ฝ่ายค้าน ยื่นป.ป.ช.สอบเอาผิดนายกฯ ออกข้อกำหนดฉบับที่ 29

ฝ่ายค้าน ยื่นป.ป.ช.สอบเอาผิดนายกฯ ออกข้อกำหนดฉบับที่ 29

กรุงเทพฯ 10 ส.ค.- ฝ่ายค้าน ยื่นป.ป.ช.สอบเอาผิดนายกฯ ออกข้อกำหนดฉบับที่ 29 ละเมิดสื่อ ชี้จงใจใช้อำนาจขัดรัฐธรรมนูญ ผิดม.157 ผิดจริยธรรมร้ายแรง

นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงาน (วิป)พรรคร่วมฝ่ายค้าน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย , นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล , พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อและเลขาธิการพรรคประชาชาติ และ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ยื่นหนังสือถึงประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ( ป.ป.ช.) เพื่อขอให้ไต่สวนข้อเท็จจริง และดำเนินคดีกับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กรณีเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2564 นายกรัฐมนตรี ได้ออกข้อกำหนดออกตามความพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ห้ามผู้ใดเสนอข่าว ที่มีข้อความอันอาจทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว หรือเจตนาบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร และศาลแพ่งได้ออกนั่งพิจารณาไต่สวนพยานหลักฐาน และมีคำสั่งให้ระงับการบังคับใช้ข้อกำหนดดังกล่าวชั่วคราว

นายสุทิน กล่าวว่า ฝ่ายค้านเห็นตรงกันว่า การออกคำสั่งดังกล่าวของนายกรัฐมนตรี มีพฤติการณ์ที่จงใจปฏิบัติหน้าที่ หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ และกฎหมาย ทุจริตต่อหน้าที่ และเป็นการฝ่าฝืนและไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง เพราะข้อห้ามดังกล่าวไม่ได้เป็นกรณีที่มีความจำเป็นเพื่อแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินให้ยุติลงโดยเร็ว จึงเห็นว่า เหตุผลในการออกข้อกำหนดดังกล่าว เป็นเจตนา หรือมูลเหตุจูงใจทางการเมือง เพื่อต้องการลดกระแสวิพากษ์วิจารณ์การบริหารงานของตัวเอง ซึ่งไม่ใช่เหตุผลและเงื่อนไขตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ และการออกข้อกำหนดฉบับดังกล่าว เป็นการกระทำโดยไม่มีอำนาจตามกฎหมาย และเป็นการกระทำโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงเห็นว่าน่าจะเป็นการจงใจปฏิบัติหน้าที่ หรือใช้อำนาจขัดต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมาย และเข้าข่ายกระทำความผิดอาญาฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือโดยทุจริต เพื่อแสวงหาประโยชน์ทางการเมืองของตนโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และฐานเป็นเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต มาตรา 172

นายสุทิน กล่าวด้วยว่า การกระทำของนายกรัฐมนตรี ยังเข้าข่ายเป็นการฝ่าฝืน และไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามมาตรฐานทางจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จึงเรียกร้องให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ไต่สวนข้อเท็จจริงตามรัฐธรรมนูญ ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตต่อไป

 

แชร์ให้เพื่อน :

คลิปเด่นประจำวัน

ติดตามข่าวสารผ่านทาง LINE

TOP NEWS Mobile Application

ติดตาม TOP NEWS ผ่านช่องทาง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาติทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึก