ถึงเวลาล้าง “ส่วย” ต้นตอโควิดระบาด จากคลัสเตอร์แรงงานเถื่อน บ่อนการพนัน ถึง สถานบันเทิง

กลายเป็นประเด็นร้อนที่ถูกพูดถึงจากทุกสังคม หลังเกิดกรณีซุปเปอร์สเปรดเดอร์จากสถานบันเทิงย่านทองหล่อ ย่านรัชดา และอีกหลายแห่ง ทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด ต้องยอมรับว่าการระบาดในรอบใหม่หรือบางคนเรียกว่าระลอก 3 ในคราวนี้ต้นตอส่วนใหญ่ล้วนมากจากสถานบันเทิง ผับ คลับ บาร์ แทบทั้งสิ้น ล่าสุดตัวเลขการแพร่ระบาดของผู้ติดเชื้อในวันนี้ ( 15 เม.ย.2564 ) พบผู้ติดเชื้อใหม่ 1,543 ราย รวมติดเชื้อสะสม 37,453 ราย รักษาหายแล้ว 28,383 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 8,973 ราย เสียชีวิต 97 ราย

จะเห็นได้ว่าการระบาดจากคลัสเตอร์สถานบันเทิงในรอบนี้กินวงกว้างไปหลายจังหวัด ส่งผลกระทบกระเทือนไปเกือบทุกวงการ ล่าสุดทางศบค.ถึงขั้นเสนอให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯสั่งการให้ข้าราชการทุกหน่วยทำงานอยู่กับบ้าน (work from home) รวมทั้งขอความร่วมมือในภาคเอกชนลดจำนวนคนทำงานด้วย รวมถึงเล็งออกมาตรการคุมเข้มเพิ่มขึ้น เพื่อลดการเคลื่อนไหวของผู้คนและลดการระบาด อาทิ การล็อคดาวน์ การปิดห้าง ปิดสถานบันเทิงและการบริการภาคกลางคืน เป็นต้น

ต้องบอกว่าการระบาดรอบนี้หนักหนาสาหัสจริงๆ หากนับการระบาดระลอกใหม่เริ่มต้นจากต้นเดือนคือวันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา จนถึงวันนี้ก็กินเวลาแค่ 2 สัปดาห์เท่านั้น แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นเรียกว่าเสียหายใหญ่หลวงมาก เบื้องต้นทาง “โกจง” นายชำนาญ ศรีสวัสดิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) ออกมายอมรับว่ามีการยกเลิกการจองที่พักไปแล้วกว่า 20 % โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดท่องเที่ยวชายฝั่งอันดามันคือ ภูเก็ต กระบี่ พังงา ขณะที่อนาคตหากปล่อยให้การระบาดยาวนานออกไปผลกระทบเรื่องการท่องเที่ยวก็จะเสียหายหนักกว่านี้ ด้านนายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าก็ออกมาระบุว่า การระบาดรอบนี้ทำให้การบริโภคลดลงเพราะคนไม่ออกมาจับจ่ายใช้สอยเนื่องจากกลัวการแพร่ระบาดของเชื้อโรค เบื้องต้นประเมินความเสียหายขั้นต่ำจากการหายไปของการบริโภคภาคประชาชนถ้าคิด 10 % มูลค่าต่อเดือนก็ตกราว 5 หมื่นล้านบาท หากปล่อยให้สถานการณ์ติดเชื้อบานปลายนาน 3- 4 เดือน แล้วการบริโภคของประชาชนหายไป 20 % ความเสียหายตรงนี้ก็จะตกอยู่ที่เดือนละ 1 แสนล้านบาท นอกจากนี้หากเปิดประเทศไม่ได้รายได้จากภาคท่องเที่ยวก็จะหายไปอีกเดือนละ 1-2 แสนล้านบาท รวมๆแล้วถ้าสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น รัฐบาลอาจจำเป็นต้องกู้เงินประมาณ 5 แสนล้านบาทเพื่อมาพยุงเศรษฐกิจในครึ่งปีหลัง

ทั้งหมดเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นของความเสียหายที่เกิดขึ้น แต่ความเสียหายอีกส่วนหนึ่งที่ไม่อาจประเมินค่าได้ คือการเสียโอกาสเสียรายได้ในชีวิตของบรรดา “รากหญ้า รากแก้ว” คนทำมาหากิน ชาวบ้านธรรมดาหาเช้ากินค่ำ ทั้งที่ทั้งหมดกำลังลืมตาอ้าปาก ทั้งๆที่ทั้งหมดกำลังจะได้เฉลิมฉลองความสุขในเทศกาลสงกรานต์ ได้ขายของได้ฉลองปีใหม่ได้มีโอกาสทำมาหากินกันอีกครั้ง แต่ทุกอย่างต้องมาพังทลายหายไปกับการระบาดของเชื้อโควิด ที่ต้นเหตุรอบนี้มาจากสถานบันเทิงเพียวๆ แบบไม่ต้องโทษใคร ถามว่าสถานบันเทิงชื่อดังคลับหรูเหล่านี้เป็นของใคร ทำไมถึงมีอภิสิทธิ์ทำไมถึงกล้าเปิดหามรุ่งหามค่ำเหตุใดจึงไร้มาตราการป้องกันเชื้อโควิดประกอบธุรกิจกันแบบไร้ความรับผิดชอบต่อสังคม เปิดผับกินเหล้าเปิดเล้าจ์นัวเด็กกันแบบโจ๋งครึ่ม ชนิดไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหม

ข้อมูลเชิงลึกที่ท็อปนิวส์ได้รับ จุดหักเหที่ “อ็อด มิยาบิ” หรือ นายเกียรติพงษ์ คำต่าย เปลี่ยนแนวจากการทำร้านญี่ปุ่น ขายอาหารเกรดพรีเมียม มาทำคลับหรูมีสาวๆมาคอยให้บริการก็เพราะได้รับการชักชวนชี้แนะมาจากอดีตนายตำรวจใหญ่กรมปทุมวัน ก่อนจะเอาเงินที่ได้จากการระดมทุนจากนักธุรกิจ ชาวต่างชาติ คนใหญ่สีเขียวสีกากี สารพัดนายทุน ออกมาสร้างอาณาจักรบริหารสถานบันเทิงโคตรอลังการอย่างเอมเมอรัล ทองหล่อ 13 ก่อนจะเปิดคริสตัล เอ็กคลูซีฟ คลับ ทองหล่อ 25 เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจสำหรับคนขี้เมื่อยเรื่อยไปถึงคนขี้เหงา ที่เมมเบอร์ขาประจำ ส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่เป็นคนระดับวีวีไอพีแทบทุกวงการ ไม่ว่าจะเป็น รัฐมนตรี นักการเมือง ข้าราชการระดับสูง นายพลทหาร นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ นักการทูต นักธุรกิจ เศรษฐี ไฮโซ ดารา นักร้อง เซเลปทุกวงการ ฯลฯ

ข้อมูลเบื้องต้นเหตุที่ทำให้เอมเมอรัล ทองหล่อ 13 และ คลิสตัล เอ็กคลูซีฟ คลับ ทองหล่อ 25 เปิดได้ใหญ่โตคับแผ่นดิน เพราะมีอดีตนายตำรวจใหญ่คอยเป็นแบ็คอัพให้ ข่าวว่ามี “หุ้นลม” เป็นค่าออกหน้าดูแลปกป้องคลับหรู แถมหุ้นลมดังกล่าวที่ความจริงก็คือ “ส่วย” ดีๆนี้เอง ดันถูกส่งต่อเสมือนภาพคุณยายวรนาฏคายตะขาบในละคร “ทายาทอสูร” เพราะมีการให้ผลประโยชน์ตกทอดกันมา จากนายตำรวจใหญ่ในอดีต สู่นายตำรวจใหญ่คนต่อมา จวบจนถึงนายตำรวจใหญ่อีกคนในปัจจุบัน เช่นเดียวกับที่ผับท็อปวัน รัชดา แม้ยังไม่แน่ชัดว่าเป็นของใครและผู้ใดเป็นเจ้าของแต่แว่วว่ามีนักการเมืองใหญ่มากบารมีอุปถัมน์ค้ำชูอยู่

ไปๆมาๆสถานบันเทิงที่ถูกมองว่าเป็นต้นตอแพร่ระบาดโควิดเป็นต้นทางปล่อยเชื้อเป็นแหล่งรวมของคนที่เป็นซุปเปอร์สเปรดเดอร์กระจายไปสู่คนอื่นๆจนลามกันทั่วประเทศ แท้จริงแล้วก็แค่ปลายทางแต่ต้นทางที่แท้จริงซึ่งถูกมองว่าเป็นต้นตอของปัญหาทั้งหมด ก็คือเรื่องของ “ส่วย” ที่ธุรกิจมืดธุรกิจผิดกฎหมายธุรกิจสีเทารู้จุดอ่อนของสังคมไทยรู้จุดแข็งของการใช้เงินเพื่อเปิดทางเพื่อต่อยอดธุรกิจเป็นอย่างดี ก่อนหน้านี้การระบาดของโควิดตามแนวชายแดนก็มีประเด็นส่วยทหารที่จ่ายเงินให้เจ้าหน้าที่หลับหูหลับตาเรื่องแรงงานเถื่อนแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาตามแนวชายแดน จนกลายเป็นที่มาการระบาดของแรงงานเถื่อนชาวพม่าหลายจุดรวมทั้งที่ตลาดกลางกุ้งจ.สมุทรสาคร ถัดมาก็เรื่องของบ่อนการพนันกลางเมืองจ.ระยองก็ถูกเชื่อมโยงว่ามีสีกากีเข้าไปมีเอี่ยวรับส่วยจนเป็นที่มาของคลัสเตอร์บ่อนการพนันภาคตะวันออก จากนั้นก็เป็นเรื่องของบ่อนไก่ชนที่จ.อ่างทองก็ไม่แคล้วถูกมองว่าเปิดได้แบบเย้ยกฎหมายก็เพราะจ่ายส่วยให้นาย

ล่าสุดรอบนี้ก็เป็นคลัสเตอร์สถานบันเทิง ในกรุงเทพฯ ทั้งย่านทองหล่อ อโศก รัชดา ฯลฯ ขณะที่การแพร่ระบาดของเชื้อโควิดในต่างหวัดเที่ยวนี้ทั้งที่ เชียงใหม่ ชลบุรี ประจวบคีรีขันธ์ อุดรธานี สระแก้ว ฯลฯ ล้วนแล้วแต่มีต้นเหตุมาจากสถานบันเทิงผับคลับบาร์แทบทั้งสิ้น ถามว่าบรรดาสถานบันเทิงยามราตรีเหล่านี้รวมถึงบ่อนการพนัน ทำไมถึงเปิดให้บริการแบบเย้ยฟ้าท้าดินชนิดไม่เกรงกลัวกฎหมาย ทำไมตำรวจท้องที่เจ้าหน้าที่รักษากฎหมายถึงเอาผิดลงโทษไม่ได้ คำตอบคือธุรกิจเหล่านี้ล้วนมีภาษีที่ต้องจ่าย ภาษีที่ว่ามาในรูปของส่วยสารพัดรูปแบบมากมายวิธีการ อย่าได้แปลกใจที่มีประโยคฮิตออกมาจากปากคนหาเช้ากินค่ำนิยามการระบาดของเชื้อโควิดในรอบนี้ “ติดคนรวย ซวยคนจน” ส่วย เป็นปัญหาสุดคลาสสิคของรัฐบาลทุกยุคทุกสมัยของผู้นำทุกคน มีคนแทบทุกวงการ ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ท้องถิ่น ท้องที่ ถึงเวลาหรือยังที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯจะลงไปดูเรื่องนี้แบบจริงๆจังๆ ปัดกวาดความสกปรกที่อยู่ใต้พรหม อำนาจในมือท่านตอนนี้มีครบถ้วยสมบูรณ์ ทั้งในฐานะนายกฯผู้นำประเทศ ทั้งในฐานะรมว.กลาโหมที่ดูแลกองทัพคุมทหารกว่า 3 แสนนาย ทั้งในฐานะที่กำกับดูแล “ก.ตร.-ก.ต.ช.” ดูแลตำรวจทั้งแผ่นดิน โอกาสมาถึงแล้วถึงเวลาล้างส่วยช่วยคนไทยทั้งแผ่นดินแล้ว

 

แชร์ให้เพื่อน :

คลิปเด่นประจำวัน

สนับสนุน TOPNEWS ด้วยการซื้อสินค้าคุณภาพจาก Sbuyzone 

ติดตามข่าวสารผ่านทาง LINE

TOP NEWS Mobile Application

ติดตาม TOP NEWS ผ่านช่องทาง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาติทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึก