จากกรณีเมื่อวันที่ 11 พ.ย. 2568 ทนายความได้รับแจ้งว่า “อุดม” อดีตคนงานโรงงานผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์จากจังหวัดปราจีนบุรีวัย 37 ปี และผู้ต้องขังระหว่างฎีกาในคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ได้ถูกนำตัวไปที่ศาลจังหวัดนราธิวาส เพื่อฟังคำพิพากษาในชั้นฎีกา โดยไม่มีทนายความหรือญาติเดินทางไปด้วย ก่อนทราบว่าศาลได้อ่านคำพิพากษาของศาลฎีกาให้จำเลยฟังแล้วนั้น
จากการติดตามคำพิพากษาต่อมา พบว่าศาลฎีกาได้แก้คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 9 จากลงโทษจำคุก 4 ปี เป็นพิพากษาลงโทษจำคุก 10 ปี เนื่องจากเห็นว่าจำเลยมีความผิดในอีกสามโพสต์ข้อความที่ถูกกล่าวหาตามที่อัยการยื่นฎีกามา แม้ก่อนหน้านั้นในสามข้อความดังกล่าว ทั้งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 9 จะมีคำพิพากษายกฟ้องก็ตาม โดยตีความมาตรา 112 ให้คุ้มครองถึงอดีตกษัตริย์ด้วย

