นายกฯ สั่งขยายขีดความสามารถรพ.สนาม

นายกฯ สั่งขยายขีดความสามารถรพ.สนาม

กระทรวงกลาโหม 23 ก.ค.- รองโฆษกกระทรวงกลาโหม เผย นายกฯ สั่งขยายขีดความสามารถโรงพยาบาลสนาม รองรับผู้ป่วยโควิด เข้มชายแดนคัดกรองคนเดินทางเข้าปท. ด้านกองทัพเตรียมสโมสรกองทัพบก 400 เตียงรับ กทม.-ปริมณฑล ส่วน 24 จังหวัดรองรับได้ 6 พันเตียง

พ.อ.วีรยุทธ์ น้อมศิริ ผู้ช่วยโฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงภายหลังการประชุมสภากลาโหมที่มี พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม เป็นประธานการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มอบนโยบายให้หน่วยขึ้นตรงกลาโหม(นขต.กห.)และผู้บัญชาการเหล่าทัพ เน้นย้ำในการปฏิบัติและการให้ความรู้เรื่องมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 เมื่อต้องออกไปช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์ปัจจุบัน รวมถึงการปลูกจิตสํานึกสาธารณะให้กับทหารกองประจําการที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเข้ามาทําหน้าที่ในบทบาทของทหาร และให้ทุกหน่วยฝึกทําการฝึกภายใต้มาตรการด้านการป้องกันและการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด -19 ตามที่ศบค. กําหนดอย่างเคร่งครัด

ด้านพ.อ.วันชนะ สวัสดี รองโฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า นายกฯ ขอบคุณกําลังพลทุกระดับ ตั้งแต่พลทหารไปจนถึงระดับผู้บังคับบัญชาที่ได้ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 รวมทั้งบุคลากรที่อยู่เบื้องหลังในการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามพร้อมกําชับเรื่องการเตรียมพื้นที่ในหน่วยทหารให้เป็นพื้นที่พักคอย และโรงพยาบาลสนามทั่วทั้งประเทศ เมื่อมีความพร้อม บุคลากรทางการแพทย์และอุปกรณ์ทางการแพทย์จากสาธารณสุขแล้ว ขอให้เปิดใช้บริการโดยทันที พร้อมทั้งประสานการปฏิบัติกับสาธารณสุขในพื้นที่และให้ขยายทีมป้องกัน และแก้ไขปัญหา โควิด-19 เชิงรุกในชุมชนให้เพิ่มมากขึ้น

รองโฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า นายกฯ กำชับหน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม เหล่าทัพ และสํานักงานตํารวจแห่งชาติสนับสนุนศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด – 19 (ศบค.) ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ศปม.) ในการแก้ไขปัญหา โดยพื้นที่ชายแดนให้บูรณาการการทํางานร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงที่เกี่ยวข้องในทุกภาคส่วน เพื่อเฝ้าระวังและคัดกรองผู้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร การรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดน และการป้องกันการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ทั้งทางบกและทางน้ำา ส่วนพื้นที่ชั้นในสนธิกําลังทหาร ตํารวจ และฝ่ายปกครอง จัดตั้งด่านตรวจเข้มแข็งให้เป็นมาตรฐาน เดียวกัน เพื่อตรวจคัดกรองยานพาหนะและบุคคล ได้ครอบคลุมทุกการปฏิบัติตามข้อกําหนดฯ รวมทั้งจัดชุดสายตรวจ เคลื่อนที่เร็ว ลงปฏิบัติการเชิงรุกในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ทั้ง 13 จังหวัดพร้อมขยายขีดความสามารถของโรงพยาบาลทหาร เพื่อรองรับผู้ป่วยสีเหลืองและสีแดง และใช้พื้นที่ในหน่วยทหารและตํารวจ อาทิ สโมสร แหล่งสมาคม อาคารเอนกประสงค์ สนับสนุนการจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม หรือใช้ เป็นสถานที่ในการแยกกักตัวในชุมชน (Community Isolation) รวมทั้งเตรียมการสนับสนุนกําลังพล เครื่องมือ และบุคลากรทางการแพทย์ที่ไม่ได้ปฏิบัติงานในสถานพยาบาล หรือบุคลากรทางการแพทย์แถวสอง ให้พร้อมสนับสนุนการปฏิบัติงาน เพื่อรองรับจํานวนผู้ติดเชื้อที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ทั้งในพื้นที่กทม. ปริมณฑล และต่างจังหวัด และให้คงการผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกําลังพลไปบริจาคโลหิตอย่างต่อเนื่อง เพื่อเก็บไว้เป็นโลหิตสํารอง และการบริจาคโลหิต แบบเร่งด่วนเมื่อได้รับการร้องขอจากโรงพยาบาลในพื้นที่

“สำหรับอาคารสถานที่ สโมสรและสมาคมของกองทัพที่จะใช้เป็นโรงพยาบาลสนามจะเริ่มเปิดใช้ในวันที่ 30 ก.ค.โดยเฉพาะสโมสรกองทัพบก เตรียมไว้ 300 เตียง โดยขยายขีดความสามารถเพิ่มได้ถึง 100 เตียง รวม 400 เตียง รองรับกรุงเทพฯ และปริมณฑล และอีก 24 จังหวัดทั่วประเทศ ปัจจุบันรองรับได้ 6,135 เตียง ทั้งนี้ในค่ายทหารได้มีการเตรียมพื้นที่สำหรับจัดตั้งเป็นโรงพยาบาลสนามเพิ่มเติม แต่รอให้กระทรวงสาธารณสุขในเขตพื้นที่เข้ามาตรวจสอบถ้ามีความพร้อมมีบุคลากรทางการแพทย์พร้อมนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมสั่งการให้สามารถเปิดใช้ได้ทันที” พ.อ.วันชนะ กล่าว

แชร์ให้เพื่อน :

คลิปเด่นประจำวัน

ติดตามข่าวสารผ่านทาง LINE

TOP NEWS Mobile Application

ติดตาม TOP NEWS ผ่านช่องทาง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาติทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึก