อดีตผู้บริหารมธ.ชี้ชัด ทำไมคนไทย จองฉัดวัคซีนน้อย

วันที่ 12 พ.ค.2564 – รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า รัฐบาลเตรียมวัคซีนไว้สำหรับผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัวเรื้อรัง 7 โรค ทั้งหมดประมาณ 16 ล้านโดส ให้เริ่มลงทะเบียนตั้งแต่ 1 พ.ค. 64 จนถึงวันนี้มีคนลงทะเบียนจองวัคซีนไปเพียงประมาณ 1.6 ล้านคน เพียง 10% เท่านั้น

 

เมื่อวานซืนคิดอยู่ว่า ถ้าเป็นอย่างนี้ หากผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัวไม่ต้องการฉีดวัคซีน รัฐบาลน่าจะเปิดกว้าง ให้ผู้ที่อยากจะฉีด มาฉีดได้เลย ไม่ต้องรอลงทะเบียนเดือนกรกฎาคมแล้ว

เมื่อวานซืนได้แต่คิด พอวันรุ่งขึ้นใน social media ก็เซ็งแซ่ไปด้วยเรื่องนี้ คิดแบบเดียวกันหมด เพราะโควิด 19 ขณะนี้ แม้ยอดผู้ติดเชื้อ และผู้เสียชีวิตยังไม่มากเท่ากับหลายๆประเทศส่วนใหญ่ แต่การแพร่ระบาด ครอบคลุมเป็นวงกว้างไป ทั้งประเทศ อัตราผู้เสียชีวิต น่ากลัวมาก และใกล้ตัวเราเข้ามาทุกที หากไม่รีบฉีดวัคซีนแบบปูพรม สถานการณ์ก็ยากที่จะกระเตื้องขึ้น

 

ปรากฏว่า กลับมีคนประสงค์จะฉีดวัคซีนน้อยมาก เหมือนกลัวผลข้างเคียงมากกว่ากลัวโควิด 19

เพราะอะไรจึงมีผู้ประสงค์จะฉีดวัคซีนน้อยมาก แน่นอนว่า มีผู้ที่ลงทะเบียนไม่เป็น หรือไม่มีสมาร์ทโฟน จำนวนหนึ่งแต่นั่นไม่ใช่สาเหตุใหญ่ และไม่ใช่เพราะศบค.อ่อนประชาสัมพันธ์

 

สาหตุหลักจึงน่ามาจากคนกลุ่มหนึ่งที่ต้องการเปลี่ยนแปลงการเมือง และสถาบันพระมหากษัตริย์  จึงจ้องหาทุกช่องทุกโอกาส โจมตีรัฐบาล และให้กระทบถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ ไม่เว้นแม้แต่การใช้สถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด 19 เพื่อผลในการกัดเซาะสถาบันพระมหากษัตริย์ เพื่อวัตถุประสงค์ทางการเมือง เนื่องจากรัฐบาลรับมือกับการแพร่ระบาดได้ดีในระยะแรก คนกลุ่มนี้จึงนำเรื่องวัคซีนขึ้นมาโจมตี โดยวิจารณ์ว่ารัฐบาล ฝากความหวังไว้กับวัคซีนยี่ห้อเดียว คือ Astra Zeneca เพื่อให้บริษัท Siam Bioscience ซึ่งเป็นของพระบาทสมเด็จพระอยู่หัวได้เป็นผู้ผลิต เท่ากับเอาประชาชนมาเสี่ยงเพื่อบริษัทเอกชน เพราะไม่ยอมติดต่อวัคซีนของบริษัทอื่นเลย และเรียกวัคซีน Astra Zeneca ว่า  “วัคซีนพระราชทาน”

 

แท้ที่จริงแล้ว จะว่าเป็นการตัดสินใจที่ผิดหรือถูกก็แล้วแต่มุมมอง แต่การไม่เข้าร่วมใน COVAX และยังไม่ทำสัญญาผูกมัดกับวัคซีนเจ้าไหนในขณะนั้นก็เพราะ ยังไม่มีใครสามารถพัฒนาวัคซีนได้สำเร็จเลยสักราย และเงื่อนไขของ COVAX ทำให้ประเทศที่รวยก็ไม่ใช่ จนก็ไม่เชิงอย่างเรารับได้ยาก ประกอบกับสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด 19 ในประเทศไทยดูเหมือนจะคุมอยู่ เพราะมีอัตราผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิต น้อยมาก แต่การตัดสินใจดังกล่าวก็ทำให้เราได้รับวัคซีนช้ากว่าหลายประเทศ

 

อย่างไรก็ดี ข้อตกลงระหว่างรัฐบาลไทย กับ Astra Zeneca และ Siam Bioscience เป็นข้อตกลงที่น่าสนใจที่สุด เพราะประเทศไทยจะได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยี และเป็นฐานการผลิตในภูมิภาคด้วย

 

เมื่อสถานการณ์แพร่ระบาดของโวิด 19 ระลอกใหม่เกิดขึ้น เพราะความตั้งใจละเลยในหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ จึงไม่สามารถรอวัคซีนที่จะผลิตในประเทศได้ รัฐบาลจึงเร่งเจรจากับหลายบริษัท เพื่อจัดหาวัคซีนให้ได้ก่อนโดยเร็ว ก่อนจะเริ่มผลิตภายในประเทศ ซึ่งต้องใช้เวลา และก็ได้วัคซีนจาก 2 บริษัทมาก่อนจำนวนหนึ่งคือ Sinovac และ Astra Zeneca โดยการนำเข้า

 

เมื่อเป็นเช่นนี้ คนกลุ่มนี้จึงมุ่งโจมตีวัคซีน 2 ยี่ห้อนี้ว่า เป็นวัคซีนด้อยประสิทธิผล มีผลสัมฤทธิ์ต่ำ มีผลข้างเคียงที่เป็นอันตราย เป็นวัคซีนชั้น 2 สู้วัคซีนของ Pfizer และ Moderna ไม่ได้ เป็นการเอาชีวิตประชาชนมาเสี่ยง เพราะไม่จัดหาวัคซีนที่ดีที่สุดให้ประชาชน

 

สื่อต่างๆที่อยู่ในเครือข่ายเดียวกัน ก็พากันเสนอข่าวไปในทิศทางนี้ทั้งหมด

ในขณะเดียวกันรัฐบาลก็ไม่ได้อยู่เฉยยังได้เจรจากับบริษัทผู้ผลิตวัคซีนหลายบริษัท และในปลายปีนี้น่าจะมีวัคซีนของ หลายบริษัท รวมทั้งของ Pfizer เข้ามาค่อนข้างแน่

เมื่อ Astra Zeneca เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง และวัคซีนที่ผลิตโดย Siam Bioscience ได้ผ่านการรับรองแล้ว จึงเชื่อแน่ว่า ตั้งแต่เดือนมิถุนายน ประเทศไทยจะมีวัคซีน ไม่ใช่แค่เพียงพอ แต่เหลือเฟือสำหรับประชาชน หากต้องการจะฉีด

เมื่อสถานการณ์เป็นเช่นนี้ การโจมตีจึงเปลี่ยนมาเป็นการปล่อยข่าวว่า มีคนผูกขาดวัคซีน ไม่ยอมให้ภาคเอกชนนำเข้าวัคซีน ซึ่งทำให้ประชาชนไม่มีทางเลือก ไม่สามารถเข้าถึงวัคซีนยี่ห้ออื่นๆได้

 

ล่าสุดก็ยังมีข่าวปล่อยว่า มีการแอบนำเข้าวัคซีนของ Pfizer เข้ามาโดยฉีดให้กับกลุ่มคนชั้นสูงเท่านั้น ประชาชนทั่วไปไม่อาจเข้าถึงได้

นี่แหละคือสาเหตุที่มีผู้ลงทะเบียนฉีดวัคซีนกันน้อยมาก ก็เพราะไปหลงเชื่อการโจมตี และการปล่อยข่าวเหล่านี้ รัฐบาล จึงไม่ควรจะรอช้า เมื่อไม่ต้องการฉีดวัคซีน ก็ควรรีบยกเลิกการให้ลำดับความสำคัญกับผู้สูงอายุ และพวกมีโรคประจำตัวเรื้อรัง เปิดกว้างให้ทุกคนที่ต้องการฉีดวัคซีน ได้ฉีดวัคซีน เพื่อให้มีผู้ได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว มีจำนวนมากที่สุด เร็วที่สุด

 

ผู้ที่กลัวๆกล้าๆอยู่ ก็อย่าไปหลงเชื่อ ข่าวปล่อย ข่าวปลอม เพื่อผลทางการเมือง  พวกนี้แหละคือพวกที่มีความโหดเหี้ยม ตัวจริง.

แชร์ให้เพื่อน :

คลิปเด่นประจำวัน

สนับสนุน TOPNEWS ด้วยการซื้อสินค้าคุณภาพจาก Sbuyzone 

ติดตามข่าวสารผ่านทาง LINE

TOP NEWS Mobile Application

ติดตาม TOP NEWS ผ่านช่องทาง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาติทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึก