เชิดชูความกล้า 3 นักดับเพลิง ปิดวาล์วถังสารเคมี เหตุโรงงานกิ่งแก้ว ไฟไหม้

เชิดชูความกล้า 3 นักดับเพลิง ปิดวาล์วถังสารเคมี เหตุโรงงานกิ่งแก้ว ไฟไหม้

จากเหตุการณ์ไฟไหม้โรงงานผลิตสารเคมี บริษัท หมิงตี้ เคมีคอล จำกัด จ.สมุทรปราการ ผู้ว่าฯกทม. ได้มอบประกาศเกียรติคุณและรูปปั้นนักดับเพลิงปีนบันไดแก่นักดับเพลิงผู้ปิดวาล์วถังสารเคมี แก่นักดับเพลิงของกรุงเทพมหานคร จำนวน 3 ราย

จากกรณีเหตุเพลิงไหม้รุนแรงที่โรงงาน บริษัท หมิงตี้ เคมีคอล จำกัด  โรงงานผลิตสารเคมีใน ซ.กิ่งแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ช่วงเช้ามืดของวันที่ 5 ก.ค. ผลกระทบจากอัคคีภัยครั้งนี้ที่มีทั้งผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บและประชาชนที่ต้องอพยพจากพื้นที่นับพันคน หลังจากใช้เวลากว่า 24 ชั่วโมงในการควบคุมเพลิงและการระเบิดของที่บรรจุสารเคมีอันตราย โดยมีการระดมทั้งรถดับเพลิงและเฮลิคอปเตอร์จากหลายหน่วยงานมาช่วย ในที่สุดศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ซึ่งมีนายวันชัย คงเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการเป็นประธานก็แจ้งว่าควบคุมเหตุเพลิงไหม้ที่โรงงานสารเคมี บริษัท หมิงตี้ เคมิคอล จำกัดได้แล้วเมื่อเวลาประมาณ 05.00 น. ของวันที่ 6 ก.ค. แต่ยังคงเฝ้าระวังการปะทุของไฟอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งยังต้องเร่งวางแนวทางเพื่อจัดการสารเคมีตกค้างในพื้นที่

 

ล่าสุดวันที่13 ก.ค. 64 เวลา 13.00 น. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ประธานในพิธีมอบประกาศเกียรติคุณและรูปปั้นนักดับเพลิงปีนบันไดแก่นักดับเพลิงผู้ปิดวาล์วถังสารเคมีในเหตุเพลิงไหม้โรงงานผลิตเม็ดโฟมพลาสติก บริษัท หมิงตี้ เคมีคอล จำกัด เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่นักดับเพลิงของกรุงเทพมหานคร จำนวน 3 ราย ได้แก่ นายนัฐพล ดานะ พนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยปฏิบัติงาน สถานีดับเพลิงและกู้ภัยดาวคะนอง นายฉัตรชัย อภิวงค์ พนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยปฏิบัติงาน สถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางอ้อ และนายวิทวัส ประสงค์ทรัพย์ พนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยชำนาญงาน สถานีดับเพลิงและกู้ภัยตลิ่งชัน โดยมี คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ร่วมพิธี ณ ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) เขตพระนคร

 

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กรณีเหตุเพลิงไหม้โรงงานผลิตเม็ดโฟมพลาสติก บริษัท หมิงตี้ เคมีคอล จำกัด จ.สมุทรปราการ ซึ่งเป็นพื้นที่ติดกับกรุงเทพมหานคร 2 เขต คือ เขตลาดกระบัง และประเวศ จึงได้สั่งการให้สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นำนักดับเพลิงและกู้ภัย และเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานคร รวม 164 คน พร้อมรถน้ำดับเพลิง รถกู้ภัยสารเคมี รถบรรทุกอุปกรณ์เครื่องช่วยหายใจ (SCBA) รถ LUF-60 น้ำยาโฟม ชนิดดับเพลิงสารเคมี 347 ถัง รวมถึงรถบัญชาการสื่อสารจากศูนย์วิทยุพระราม 199 ไประงับเหตุร่วมกับนักดับเพลิงและกู้ภัย จ.สมุทรปราการ อาสาสมัคร จิตอาสา และมูลนิธิต่าง ๆ ใช้เวลากว่า 20 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ ซึ่งเหตุระเบิดและเพลิงไหม้ดังกล่าว ได้สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินของประชาชนที่อาศัยอยู่ในรัศมีใกล้เคียง 1-5 กิโลเมตร นอกจากนี้ ยังได้สูญเสียอาสาสมัครผู้เสียสละอีก 1 ราย

 

จากเหตุการณ์นี้ จะเห็นได้ว่าทุกภาคส่วนได้ร่วมกันบูรณาการความร่วมมือ ตลอดจนร่วมแรง ร่วมคิด ร่วมใช้เทคนิควิธีการที่มี ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและระงับเหตุให้ได้เร็วที่สุด ขอขอบคุณนักดับเพลิงทั้ง 3 รายเป็นอย่างยิ่ง ที่ถือว่ามีส่วนสำคัญในการหยุดการรั่วไหลของสารเคมีที่เป็นสาเหตุของการระเบิดและเกิดเพลิงไหม้ ด้วยความกล้าหาญและยอมเสี่ยงอันตราย เข้าไปปิดวาล์วถังสารเคมี นอกจากนี้ ขอขอบคุณนักดับเพลิงของกรุงเทพมหานครทุกคน ที่ได้เข้าร่วมปฏิบัติภารกิจระงับเหตุดังกล่าว ด้วยความทุ่มเท กล้าหาญ จนเพลิงสงบ สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับกรุงเทพมหานคร รวมทั้งสร้างความมั่นใจในประสิทธิภาพของนักดับเพลิงและความปลอดภัยให้กับคนกรุงเทพมหานคร ขอให้นักดับเพลิงของกรุงเทพมหานครทุกคน หมั่นฝึกฝนและพัฒนาตนเองอยู่เสมอ มีร่างกายที่แข็งแกร่ง และจิตใจที่เข้มแข็ง ปฏิบัติงานในหน้าที่ด้วยความสำนึกว่าประชาชนต้องได้รับความปลอดภัยจากภัยพิบัติต่างๆ ขอให้ภาคภูมิใจในบทบาทหน้าที่ของตน เพื่อร่วมเป็นพลังในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ขับเคลื่อนกรุงเทพมหานครให้ปลอดภัยอย่างยั่งยืน

 

c23666580299e8e1554d0885d3722475

แชร์ให้เพื่อน :

คลิปเด่นประจำวัน

ติดตามข่าวสารผ่านทาง LINE

TOP NEWS Mobile Application

ติดตาม TOP NEWS ผ่านช่องทาง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาติทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึก