เรือไฟนครพนมยังมีมนต์ขลัง ประชาชนยังให้ความสนใจเช่นเดิม

เรือไฟนครพนมยังมีมนต์ขลัง ประชาชนยังให้ความสนใจเช่นเดิม

เรือไฟนครพนมยังมีมนต์ขลัง ประชาชนยังให้ความสนใจเช่นเดิม แม้จำนวนจะไม่มากเท่าทุกปี แต่ก็ยังคงกระจายเต็มพื้นที่ตามเส้นทางที่เรือไฟไหลผ่าน ขณะที่หลายคนก็เลือกชมงานประเพณีไหลเรือไฟ ประจำปี 2564 ผ่านการถ่ายทอดสดระบบออนไลน์ทางเพจ สวท.นครพนม FM 90.25 MHz ที่ได้เริ่มขึ้นในเวลา 18.00 น.

เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2564 ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ที่บริเวณลานพนมนาคา เทศบาลเมืองนครพนม ริมฝั่งแม่น้ำโขง บรรยากาศการท่องเที่ยวในวันแรกของประเพณีไหลเรือไฟ ยังคงมีประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางมาร่วมกิจกรรมเช่นเดิม แม้จำนวนจะไม่มากเท่าทุกปี แต่ก็ยังคงกระจายเต็มพื้นที่ตามเส้นทางที่เรือไฟไหลผ่าน โดยแต่ละคนได้มีการปฏิบัติตามมาตรการในการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดไวรัสโควิด -19 ของทางจังหวัดอย่างเคร่งครัด ขณะที่หลายคนก็เลือกชมงานประเพณีไหลเรือไฟ ประจำปี 2564 ผ่านการถ่ายทอดสดระบบออนไลน์ทางเพจ สวท.นครพนม FM 90.25 MHz ที่ได้เริ่มขึ้นในเวลา 18.00 น. เมื่อนายชาธิป รุจนเสรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ได้เป็นประธานเปิดอย่างเป็นทางการ

ICxkqUUz d1

xynYiQRQ d2

BrVgjIR8 d4

YgyFJaty d5

zOQH3Xzn d6

สำหรับการไหลเรือไฟโชว์ในวันนี้มีทั้งสิ้นด้วยกัน 3 ลำ เว้นระยะห่างกันลำละ 30 นาทีมาพร้อมกับกระทงสายที่มีดวงไฟประมาณ 8,000 – 12,000 ดวง ซึ่งเมื่อเรือไฟโชว์ลอยมาถึงตำแหน่งที่ประชาชนและนักท่องเที่ยวอยู่ ทุกคนต่างพยายามเก็บความทรงจำด้วยโทรศัพท์มือถือและกล้องถ่ายภาพที่เตรียมมา เนื่องจากหลายคนคาดไม่ถึงว่า เรือไฟโชว์ที่มีการปรับขนาดให้เล็กลงจะยังคงมีความวิจิตรตระการตาครบถ้วนสมบูรณ์เช่นปีที่ผ่านมา ประกอบกับที่สายลมพัดเย็นสบายทำให้ทุกคนได้ดื่มด่ำกับธรรมชาติที่บริสุทธิ์อย่างเต็มที่ ซึ่งเมื่อเรือผ่านไปแล้วหลายคนก็เลือกที่จะมาร่วมกิจกรรมเรือไฟโบราณที่เปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถประดิษฐ์เรือกาบกล้วย เพื่อใช้ในการสะเดาะเคราะห์ ขอขมาลาโทษต่อแม่น้ำที่ตนเองได้พึ่งพาอาศัยในการดำรงชีวิต ก่อนที่จะนำไปฝากรวมกันไว้ที่เรือไฟโบราณตามปีนักษัตรที่เกิด เพื่อรอให้ถึงวันที่ 21 ตุลาคม 2564 ซึ่งเป็นวันออกพรรษา เพราะจะมีพิธีเจริญพระพุทธมนต์ สวดสะเดาะห์ต่อดวงชะตา เสริมบารมีและสวดภาณยักษ์ขจัดสิ่งอัปมงคลให้ จากนั้นคณะทำงานจึงจะลากจูงเรือไฟโบราณที่มีเรือกาบกล้วยของทุกคนออกไปลอยกลางลำแม่น้ำโขง เพื่อเป็นประทีปโคมไฟพุทธบูชาแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ได้เสด็จลงมาจากเทวโลก และเป็นการแสดงออกซึ่งความกตัญญูกตเวที ต่อแม่น้ำ สรรพสัตว์ และสิ่งต่าง ๆ.

 

ภาพ/ข่าว ประทีป วชิรธัญญากุล ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.นครพนม

แชร์ให้เพื่อน :

คลิปเด่นประจำวัน

ติดตามข่าวสารผ่านทาง LINE

TOP NEWS Mobile Application

ติดตาม TOP NEWS ผ่านช่องทาง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาติทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึก