แม่พิการเมืองคอนสุดดีใจหลังเศรษฐินีใจบุญช่วยสร้างบ้านใหม่พร้อมรับอุปการะบุตรสาว 3 ขวบเรียนจบ ป.ตรี

กดติดตาม TOP NEWS

วันที่ 27 ม.ค. 2565 จากกรณีที่ศูนย์ข่าวนคร 24 ช.สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้รับการร้องเรียนขอความช่วยเหลือครอบครัวของ น.ส.ฐิติกานต์ เยียดพล หรือฝน อายุ 27 ปี ที่พิการตาขวาบอด 1 ข้าง หูขวาหนวก ร่างกายซูบผอมเล็กลีบผิดปกติ แขนขาเล็กลีบไม่มีเรี่ยวแรง เดินไม่ค่อยสะดวก นิ้วมือ นิ้วเท้าด้านขวาหยิกงอ พร้อม ด.ญ.บุญรอด ลูกน้อยวัย 3 ขวบ ที่ปลูกเพิงพักอยู่ริมถนนในซอยอินนิน ถนนพัฒนาการคูขวาง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ซุกหัวนอน เนื่องจากกระท่อมหลังเก่าที่เคยอาศัยที่ปลูกบนที่ดินคูเมือง ฝั่งตรงข้ามเพิงพัก ลึกเข้าไปประมาณ 50 เมตรซึ่งมีสภาพชำรุด ทรุดโทรมและพังถล่มลงมาจนไม่สามารถอาศัยอยู่ต่อไปได้ ในขณะที่นายสมเกียรติ (ขอสงวนนามสกุล) สามีที่มีอาชีพเก็บของเก่าขายเร่งออกหาของเก่าขายเพื่อเก็บสะสมเงินมาซ่อมแซมปรับปรุงกระท่อม จนต่อมานางอัมพาพันธ์ นิลประภา หรือ “เจ๊จ๋า” เศรษฐินีใจบุญเจ้าของกิจการห้างผ้าโชคดี และโรงแรมปุระนคร ได้นำอาหาร น้ำดื่มและสิ่งของมาเยี่ยมและรับปากว่าจะปรับปรุงซ่อมแซมกระท่อมอาศัยให้กับครอบครัว น.ส.ฐิติกานต์ โดยจะระดมทุนผ่านเพจ เพจ “Oampaphan Ninprapha” และศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

webp
ล่าสุดวันนี้ (27 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังสื่อมวลชนนำเสนอข่าวได้มีผู้ใจบุญเข้าไปเยี่ยม น.ส.ฐิติกานต์ และ ด.ญ.บุญรอด โดยนำอาหาร น้ำดื่มไปมอบให้หลายราย และมีผู้แจ้งความประสงค์ขอสมทบทุนในการสร้างหรือปรับปรุงซ่อมแซมกระท่อมอาศัยให้ครอบครัว น.ส.ฐิติกานต์ บ้างแล้วเช่นกัน อย่างไรก็ตามการไปเยี่ยมและมอบสิ่งของจะไม่พบนายสมเกียรติ สามีของ น.ส.ฐิติกานต์ เนื่องจากจะขับรถ จยย.ห่างข้างออกไปตระเวนหาเก็บของเก่าขายตั้งแต่เช้าและจะกลับเข้าบ้านอีกครั้งในช่วงเย็นหรือค่ำ ในขณะที่ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปตรวจสอบดูการรื้อซากกระท่อมหลังเก่าที่นายสมเกียรติ สามี น.ส.ฐิติกานต์ และเพื่อนบ้านช่วยกันรื้อเพื่อเร่งดำเนินการก่อสร้างใหม่โดยเร็วตามความประสงค์ของนางอัมพาพันธ์ นิลประภา หรือ “เจ้จ๋า” เศรษฐินีใจบุญ และศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช

webp
โดยนายสมเกียรติ สามีของ น.ส.ฐิติกานต์ จะหยุดการออกหาของเก่าขาย เพื่อมาช่วยกันรื้อและก่อสร้างกระท่อมหลังใหม่แทนหลังเก่าที่ชำรุด ทรุดโทรม ผุพัง ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่คูเมืองที่ชาวบ้านผู้ยากไร้กว่า 12 ครัวเรือนเข้ามาสร้างกระท่อมอยู่อาศัยมาจนถึงปัจจุบันนาน 17-18 ปี ทางเทศบาลฯ ให้ผู้ยากไร้สร้างที่พักอยู่อาศัยได้ทั้งสองฝั่งถนน โดยทางเทศบาลฯ ออกบ้านเลขที่พร้อมอนุเคราะห์ต่อไฟฟ้า น้ำประปามาให้ใช้ตั้งแต่สมัยก่อนปี 2554 แต่ในช่วง 7-8 ปีก่อนมีนายทุนอ้างว่าเป็นเจ้าของที่ดิน จนมีการฟ้องขับไล่และดำเนินคดีกับชาวบ้านทั้งหมด และชาวบ้านส่วนหนึ่งเกรงจะถูกต้องโทษจำคุกจึงยินยอมรื้อกระท่อมทางฝั่งขวามือออกไปจำนวน 9 หลัง เหลือ 3 หลังทางฝั่งซ้ายมือ ในขณะนั้นมีชาวบ้านคนหนึ่งต่อสู้คดีในที่สุดถูกศาลสั่งจำคุก 7 เดือนเมื่อพ้นโทษออกมาได้เสียชีวิต อย่างไรก็ตามในพื้นที่ด้านขวามือที่เดิมมีกระท่อมปลูกอยู่ 9 หลังและยอมรื้อออกไปหลังถูกนายทุนฟ้องร้องดำเนินคดีและชาวบ้านถูกศาลสั่งจำคุก 7 เดือนก่อนพ้นโทษออกมาเสียชีวิต ล่าสุดทางเทศบาล ฯ ได้ตรวจสอบพื้นที่ทางด้านขวามือที่ถูกออกโฉนดพบว่าออกโฉนดทับที่คูเมืองชัดเจน จึงยื่นเรื่องขอยกเลิกโฉนดที่ดินที่ออกทับคูเมืองโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ในปัจจุบันพื้นที่ด้านขวามือจึงเป็นพื้นที่ว่างเปล่าไม่มีใครกล้าเข้าไปสร้างที่พักเหมือนในอดีต แต่ทางด้านขวามือยังมีบ้านอยู่ 3 หลังเลขที่ 77-79 โดยบ้านหรือกระท่อมของนายสมเกียรติ น.ส.ฐิติกานต์ เลขที่ 79

webp
ในวันเดียวกันผู้สื่อข่าวได้แจ้งนายสมเกียรติ และ น.ส.ฐิติกานต์ ว่านางอัมพาพันธ์ นิลประภา หรือ “เจ๊จ๋า”  เศรษฐินีใจบุญเจ้าของห้างผ้าโชคดี และโรงแรมปุระนคร จะขออุปการะน้องบุญรอด บุตรสาววัย 3 ขวบของนายสมเกียรติ และ น.ส.ฐิติกานต์ ให้เรียนจนจบปริญญาตรี สร้างความดีใจให้กับสองผัวเมียเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะ น.ส.ฐิติกานต์ ได้ดึงร่างของน้องบุญรอด บุตรสาวเข้ามาโอบกอดด้วยความดีใจ พร้อมกล่าวว่าลำพังตัวเองคงไม่มีหนทางที่จะให้ลูกได้เรียนสูง ๆ เมื่อนางอัมพาพันธ์ หรือ “เจ๊จ๋า” จะอุปการะส่งเสยให้บุตรสาวเรียนจนจบปริญญาตรี ทำให้ตนดีใจมากที่สุดในชีวิต เหมือนฝันเป็นจริง ทำให้ตนหมดห่วงเรื่องอนาคตของน้องบุญรอด บุตรสาว  “ลูกๆจ๋าลูกจะได้เรียนหนังสือจนได้ปริญญาตรีแล้วนะ ลูกต้องเรียนให้จบ มีงานทำดี ๆ เป็นคนดีของสังคม นุ้ยขอให้“เจ๊จ๋า” มีอายุมั่น ขวัญยืน มีความร่ำรวยเงินทองไหลมาเทมา” น.ส.ฐิติกานต์ หรือ ฝนกล่าวด้วยน้ำตาคลอเบ้าอย่างดีใจและยิ้มแย้มแววตามีคนมีความหวังสูงสุด

webp
นางอัมพาพันธ์ หรือ“เจ๊จ๋า” กล่าวว่า นอกจากสร้างกระท่อมให้ใหม่และรับอุปการะส่งเสียให้น้องบุญรอด บุตรสาว น.ส.ฐิติกานต์ เรียนจนจบ ป.ตรีแล้ว ตนจะหารือกับสมาคมสื่อมวลชนในช่วยเหลือครอบครัวนี้ให้หลุดพ้นจากความุทุกข์ยากอย่างแท้จริง โดยจะลงทุนให้ น.ส.ฐิติกานต์ มาวางสินค้าที่เหมาะสมจำหน่ายหน้าห้างผ้าโชคดีของตน ซึ่งมีพื้นที่ว่างเพียงพอ ตื่นเช้าเมื่อนายสมเกียรติ สามีจะออกไปหาเก็บของเก่าก็ให้ขับรถ จยย.พ่วงข้างมาส่ง น.ส.ฐิติกานต์ กับน้องบุญรอด มาจำหน่ายสินค้าที่หน้าผ้าโชคดี ตนจะเลี้ยงอาหารสองแม่ลูก 3 มื้อและลงทุนค้าขายให้เองทั้งหมด ได้กำไรเท่าไหร่ก็เป็นรายได้ของ น.ส.ฐิติกานต์ ถึงช่วงเย็นใกล้ค่ำนายสมเกียรติ สามีนำของเก่าที่หาได้ไปเก็บที่บ้านหรือขายที่ร้านเสร็จแล้วก็ขัยรถ จยย.พ่วงข้างมารับลูกและเมียกลับบ้าน ซึ่งอยู่ระหว่างการตัดสินใจว่า น.ส.ฐิติกานต์ และน้องบุญรอดจะขายสินค้าอะไรที่เหมาะสม เชื่อว่าจะทำใครอบครัวนี้มีความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน.

webp

กัญญาณัฐ  เพ็ญสวัสดิ์/จ.นครศรีธรรมราช
27 ม.ค.2565

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดู LIVE รายการ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาติทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึก