AP และ AFP รายงานว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐได้โพสต์ข้อความผ่าน “ทรู๊ธ” เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ผานมาตามเวลาท้องถิ่น (27 พย.) โดยใช้ถ้อยคำที่ดุเดือดประกาศว่าเขาจะระงับคำร้องของผู้อพยพจาก “ประเทศโลกที่สาม” หรือประเทศยากจนแบบถาวร นอกจากนี้ก็ขู่จะเพิกถอนสถานะและเนรเทศผู้ลี้ภัยจำนวนหลายล้านคนที่ได้รับการอนุมัติภายใต้รัฐบาลโจ ไบเดน และยังมีคำสั่งให้ตรวจสอบและทบทวนสถานะกรีนการ์ดหรือใบอนุญาตอยู่อาศัยแบบถาวรของผู้อพยพจาก 19 ประเทศ รวมทั้งอัฟกานิสถาน, คิวบา, อิหร่านและเมียนมา ถือเป็นการยกระดับมาตรการกวาดล้างผู้ลี้ภัยรอบใหม่
การโพสต์ถ้อยคำที่ถือว่ารุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งผู้นำสหรัฐสมัยที่สองของทรัมป์มีขึ้นหลังจากที่ผู้ต้องสงสัยชาวอัฟกันได้ก่อเหตุยิงทหารพิทักษ์มาตุภูมิเสียชีวิต 1 นายและบาดเจ็บสาหัสอีก 1 นายขณะลาดตระเวนใกล้ทำเนียบขาวเมื่อวันพุธที่ผ่านมา
โดยมือปืนมีชื่อราห์มานุลเลาะห์ ลากันวัล วัย 29 ปีซึ่งเคยทำงานให้กับหน่วย CIA ของสหรัฐระหว่างสงครามอัฟกัน ลากันวัลอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานในสหรัฐภายใต้โครงการช่วยเหลือผู้ที่เคยช่วยกองทัพอเมริกัน หลังสหรัฐถอนกำลังออกจากอัฟกานิสถาน ล่าสุดเขาถูกตั้งข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนา อย่างไรก็ตามเหตุจูงใจในก่อเหตุยังไม่เป็นที่แน่ชัด
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ทรัมป์โกรธจัดโพสต์กล่าวหาผู้ลี้ภัยว่าเป็นต้นเหตุของปัญหาต่างๆในสหรัฐตั้งแต่อาชญากรรมไปจนถึงการแย่งที่อยู่อาศัยของชาวอเมริกัน ทำให้สังคมอเมริกันกลายเป็นสังคมผิดเพี้ยน
ผู้นำสหรัฐยังกล่าวโพสต์ยาวเหยียดกล่าวหาว่าผู้ลี้ภัยส่วนใหญ่ที่พึ่งพาเงินสวัสดิการของรัฐมาจากประเทศที่ล้มเหลวบ้าง เป็นพวกนักโทษบ้าง ผู้ป่วยโรคจิตบ้างหรือไม่ก็เป็นพวกแก๊งค้ายาเสพติด
อย่างไรก็ตามผลการศึกษาหลายชิ้นชาวต่างชาติในสหรัฐซึ่งมีประมาณ 50 ล้านคนมีแนวโน้มที่จะก่ออาชญากรรมน้อยกว่าชาวอเมริกันหรือผู้ที่เกิดในสหรัฐ

