คณะไทยไม่ทน ยื่นหนังสือจี้ ปชป.ถอนตัวจากรัฐบาล

คณะไทยไม่ทน ยื่นหนังสือจี้ ปชป.ถอนตัวจากรัฐบาล

กรุงเทพฯ 24 พ.ค.- “อดุลย์-จตุพร-วีระ” คณะไทยไม่ทน สามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย ยื่นหนังสือเรียกร้องให้พรรคประชาธิปัตย์ ถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล

ที่พรรคประชาธิปัตย์ คณะไทยไม่ทน สามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย นำโดย นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายวีระ สมความคิด พร้อมคณะ ยื่นหนังสือถึงนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ผ่านนายแทนคุณ จิตต์อิสระ คณะทำงานของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ขอให้พรรคประชาธิปัตย์ถอนตัวจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาลเพื่อเห็นแก่ชาติและประชาชน

นายอดุลย์ กล่าวว่า ขอให้พรรคประชาธิปัตย์ ถอนตัวออกจากรัฐบาล อยู่ไปก็ไม่ได้ทำอะไรให้ดีขึ้น หวังว่า พรรคประชาธิปัตย์ ในที่สุดจะเป็นพรรคที่เป็นที่พึ่งของประชาชน หรือเป็นได้แค่พรรคที่นำพาความเสียหาย เอาแต่ประโยชน์ เหมือนที่กำลังทำอยู่ขณะนี้

ด้านนายจตุพร กล่าวว่า ภายหลังการเลือกตั้งพรรคประชาธิปัตย์ได้ตัดสินใจเข้าร่วมกับรัฐบาลด้วยเหตุผลว่าจะเข้าไปแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ไม่ว่าจะเหตุผลใดก็ตาม หากพรรคประชาธิปไตย มั่นคงในจุดยืนวิกฤตการณ์ชาติจะไม่เกิดขึ้นอย่างทุกวันนี้ เพราะฉะนั้นอยากให้พรรคประชาธิปัตย์ ทำตามคำสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน ด้วยการถอนตัวจากรัฐบาล เพราะอยู่ร่วมรัฐบาล ก็แก้ปัญหาชาติไม่ได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างการสัมภาษณ์ นายแทนคุณ ได้ปะทะคารมกับนายจตุพร ประเด็นที่นายจตุพรกล่าวว่าพรรคประชาธิปัตย์มีการปรับเปลี่ยนแผนดำเนินงานก่อนและหลังเลือกตั้ง เสมือนการตระบัดสัตย์ ที่ตอนแรกกล่าวว่าจะไม่ร่วมกับพล.อ.ประยุทธ์ แต่สุดท้ายก็เข้าร่วม ทั้งนี้นายแทนคุณกล่าวว่า หัวหน้าพรรคคนก่อนหน้า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้มีการรับผิดชอบด้วยการลาออกไปแล้ว อีกทั้งพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้มีการตระบัดสัตย์ต่อประชาชน เพียงแต่ปรับบริบทการทำงานให้เข้ากับสถานการณ์ ก่อนที่นายอดุลย์จะเจรจาและแยกย้ายกันกลับไป

ในหนังสือ มีสาระสำคัญระบุว่า สืบเนื่องจากสถานการณ์บ้านเมือง ภายใต้การบริหารประเทศของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่สืบทอดอำนาจมาถึง 7 ปี แม้จะอ้างว่า ในช่วง 2 ปีหลังเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง แต่วิญญูชนย่อมรู้ดีว่า นับแต่รัฐประหารเมื่อ 22 พฤษภาคม 2557 พล.อ.ประยุทธ์และเครือข่ายก็วางโรดแมปเพื่อสืบทอดอำนาจนับแต่นั้นเป็นต้นมา จนสามารถสถาปนา “ระบอบประยุทธ์” ที่สร้างความทุกข์ยากแสนสาหัสให้กับผู้คนในประเทศ ความเลวร้ายของระบอบประยุทธ์ไม่สามารถสาธยายได้หมด แต่ข้อเท็จจริงเชิงประจักษ์ที่ประชาชนกำลังเผชิญไม่ว่าจะเป็นวิกฤติโควิด-19 ที่ประชาชนเสียชีวิตเป็นใบไม้ร่วงทุกวัน ๆ ปัญหาเศรษฐกิจทั้งในระดับครัวเรือนและมหภาค การทุจริตคอรัปชั่นที่นำอำนาจผลประโยชน์ไปหล่อเลี้ยงความสามานย์ของระบอบประยุทธ์ การเติบโตขยายอำนาจของรัฐระบบราชการ ที่ไม่เห็นหัวประชาชน ด้อยค่า ลดทอนอำนาจฝ่ายการเมืองที่เป็นตัวแทนประชาชนลงทุกขณะ ที่สำคัญคือ การแอบอ้างสถาบันแสวงหาประโยชน์ แบ่งแยกประชาชน จนสถาบันเกิดความมัวหมอง

เวลานี้ประชาชนที่ไม่ยอมจำนนและไม่ทนกับความชั่วร้ายของระบอบประยุทธ์ กำลังเคลื่อนไหวเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ลงจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพื่อเปิดทางให้ประเทศได้มีนายกรัฐมนตรีคนใหม่ที่เป็นคนดีมีความรู้ความสามารถนำพาประเทศให้หลุดพ้นปากเหวแห่งหายนะ เสียงเรียกร้องและความเคลื่อนไหวนี้ค่อยๆ พัฒนา ยกระดับขึ้นต่อเนื่อง เช่นเดียวกันว่า พล.อ.ประยุทธ์ และคนในเครือข่ายระบอบประยุทธ์ก็พยายามโต้กลับ กำราบปราบปรามทุกวิถีทางและมีแนวโน้มว่าถึงที่สุดก็จะใช้ความรุนแรงปราบปราม เข่นฆ่าประชาชน ซึ่งนั่นหมายความว่า ประเทศก็จะยิ่งวิกฤติและเป็นบาดแผลครั้งใหญ่มากกว่าเหตุการณ์รุนแรงทางการเมืองที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์ชาติไทย

ด้วยความเชื่อมั่นในอุดมการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นพรรคการเมืองเก่าแก่ที่สุดอยู่คู่กับประเทศมาถึง 75 ปี ย่อมมองเห็นแนวโน้มของวิกฤตภายใต้ระบอบประยุทธ์ ไม่ต่างไปจากความเคลื่อนไหวเรียกร้องของภาคประชาชน สิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์ดำรงอยู่ได้ต่อเนื่องมาจนถึงวันนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่า เพราะมีประชาชนให้การสนับสนุน วาทะที่นายชวน หลีกภัย แกนนำคนสำคัญของพรรค กล่าวอยู่เสมอว่า “เชื่อมั่นในระบบรัฐสภา” หรือ “ถึงที่สุดแล้วประชาชนจะเป็นผู้ตัดสิน” นั้น สะท้อนให้เห็นถึงจิตสำนึกประชาธิปไตยที่มองประชาชนเป็นใหญ่ ซึ่งเหล่านี้คือบทบาทของพรรคที่นับได้ว่ามีส่วนและคุณูปการช่วยธำรงรักษาระบอบประชาธิปไตยในระบบรัฐสภามาไม่น้อย

ดังนั้น เมื่อระบอบประยุทธ์ คือ ภัยคุกคามของระบอบประชาธิปไตย ภัยคุกคามต่อสถาบันอันเป็นที่รักยิ่งของประชาชน ภัยคุกคามความเจริญก้าวหน้าในทุกมิติของประเทศที่จะต้องส่งมอบต่ออนาคตให้คนรุ่นลูกหลานได้ดำรงอยู่ จึงขอให้พรรคประชาธิปัตย์ถอนตัวจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพื่อเปิดทางเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้ร่วมกันหาผู้นำประเทศคนใหม่ตามวิถีทางประชาธิปไตยต่อไป ขอพรรคประชาธิปัตย์ก้าวมาอยู่เคียงข้างประชาชน หยุดความชั่วร้ายสามานย์ของระบอบประยุทธ์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เวลา 13.00 น. คณะไทยไม่ทนฯ นำโดย นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล  อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และคณะสามัคคีประชาชนฯ จะเดินทางไปยื่นหนังสือถึงศาลปกครอง ที่หน้าศาลปกครอง ถนนแจ้งวัฒนะ เพื่อให้วินิจฉัยกรณี พ.ร.ก.เงินกู้ 7 แสนล้านบาท

แชร์ให้เพื่อน :

คลิปเด่นประจำวัน

ติดตามข่าวสารผ่านทาง LINE

TOP NEWS Mobile Application

ติดตาม TOP NEWS ผ่านช่องทาง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาติทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึก