่ระหว่างกระบวนการรักษาตัวของโรงพยาบาล

ส่วนสาเหตุการติดก็ปักหมุดเหนียวแน่นว่ามาจากสัมผัสคลุกคลีกับนายรวิชญ์ เจ้าหน้าที่ธุรการคมนาคมที่ไปเที่ยวสถานบันเทิงย่านทองหล่อ โดยวันที่ 30 มี.ค.2564 ไปเที่ยวคริสตัล คลับ กับพวกที่เป็นตำรวจติดตามรวม 6 คน จากนั้นวันที่ 1 เม.ย. 2564 ไปเที่ยวเอมเอมรัล คลับ กับตำรวจก๊วนเดิมรวม 6 คน จากนั้นวันที่ 4 เม.ย. 2564 ไปตรวจเชื้อโรงพยาบาลปิยะเวทรุ่งขึ้นผลออกพบติดเชื้อโควิด

ด้านนายศักดิ์สยามยังยืนกรานมาตลอดว่าไม่ได้ไปเที่ยวสถานบันเทิงย่านทองหล่อ แม้การเปิดเผยไทม์ไลน์ของเจ้าตัวจะได้รับการกังขาและตั้งข้อสังเกตจากสังคมหลายเรื่อง ทั้งการไม่ยอมเปิดเผยไทม์ไลน์เปิดเผยช้า การไม่แจ้งข้อมูลให้ชัดเจน การไม่บอกรายละเอียดของวันที่ไม่มีภารกิจ การขอเปลี่ยนข้อมูลไทม์ไลน์หลายครั้งก่อนจะให้ข้อมูลใหม่แบบละเอียดยิบ แต่ท้ายสุดก็ยังยืนกรานไม่มีวาระการไปเที่ยวสถานบันเทิงย่านทองหล่อไม่มีไทม์ไลน์เข้าคลับหรูแต่อย่างใด ขณะที่ 2 วันที่นายรวิชญ์ระบุว่าไปเที่ยวคลับหรูแถวทองหล่อและเป็นต้นเหตุติดโควิด ไทม์ไลน์ของนายศักดิ์สยามก็ยืนกรานว่าไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลพระรามเก้า จากนั้นก็เข้าที่พักแถวพระรามเก้าไม่มีแวะเที่ยวไม่ได้ไปทองหล่อ

คล้อยหลังสังคมกังขากับสิ่งที่นายศักดิ์สยามพูดและปฏิเสธออกมา บรรดาคนใหญ่คนโตในรัฐบาล นอกจากจะไม่ทำให้ความจริงปรากฎส่วนใหญ่ยังเออออห่อหมก ไม่ได้ฟังเสียงก่นด่าจากชาวบ้านหรือเสียงสะท้อนเรียกร้องเอาคนผิดเอาคนไม่รับผิดชอบมาลงโทษจากสังคมเลย โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล แรกเริ่มที่รู้ข่าวก็พูดแค่ว่ายังไม่รู้ว่าจริงหรือไม่ พร้อมบอกว่าเรื่องนี้เป็นเรียนสำหรับทุกคนสถานที่อโคจรไม่ควรไป ต่อเมื่อผลตรวจทราบว่านายศักดิ์สยามติดเชื้อโควิดจริงก็ปรารภแบบผ่านๆพูดแบบลอยลมว่า “ ถ้าท่านติดก็รักษาพยาบาลกันไปเหมือนประชาชนทุกคนที่เราต้องดูแลและรักษาเมื่อเจ็บป่วย” ด้านผู้ใหญ่อีกคนของรัฐบาลอย่าง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ นอกจากจะไม่เตือนไม่ปรามรัฐมนตรีที่เป็นข่าวแล้ว เจ้าตัวยังออกมาการันตีความบริสุทธิ์ของนายศักดิ์สยามสวนทางสังคมกันไปอีก โดยระบุว่าเชื่อในคำพูดเชื่อในการให้ข้อมูลไทม์ไลน์ของนายศักดิ์สยามที่คงไม่โกหก “ ท่านบอกว่าติดเชื้อจากหน้าห้อง ไม่ได้เดินทางไปไหน ซึ่งเรื่องนี้คุณศักดิ์สยามเขาก็มีความจริงใจ เรื่องต่างๆในโซเชียล ใครเป็นคนเขียน คุณจะเชื่อได้ไหมล่ะ แต่ผมเชื่อคุณศักดิ์สยาม”

ข้อมูลเรียลไทม์วันนี้ (16 เม.ย. 2564) พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1,582 ราย รวมติดเชื้อสะสม 39,038 ราย หากแยกเฉพาะผู้ป่วยระลอกใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1-16 เม.ย.ตามพื้นที่และปัจจัยเสี่ยง นับเฉพาะที่เกิดจากต้นตอสถานบันเทิง ปาร์ตี้ คอนเสิร์ต ร้านอาหาร โฟกัสแค่ในกรุงเทพมหานครฯมีคนติดเชื้อไปแล้ว 1,255 ราย

ถามว่าในจำนวนทั้งหมดนี้ได้กลายเป็นต้นเหตุนำไปสู่การเปิดซุปเปอร์สเปรดเดอร์ในต่างจังหวัดอีกเท่าไหร่ทำให้คนอื่นเกิดความเสี่ยงสูงอีกกี่ร้อยกี่พันคน ถามว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิดระลอก 3 ที่เกิดจากคลัสเตอร์สถานบันเทิงย่านทองหล่อหอการค้าประเมินว่าทำให้คนกลัวไม่กล้าบริโภคไม่กล้าออกจากบ้านทำจับจับใช้สอยหายไป 10-20 % คิดเป็นตัวเลขความเสียหายเดือนละ 1-2 แสนล้าน มีการออกมาบอกว่าอาจทำให้จีดีพีของประเทศที่เคยตั้งเป้าไว้ที่ 4 % ต้องปรับลดลงมาเหลือ 1-2 % เลวร้ายสุดอาจถึงขั้นติดลบ ถามว่าถ้าแพร่ระบาดรอบนี้ยาวนานออกไปเป็น 3-4 เดือนไม่เหมือนคราวละรอกแรกหรือระลอกที่สองซึ่งระบาดราวเดือนครึ่งก็จบ หากรัฐบาลคุมไม่อยู่ลากยาวไปถึงครึ่งปีหลังไม่สามารถเปิดการท่องเที่ยวในเซฟตี้โซนหรือในsand box ที่เราตั้งเป้สไว้อย่าง ภูเก็ต สมุย พัทยา เชียงใหม่ ฯลฯ ได้ รายได้จากการท่องเที่ยวที่คนไทยเคยมีประเทศเคยได้ช่วงหน้าพีคๆ ทำเงินได้สูงถึงเดือนละ 1-2 แสนล้านบาทต้องหายไปหมด ไม่นับความเสียหายใหญ่หลวงในมิติอื่นๆที่เป็นผลตามมาจากการที่รัฐบาลต้องออกมาตราการคุมเข้มป้องกันโควิด อาจล็อคดาวน์หนักกว่านั้นอาจถึงขั้นเคอร์ฟิวส์หากสถานการณ์รุนแรงคุมไม่อยู่ แล้วใครจะรับผิดชอบรายได้และโอกาสที่สูญเสียไป คนหาเช้ากินค่ำที่ต้องเดือดร้อน ร้านค้าคนขายของยอดตกไร้คนจับจ่ายใช้สอย เด็กเล็กนักเรียนต้องหยุดเรียนงดกิจกรรมทุกชนิด สารพัดปัญหาจิปาถะเหล่านี้ ชาวบ้านตาดำๆจะเรียกร้องค่าชดเชยขอความช่วยเหลือจากใคร

ดร.มานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านการคอรัปชั่น (ประเทศไทย) อ อกมาเรียกร้องให้สัมภาษณ์ผ่าน “ท็อปนิวส์” ถึงผู้มีอำนาจในประเทศว่า การระบาดรอบนี้ไม่ได้เกิดจากฝีมือของประชาชน แต่เป็นนักการเมืองคนใกล้ชิดรัฐบาลเป็นคนทำเสียเอง ต้นเหตุของเรื่องนี้ควรได้รับบทลงโทษอย่างรุนแรง เพราะรัฐบาลและศบค.ในฐานะผู้คุมกฎผู้มีอำนาจดันทำผิดเสียเอง ทั้งนี้หากพิสูจน์ได้ว่ารัฐมนตรีไปเที่ยวจริงก็ถือว่าผิดจริยธรรมร้ายแรง อนาคตถ้าปล่อยไว้เรื่องนี้อาจลามถึงความเลื่อมใสศรัทธาในตัวพล.อ.ประยุทธ์และสะเทือนถึงรัฐบาล ทั้งนี้ประเด็นเร่งด่วนที่พล.อ.ประยุทธ์ต้องดำเนินการในเรื่อง คือการเข้าไปทำลายต้นตอปัญหาตัดวงจรอุบาทว์ หนึ่งคือเรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่น สองคือการแก้ไขปัญหารับส่วยสินบนบรรดาธุรกิจสีเทา ที่สมประโยชน์ทั้งคนให้และคนรับ แถมยังเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่หลายหน่วย ทั้งตำรวจ ทั้งสำนักงานเขต ฯลฯ เอาง่ายๆ คลับหรูทั้ง 2 แห่ง ไม่มีใบอนุญาตประกอบการ เปิดเกินเวลา ตั้งใกล้โรงพยาบาล อยู่ข้างๆโรงเรียนนานาชาติ ชาวบ้านคนแถวนี้เขารู้กันหมดเรื่องแบบนี้ทำไมตำรวจทำไมท้องที่ทำไมเจ้าหน้าที่เขตถึงไม่รู้

ถึงเวลาหรือยังที่พล.อ.ประยุทธ์ต้องลงจากหอคอยงาช้างมาดูปัญหาที่เกิดขึ้นในรอบนี้อย่างจริงๆจังๆเสีย อย่าเฉยอย่าปล่อยเลยตามเลย กรณีคลับหรู ท่านรู้อยู่แล้วว่าใครเป็นแบ๊กใครรับส่วยใครคือต้นตอของปัญหา หากหัวไม่ส่ายไม่มีทางที่หางจะกระดิก กรณีสั่งดำเนินคดีกับ 2 ผู้จัดการคลับหรู 2 คน สั่งเด้ง พ.ต.อ.ดวงโชติ สุวรรณจรัส ผกก.ทองหล่อ“ลูกเขย”พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ “หลานเขย”พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ เข้ากรุพร้อมตั้งกรรมการสอบ มันก็แค่น้ำจิ้มแก้เกี้ยวไปพลางๆ ของจริงท่านต้องจัดการกับ “โอ้โม่ง – ตัวการ” ที่แท้จริงซึ่งคนทั้งแผ่นดินรู้ว่าใคร ถ้าคนของท่านผิดจริงก็ต้องตัดเนื้อร้ายต้องจัดการปลาเน่าปล่อยต่อไปมันจะเน่าทั้งเข่งเรือแป๊ะจะล่มทั้งลำ เรื่องส่วยเรื่องหุ้นลมเรื่องมรดกบาป ถึงเวลาหยุดถึงเวลาพอได้หรือยัง ถ้าหัวไม่ส่ายหางไม่มีทางกระดิก ระดับสร.1 คุมทหาร ดูตำรวจ ไม่รู้จริงๆหรือว่า “คริสตัล-เอมเมอรัล” ใครคุมใครดูแลอยู่ใครได้ผลประโยชน์ คลับหรูใหญ่คับเมืองขนาดนี้จ่ายส่วยให้ใครบ้าง ท่านต้องไปไล่ตามให้หมดจัดการให้เด็ดขาดหาข้อมูลไม่ยาก โควิดระลอก 3 เที่ยวนี้ ถึงขั้นสังคมวิบัติเศรษฐกิจพินาศ เรื่องนี้พล.อ.ประยุทธ์ต้องมาดูอย่านิ่งดูดาย เพราะนานไปมันจะทำลายรัฐบาลจะกัดกินความศรัทธาในตัวท่านจนหมดสิ้น อย่าอุ้มคนใกล้ตัวจนลืมความลำบากเดือดร้อนของชาวบ้าน วลีที่ว่า “ติดคนรวย ซวยคนจน” มันบาดลึกคาใจคนไทยทุกคน

 

แชร์ให้เพื่อน :

คลิปเด่นประจำวัน

สนับสนุน TOPNEWS ด้วยการซื้อสินค้าคุณภาพจาก Sbuyzone 

ติดตามข่าวสารผ่านทาง LINE

TOP NEWS Mobile Application

ติดตาม TOP NEWS ผ่านช่องทาง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาติทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึก