“ศาลฎีกา” พิพากษาแก้โทษ ให้จำคุก “อุดม” จาก 4 ปี เป็น 10 ปี คดีผิดม.112 หมิ่นกล่าวร้ายสถาบันเบื้องสูง

"ศาลฎีกา" พิพากษาแก้โทษ ให้จำคุก "อุดม" จาก 4 ปี เป็น 10 ปี คดีผิดม.112 หมิ่นกล่าวร้ายสถาบันเบื้องสูง

จากกรณีเมื่อวันที่ 11 พ.ย. 2568 ทนายความได้รับแจ้งว่า “อุดม” อดีตคนงานโรงงานผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์จากจังหวัดปราจีนบุรีวัย 37 ปี และผู้ต้องขังระหว่างฎีกาในคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ได้ถูกนำตัวไปที่ศาลจังหวัดนราธิวาส เพื่อฟังคำพิพากษาในชั้นฎีกา โดยไม่มีทนายความหรือญาติเดินทางไปด้วย ก่อนทราบว่าศาลได้อ่านคำพิพากษาของศาลฎีกาให้จำเลยฟังแล้วนั้น

จากการติดตามคำพิพากษาต่อมา พบว่าศาลฎีกาได้แก้คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 9 จากลงโทษจำคุก 4 ปี เป็นพิพากษาลงโทษจำคุก 10 ปี เนื่องจากเห็นว่าจำเลยมีความผิดในอีกสามโพสต์ข้อความที่ถูกกล่าวหาตามที่อัยการยื่นฎีกามา แม้ก่อนหน้านั้นในสามข้อความดังกล่าว ทั้งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 9 จะมีคำพิพากษายกฟ้องก็ตาม โดยตีความมาตรา 112 ให้คุ้มครองถึงอดีตกษัตริย์ด้วย

ข่าวที่น่าสนใจ

 

สำหรับคดีของอุดม ได้โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กส่วนตัวทั้งหมด 7 โพสต์ ในช่วงเดือนตุลาคม 2563 ถึงเดือนมกราคม 2564 โดยมีโพสต์ที่เป็นภาพและข้อความที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กโพสต์เองเพียงอย่างเดียว 5 ข้อความ และเป็นโพสต์ที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กแชร์ข่าวของสำนักข่าวมติชน และแชร์ข้อความจากเพจ “KTUK-คนไทยยูเค” พร้อมเขียนความเห็นประกอบอีกอย่างละโพสต์

ในการต่อสู้คดีนี้ อุดมยอมรับว่าโพสต์ข้อความตามที่ถูกฟ้องจริง แต่ข้อความต่าง ๆ ไม่ได้มีเจตนาหมิ่นประมาท-ดูหมิ่นพระมหากษัตริย์องค์ปัจจุบัน ไม่ได้มีการเอ่ยนามบุคคลใด ทั้งข้อความแต่ละข้อความก็ตีความถึงบุคคลได้หลากหลาย แม้แต่พยานโจทก์ที่มาเบิกความเอง ก็เห็นไม่ตรงกันว่าแต่ละข้อความหมายถึงสิ่งใด บางข้อความพยานโจทก์ตีความได้ว่าหมายถึงรัชกาลที่ 9 ซึ่งไม่เข้าองค์ประกอบของมาตรา 112 ที่คุ้มครองเฉพาะกษัตริย์องค์ปัจจุบันเท่านั้น

อุดมกับแฟนของเขาต้องลางาน และเดินทางด้วยรถไฟจากจังหวัดปราจีนบุรีไปต่อสู้คดีที่จังหวัดนราธิวาส โดยจนถึงชั้นอุทธรณ์เขาต้องเดินทางไปทั้งหมด 7 ครั้ง

เมื่อวันที่ 26 ก.ค. 2565 ศาลจังหวัดนราธิวาสได้พิพากษาว่าอุดมมีความผิดใน 2 กระทง ลงโทษจำคุกกระทงละ 3 ปี รวมโทษจำคุก 6 ปี จำเลยให้การเป็นประโยชน์ ลดโทษ 1 ใน 3 เหลือโทษจำคุก 4 ปี โดยไม่รอลงอาญา แต่ให้ยกฟ้องในข้อความอีก 4 กระทง ซึ่งตีความว่ากล่าวถึงอดีตพระมหากษัตริย์ หรือตีความไม่ได้ว่าหมายถึงบุคคลใด โดยศาลอนุญาตให้ประกันตัวอุดมในชั้นอุทธรณ์

 

ทั้งฝ่ายโจทก์และจำเลยได้ยื่นอุทธรณ์ต่อมา โดยอัยการพยายามโต้แย้งว่ามาตรา 112 ไม่ได้บัญญัติว่ากษัตริย์จะต้องครองราชย์อยู่เท่านั้น แต่คุ้มครองถึงอดีตกษัตริย์ด้วย

ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืน อัยการฎีกาต่อ โดยอัยการสูงสุดรับรอง ขอให้ลงโทษกรณีเกี่ยวกับอดีตกษัตริย์

ศาลฎีกาพิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3) ตามฟ้องในอีก 3 กระทง ด้วย ให้ลงโทษจำคุกกระทงละ 3 ปี รวมจำคุก 9 ปี ลดโทษให้กระทงละหนึ่งในสาม คงจำคุก 6 ปี เมื่อรวมโทษจำคุกตามคำพิพากษาศาลล่างทั้งสองแล้ว คงจำคุก 10 ปี

 

Image

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

"กกล.บูรพา" ช่วยชาวจีน เหยียบกับระเบิดบ้านหนองจาน ระหว่างลักลอบข้ามมาฝั่งไทย
อส.พิจิตร 36 นาย ล่องใต้ช่วยฟื้นฟู เมืองหาดใหญ่ จ.สงขลา
"กองทัพเรือ" จ่อคุย "ทนายดัง" หลังโพสต์ เขต 8 จับหน่วยซีลเป็นตัวประกัน ยันไม่แจ้งความ แค่อยากปรับความเข้าใจ
ลมหนาวกระโชกแรงพัดหลังคาบ้านเสียหาย หลายหมู่บ้านในบ่อเกลือได้รับผลกระทบ
รองนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่เชียงราย รับฟังปัญหาและเร่งผลักดันการออกเอกสารสิทธิในที่ดินให้ประชาชน
"โฆษก ปชป." ชง แผนสู้ภัยหลังน้ำลด เสนอรัฐจัดการ 3 ข้อ ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ทุกคน

ดู LIVE รายการ

เราใช้ คุ้กกี้ เพื่อให้ทุกคนได้ประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น​