พล.อ.ประวิตร สั่งเด็ดขาดดำเนินคดีคนปล่อยข่าวปลอม

กรุงเทพฯ 14 พ.ค.-“พล.อ.ประวิตร ตรวจศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม กำชับดำเนินคดีคนปล่อยข้อมูลเท็จ โดยเฉพาะบิดเบือนเรื่องวัคซีน ทำประชาชนสับสน ด้าน "ชัยวุฒิ" ลั่นเอาจริงยันดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ชี้ตรวจสอบได้หมดแม้ใช้แอคเคาท์อวตาล

ที่ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ถ.แจ้งวัฒนะ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เดินทางมาตรวจเยี่ยมการทำงานของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม พร้อมกับมอบนโยบาย โดยมีนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม น.ส.อัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้การต้อนรับ

พล.อ.ประวิตร ให้สัมภาษณ์ภายหลังตรวจเยี่ยมว่า การดำเนินการของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมมีความคืบหน้าไปมาก หลังจากที่ตนเคยมาเยี่ยมเมื่อครั้งที่ผ่านมา โดยเฉพาะเรื่องการตรวจสอบข่าวปลอม ซึ่งตนได้กำชับให้ตำรวจดำเนินคดีอย่างเคร่งครัดถึงที่สุด เพราะข่าวปลอมทำให้ประชาชนสับสน โดยเฉพาะเรื่องโควิด-19 และวัคซีนที่มีการบิดเบือน ซึ่งต่อไปนี้เราจะมีการดำเนินคดีทุกกรณีไม่ว่าจะกรณีใด เพื่อให้เป็นเยี่ยงอย่าง เพราะการบิดเบือนแบบนี้ทำให้เกิดความเสียหาย และประชาชนสับสน  “วัคซีน บิดเบือนข่าวปลอมส่งให้ตำรวจดำเนินการทั้งหมด โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้รับเรื่องร้องเรียนต่างๆทุกวัน”

 

ขณะที่นายชัยวุฒิ กล่าวว่า นับตั้งแต่ก่อตั้งศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมวันที่ 1 พ.ย.2562 -11 พ.ค.2564 มีข้อมูล 116,419,184 ข้อความ พบข้อความที่เข้าเกณฑ์ดำเนินการทั้งสิ้น 30,183 ข้อความ มีการตรวจสอบและดำเนินการไปแล้ว 10,587 ข้อความ พบเป็นข่าวปลอมทั้งสิ้น 2,795 เรื่อง ข่าวบิดเบือน 416 เรื่อง ซึ่งข้อมูลที่เข้าสู่ระบบการตรวจสอบส่วนใหญ่มาจากแอพพลิเคชั่นไลน์ มากถึงกว่า 300,000 ข้อความ รองลงมาเป็นเฟชบุ๊กกว่า 13,000 ข้อความ เว็บไซต์กว่า 4,000 ข้อความ และทวิตเตอร์กว่า 2,000 ข้อความ

 

นายชัยวุฒิ กล่าวอีกว่า กระทรวงดีอีเอสจะเดินหน้าในการดำเนินคดีร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กับบุคคลที่สร้างข่าวปลอมและมีการแชร์ หรือโพสต์ข้อความข่าวปลอมอย่างเต็มที่ในทุกกรณี เนื่องจากข่าวปลอมส่งผลให้เกิดความเสียหาย ทำให้ประชาชนเกิดความตื่นตระหนก โดยเฉพาะการปล่อยข่าวปลอมเพื่อดิสเครดิตข้อมูลเกี่ยวกับวัคซีนป้องกันโควิด- 19 ที่ต้องเร่งดำเนินคดีอย่างจริงจังเพื่อสร้างความเชื่อมั่นใจกับประชาชน อย่างไรก็ตามภายใต้ระบบการตรวจสอบของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม สามารถตรวจสอบข้อมูลผู้ที่โพสต์ข่าวปลอมและสามารถยืนยันตัวตนได้ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นแอคเคาท์ปลอม ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีการมอนิเตอร์และรวบรวมข้อมูลหลักฐานทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นแอคเคาท์ปลอม หรือผู้ที่สร้างแอคเคาท์อวตาลนั้น เจ้าหน้าที่สามารถดำเนินคดีได้ทุกคน เนื่องจากเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ซึ่งมีโทษสูงสุดคือจำคุก 5 ปี

 

แชร์ให้เพื่อน :

คลิปเด่นประจำวัน

สนับสนุน TOPNEWS ด้วยการซื้อสินค้าคุณภาพจาก Sbuyzone 

ติดตามข่าวสารผ่านทาง LINE

TOP NEWS Mobile Application

ติดตาม TOP NEWS ผ่านช่องทาง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาติทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึก