BBC รายงานเมื่อวานนี้ (ศุกร์ที่ 28 พย.) ว่าภาพถ่ายที่ได้จากดาวเทียมได้แสดงให้เห็นกลุ่มพายุโซนร้อน 3 ลูกซึ่งก่อตัวขึ้นในเวลาใกล้เคียงกัน โดยพายุเซนยาร์ก่อตัวขึ้นเหนือช่องแคบมะละกา, พายุโคโตะก่อตัวเหนือทะเลจีนใต้, และพายุดิตวะฮ์ก่อตัวเหนืออ่างเบงกอล ซึ่งสถานการณ์เช่นนี้เป็นสาเหตุทำให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนองรุนแรงในพื้นที่ภาคใต้ของไทย, ทางเหนือของมาเลเซีย,เกาะสุมาตราและอาเจะห์ของอินโดนีเซีย ศรีลังกาและเวียดนาม ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมรุนแรง ดินถล่ม และแม่น้ำเอ่อล้น จนทำให้มีผู้เสียชีวิตและส่งผลกระทบต่อผู้คนจำนวนมากในประเทศที่กล่าวมานี้
รายงานระบุว่าภาพถ่ายที่รวบรวมมาทำให้เห็นภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยจุดแดงเข้มที่ปรากฎบ่งชี้ถึงปริมาณน้ำฝนที่มากกว่า 53 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งอำเภอหาดใหญ่ของไทยมีปริมาณน้ำฝนมากถึง 335 มิลลิเมตรในวันศุกร์ที่ 21 พฤศจิกายน ทุบสถิติปริมาณน้ำฝนสูงที่สุดวันเดียวในรอบ 300 ปี ขณะศรีลังกาหนักกว่าคือมีปริมาณน้ำฝนมากกว่า 300 มิลลิเมตรต่อชั่วโมงในช่วง 48 ชั่วโมงที่ผ่านมา
สำหรับพายุที่ส่งกระทบต่อภาคใต้ไทยโดยตรงน่าจะเป็นพายุเซนยาร์ที่ก่อตัวขึ้นในคาบสมุทรมะละกา
ขณะที่ดร.อักเชย์ เดโอราส นักอุตุนิยมวิทยาที่มหาวิทยาลัยเรดดิงในสหราชอาณาจักรอธิบายว่าแม้ปรากฎการณ์การก่อตัวขึ้นพร้อมๆกันของพายุ 3 ลูกจะเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก แต่ก็ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับอ่าวเบงกอลและแปซิฟิคตะวันตกเฉียงเหนือ แต่ประเด็นที่น่าสนใจคือโดยปกติแล้วพายุที่ก่อตัวขึ้นพร้อมกันไม่ทำให้เกิดพายุอากาศรุนแรงขนาดนี้ แต่คาดว่าอุณหภูมิที่อุ่นขึ้นในมหาสมุทรซึ่งเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้พายุมีกำลังแรงขึ้น ซึ่งสิ่งที่อันตรายที่สุดคือเรื่องของฝนตกหนักและน้ำท่วมรุนแรง สำหรับพายุทั้งสามลูกล่าสุดได้อ่อนกำลังลงแล้ว โดยพายุเซนยาร์ที่ส่งผลกระทบต่อไทยได้สลายตัวแล้ว

